โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยวญี่ปุ่น..วันที่ไม่ต้องพึ่งพาจีน..!!

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 09.34 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 23.40 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ท่ามกลางกระแสลมเปลี่ยนทิศอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับโลก กรณีศึกษาของประเทศญี่ปุ่น ช่วงต้นปี 2026 กลายเป็นบทเรียนราคาแพงและล้ำค่าสำหรับการบริหารความเสี่ยงระดับมหภาค เมื่อตัวเลขนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ ที่เคยเป็น “เส้นเลือดใหญ่” หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจแดนอาทิตย์อุทัย กลับหดตัวลงอย่างรุนแรงมากกว่า 60% สืบเนื่องจากปมความขัดแย้งทางการทูตที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อน

ในอดีตภาพจำของย่านช้อปปิ้งกินซ่าหรือ ชินจูกุ คือ การคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวจีน ถือถุงสินค้าแบรนด์เนมพะรุงพะรังหรือที่เรียกกันว่า “บากุไก” (Bakugai) หรือการช้อปปิ้งแบบถล่มทลายแต่สถานการณ์ล่าสุดรายงานจาก CNBC และข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) กลับชี้ให้เห็นภาพที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง บ่อน้ำพุร้อนชื่อดังอย่างคุซัทสึและซาโอที่เคยเต็มไปด้วยกรุ๊ปทัวร์จีนกลับดูเงียบสงบลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ทว่าความเงียบนั้นไม่ได้หมายถึงความซบเซา..

สิ่งที่น่าสนใจคือ “ภูมิคุ้มกัน” ของภาคการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ที่แข็งแกร่งกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ แม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนจะหายไปเกินครึ่ง แต่ยอดรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับลดลงเพียงเล็กน้อยไม่ถึง 5% นั่นเป็นเพราะญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในการ “กระจายความเสี่ยง” (Diversification) ของพอร์ตโฟลิโอนักท่องเที่ยว โดยมีขุนพลใหม่อย่างเกาหลีใต้และไต้หวัน ตบเท้าเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้อย่างรวดเร็ว

โดยสถิติระบุชัดเจนว่า นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้พุ่งทะยานขึ้น เป็นอันดับหนึ่งแทนที่จีน โดยมีการเติบโตกว่า 20% ขณะที่นักท่องเที่ยวจากเกาะไต้หวันเองก็เดินทางเข้าญี่ปุ่นมากกว่าชาวจีนถึง 2 เท่าตัว ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่มาจากปัจจัยเกื้อหนุนหลายประการ ทั้งค่าเงินเยนที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ความปลอดภัยที่เป็นเลิศ และที่สำคัญที่สุดคือ “พฤติกรรมการท่องเที่ยว” ทรงคุณภาพมากขึ้น

นักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่จากเกาหลี ไต้หวัน รวมถึงอาเซียนและตะวันตก มีพฤติกรรมที่แตกต่างจากทัวร์ศูนย์เหรียญหรือกลุ่มเน้นช้อปปิ้งแบบเดิม พวกเขาแสวงหาประสบการณ์ (Experience-based Tourism) และมักจะกระจายตัวออกสู่เมือง รองมากขึ้น ไม่กระจุกตัวอยู่เพียงแค่ Golden Route (โตเกียว-โอซาก้า-เกียวโต) เหมือนในอดีต

ส่งผลให้เม็ดเงินกระจายลงสู่เศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างทั่วถึงมากขึ้น ลดปัญหา Over-tourism ในเมืองใหญ่ และสร้างเสถียรภาพด้านราคาห้องพักที่ไม่ต้องพึ่งพิงเพียงแค่ช่วงวันหยุดยาวของจีน (Golden Week) อีกต่อไป

มุมมองจากนักวิเคราะห์ Oxford Economics สะท้อนว่า ธุรกิจบริการในญี่ปุ่นกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ที่เรียกว่า Post-China Reliance" หรือการลดการพึ่งพาตลาดเดียวโดยหันไปให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวจากอาเซียน ยุโรป และอเมริกา ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและมีรสนิยมที่หลากหลาย การปรับตัวครั้งนี้ส่งผลให้ภาคโรงแรม และร้านอาหารเริ่มยกระดับมาตรฐานการบริการให้เป็นสากลมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่ซับซ้อนของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

บทสรุปของสถานการณ์นี้คือ “วิกฤตสร้างโอกาส” การที่นักท่องเที่ยวจีนลดลง อาจเป็นความเจ็บปวดระยะสั้นสำหรับผู้ประกอบการบางกลุ่มที่ยึดติดกับรูปแบบเดิม

แต่ระยะยาวมันคือการบังคับให้โครงสร้างพื้นฐานทางการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น ต้องปฏิรูปตัวเองให้มีความยืดหยุ่น (Resilience) และยั่งยืน (Sustainability) มากขึ้น ญี่ปุ่นวันนี้ จึงไม่ใช่แค่ประเทศที่รอนักท่องเที่ยวมาช้อปปิ้ง แต่เป็นประเทศที่พร้อมต้อนรับคนทั้งโลกด้วยความหลากหลายและคุณภาพอย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...