“RMF-ผสม” ผลตอบแทน 10 ปี ทำได้เฉลี่ย +1.16% ต่อปี... ทางเลือก “จัดสำรับ” ลุยสินทรัพย์หลากหลายตอบโจทย์เกษียณ !!!
Wealthy Thai
อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 23.12 น. • เผยแพร่ 24 พ.ย. 2566 เวลา 11.35 น. • สรวิศ อิ่มบำรุงสาระ Fund วันละนิด: วันนี้ จะพามาส่องผลงานของกลุ่ม “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (RMF) ที่เป็นกองทุนผสม หรือ “RMF-ผสม” รับเทศกาลลดหย่อนภาษีส่งท้ายปี23 กันบ้าง
มองกันยาวๆ ในช่วง 10ปีที่ผ่านมานั้น กอง “RMF-ผสม”เอง ทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย +1.16% ต่อปีถือว่าไม่มาก แต่ก็เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์เกษียณในระยะยาวที่ไมควรละเลยเช่นเดียวกัน
โดยเฉพาะนักลงทุนที่ไม่มีเวลาติดตามการลงทุนด้วยตัวเอง ไม่ถนัดใน “การจัดสรรเงินลงทุน” (Asset Allocation) ด้วยตัวเอง หรือนักลงทุนมือใหม่ก็ตาม เพราะจะมี “ผู้จัดการกองทุน” ที่คอยบริหารจัดการปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะกับสถานการณ์ลงทุนของตลาดที่เปลี่ยนไปให้นั่นเอง
สำหรับ 5 กอง “RMF-ผสม” ที่โดดเด่นรอบ 10ปี นี้ มีอะไรบ้างนั้น ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีข้อมูลสถิติที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย
“RMF-ผสม” ผลตอบแทน 10 ปี ทำได้เฉลี่ย +1.16% ต่อปี…มีกองทุนผลตอบแทน ‘ติดลบ’ อยู่ 14%
กลยุทธ์ “การจัดสรรเงินลงทุน” (Asset Allocation) กระจายไปในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ อย่างเหมาะสม จะช่วยในเรื่องของการกระจายความเสี่ยงและทำให้ผลตอบแทนในระยะยาวมีเสถียภาพมากขึ้นด้วย เพิ่มโอกาสในการลงทุน สามารถลงทุนได้ต่อเนื่องตลอดเวลาไม่ต้องไปจับจังหวะตลาดเพื่อลงทุนแต่ประการใด ซึ่งสินทรัพย์หลักๆ ที่ยืนพื้นก็จะเป็นกลุ่มของ “สินทรัพย์เสี่ยง” อย่าง ‘หุ้น’ และ “สินทรัพย์มั่นคง” อย่าง ‘ตราสารหนี้’เป็นหลัก
แต่ก็สามาถกระจายไปในสินทรัพย์อื่นๆ เพิ่มเติมได้ ขึ้นกับนโยบายของกอง “RMF-ผสม” นั้นๆ เป็นสำคัญ ซึ่งในบางครั้งเราก็เรียกกองทุนกลุ่มนี้ว่า “Multi-Asset Fund” นั่นเอง ซึ่งปัจจุบันตามเกณฑ์ของ “สมาคมบริษัทจัดการลงทุน” (AIMC) แบ่งเป็น 4 กลุ่มด้วยกัน ประกอบด้วย
“ในประเทศ/ต่างประเทศบางส่วน” แบ่งเป็น 3ประเภท ตามระดับของสินทรัพย์เสี่ยงที่กองทุนลงทุน
-Conservative Allocation: มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นหรือสินทรัพย์เสี่ยง “ไม่เกิน 35%” ของ NAV
-Moderate Allocation: มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นหรือสินทรัพย์เสี่ยงระหว่าง “35 - 65%” ของ NAV
-Aggressive Allocation: มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นหรือสินทรัพย์เสี่ยง “มากกว่า 65%” ของ NAV
“ต่างประเทศ”มี 1ประเภท ได้แก่
-Foreign Investment Allocation: โดยมีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นได้ตั้งแต่ 0-100% ของ NAV
จากการสำรวจผลงานของกลุ่มกอง “RMF-ผสม” 28 กอง ในช่วงย้อนหลัง 10ปี (ข้อมูล ณ วันที่ 23 พ.ย. 23) พบว่า กอง “RMF-ผสม” สามารถทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย +1.16% ต่อปีโดยมีกองทุนที่ “ชนะ” และ “แพ้” ค่าเฉลี่ยของกลุ่มเท่ากัน 50-50 ในจำนวนนี้มีอยู่ 4 กอง คิดเป็น 14% จากทั้งหมด ที่ยังมีผลตอบแทน “ติดลบ”
“โดยกองทุนที่มีผลงาน ‘ดีสุด’ 10ปี ทำได้ +5.05% ต่อปี ในขณะที่กองที่มีผลงาน ‘แย่สุด’ ผลตอบแทนติดลบ -1.13% ต่อปีหรือต่างกันอยู่ 6.18% ต่อปีเลยทีเดียว”
5 "RMF-ผสม" ผลตอบแทน 10 ปี ดีสุด โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +2.94% ต่อปี…ส่วน 5 อันดับท้ายตาราง ติดลบเฉลี่ย -0.48% ต่อปี
สำหรับกอง “RMF-ผสม” ที่มีผลงาน 10ปี ดีสุด 5 อันดับแรกนั้น มาจาก 3 กลุ่มด้วยกัน ประกอบด้วย
-Aggressive Allocation: มีมากสุด 3 กอง และกองที่มีผลงานดีสุดก็อยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน ได้แก่ “LHFLRMF”ของบลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ทำได้ +5.05% ต่อปี, “ASP-MRF”ของบลจ.แอสเซท พลัส +2.69% ต่อปีและ “KFLRMF”ของบลจ.กสิกรไทย +2.22% ต่อปี
-Foreign Investment Allocation: มี 1 กอง ได้แก่ “KGARMF”ของบลจ.กสิกรไทย +2.59% ต่อปี
-Conservative Allocation: มี 1กอง ได้แก่ “KKP BLRMF”ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร +2.15% ต่อปี
ส่วนกอง “RMF-ผสม” ที่มีผลงานช่วง 10 ปี ท้ายตารางทั้ง 5 กองนั้น มาจาก 2 กลุ่ม ประกอบด้วย
-Aggressive Allocation: มีมากสุด 3 กอง ได้แก่ “SCBRM3” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ -0.22% ต่อปี, “KFFLEX2RMF” และ “KFTSRMF” ของบลจ.กรุงศรี ผลตอบแทนติดลบ -1.05% ต่อปี และ -1.13% ต่อปี ตามลำดับ
-Foreign Investment Allocation: มี 2กอง ได้แก่ “SCBRMGWP”และ “SCBRMGW”ของบลจ.ไทยพาณิชย์ ทำผลตอบแทนได้ +0.12% ต่อปี และ -0.14% ต่อปีตามลำดับ
สำหรับเทศกาลประหยัดภาษีส่งท้ายปี23นี้ ใครยังไม่รู้จะลงทุนอะไรดี กอง “RMF-ผสม” ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ด้วยการจัดสำรับสินทรัพย์ลงทุนทำ “Asset Allocation” ไปในหลากหลายสินทรัพย์ไม่เพียงช่วยกระจายความเสี่ยง ยังทำให้คุณไม่พลาดทุกโอกาสการลงทุนอีกด้วย
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน