ทราย เจริญปุระ โต้ผอม เพราะใช้สารเสพติด เผยดารานั่งแกร็บ มีสิทธิ์ไหมคะ
ทราย เจริญปุระ โต้ผอม เพราะใช้สารเสพติด เผยดารานั่งแกร็บ มีสิทธิ์ไหมคะ
ทราย เจริญปุระ โต้ผอม / เป็นอีกหนึ่งดาราสาว ที่ถูกตั้งคำถามถึงเรื่องรูปร่างอยู่บ่อยครั้ง และล่าสุด ทราย เจริญปุระ ก็โดนทักอีกรอบเกี่ยวกับถึงรูปร่างของเธอที่ดูเปลี่ยนไปมากในภาพยนตร์ 4kings2
ซึ่งมีแฟนหนังจับสังเกต โดยคอมเมนต์ว่า ‘พี่ทรายเขาลดความอ้วนด้วยป่าวครับเล่นเรื่องนี้ ดูผอม’ แล้วก็มีคนเข้ามาบอก‘น่าจะใช่เพราะเนื้อเรื่องคือแกขายยา แต่ไม่แน่ใจว่าเล่นด้วยมั้ยเลยทำให้สมจริง’
เมื่อเธอเห็นแบบนี้ก็ออกมาตอบโต้ทันที ว่าไม่ได้เล่นและล่าสุด ในงานฉลองรายได้ 200ล้าน 4kings2 ทรายได้เปิดใจถึงรื่องนี้อีกครั้ง พร้อมย้ำว่า ลดน้ำหนักเพื่อการแสดง
คนอินบทเรามาก? “คือจริงๆต้องบอกว่าสัดส่วนบทเราไม่ได้เยอะเท่าหนุ่มๆเขาอยู่แล้ว แล้วก็ตอนแรกไม่ได้บอกว่ามีเราด้วยอยู่ในหนัง ตอนทีเซอร์แรกที่ออกมาคนก็ไม่เห็น ก็ยังไม่มีใครรู้ พอมีเราคนก็สงสัยเล่นเป็นแม่หรอ ก็บอกว่าไม่ได้เป็นแม่ จนพอไปดูคนได้ดูหนังเต็มๆ หลายคนก็ฟีดแบ็กกลับมาว่าชอบที่มันอินจริง คือจริงๆ เราก็ไม่ได้เห็นซีนว่าคนอื่นเขาเล่นอะไรยังไงกัน ก็มาเห็นพร้อมกับทุกคนในวันรอบสื่อ คือทุกคนเล่นกันตั้งใจและดีมากๆเลย”
แต่ละเรื่องเรารับเล่นคิดหนักไหม เพราะว่าแต่ละเรื่องที่เรามีส่วนร่วมคือเป็นหนังรายได้ดีทั้งนั้น? “สาธุขอให้ผู้สร้างทุกคนได้ยินประโยคนี้ด้วยนะคะ คือเล่นทุกเรื่องก็รายได้ดี คืออย่างนี้ด้วยค่ะด้วยคาแร็กเตอร์ เวลาคนจะเข้ามาติดต่อทรายมันต้องมีอะไรที่เข้มข้นนิดนึงถึงจะเรียกให้ไปเล่น คือตอนแรกอ่ะพี่พุฒ และเนรมิตรหนัง มาติดต่ออยากให้ไปเล่น เราก็สงสัยนะ เล่นเป็นไรวะ หนังเด็กช่าง แล้วคือเขาเล่าให้ฟังแล้วเราก็รู้สึกว่าเรื่องมันน่าสนใจมากๆ เราก็รู้สึกว่าโอเค มันมีความแข็งแรงและวิธีการเล่าในสไตล์รูปแบบของเขา”
ก็สรุปมีคนอินหนักถึงขั้นคิดว่าพี่ทรายใช้ยา? “จริงๆอ่ะชาวเน็ตอาจจะวิเคราะห์แค่ในหนังก็ได้คือหลังๆอ่ะ เพื่อนล้อทรายแล้วว่าเป็นตำบลกระสุนตก คือเวลามีข่าวอะไรมา เรารู้สึกว่าไม่มีอะไรมั้ง มันมักจะวนมาที่เราทุกที คือวันนั้นก็เลยออกมาบอกก่อนว่าไม่ได้ใช้อะไรค่ะ คือในเรื่องเกี่ยวข้องเฉยๆ แต่ชีวิตจริงอ่ะไม่ได้มีอะไร คือเข้าใจนะว่าช่วง2-3ปีที่หายไปไม่ได้เห็นอัพเดตหน้าตารูปร่างกัน
ซึ่งมันเป็นช่วงที่ทรายลดน้ำหนักอยู่แล้ว ด้วยปัญหาสุขภาพตัวเองพอดี พอคนเห็นอีกที ผอมอ่ะ ก็คือเขาอาจจะเข้าใจได้ ไม่ได้รู้สึกเลวร้ายอะไร เพียงแต่ว่าทุกครั้งถ้าไม่แก้ข่าวไว้ก่อนมันจะกลายเป็นเรื่องเป็นราวมากเหมือนตอนไซยาไนซ์ อันนั้นน่ะคิดว่าไม่มีอะไรหรอกสุดท้ายมันก็วนมา ก็เลยรีบบอกก่อน เพราะว่าเอาจริงๆแล้วอ่ะ ตอนถ่าย4kingsผอมกว่านี้ลงไปกว่านี้ 3-4โล คือตั้งใจให้มันผอมลงกว่านี้อีกให้เข้ากับคาแร็กเตอร์”
แล้วหลังจากออกมาชี้แจงแล้วเป็นยังไงบ้าง? “เขาก็บอกว่าพี่ไม่มีอะไร ไม่มีใครคิดอย่างนั้นหรอก อย่าคิดมาก แต่เราก็บอกไปว่า เวลาไม่บอกทีไรอ่ะมันมาทุกที”
ซีเรียสไหมถ้ามีคนติดภาพเราไปแบบนั้นแล้ว? “ไม่ได้ซีเรียส จริงๆแล้วจะบอกว่าถ้าคนที่ตามกันตลอดจะไม่ได้รู้สึกแปลกตากับภาพรูปร่างนี้ แต่ถ้านานๆเห็นทีจะรู้สึก แต่อีกอย่างหนึ่งเราก็มองว่ามันอาจจะเป็นคำชมก็ได้นะ เหมือน เหมือนมาก ก็จะรู้สึกดีกว่าเอ้ย พี่ทรายเขาดูไม่อินกับบทเลยเนาะ พี่ทรายเขาดูติดขนตาปลอมมาเข้าฉาก อะไรแบบนั้น
ถ้าเป็นงั้นเราจะรู้สึกเฟล เฮ้ยเราเล่นแล้วคนไม่อิน เพราะว่าคนอื่นเล่นกว่านี้เยอะ แต่ก็ไม่ได้เสียเซลฟ์อะไร เพราะว่าตอนที่ถ่ายจงใจให้มันผอมกว่าวันนี้อยู่แล้ว คือมันผอมผิดปกติจริงๆ แต่ไม่ได้คลั่งผอมไม่ได้ใช้ยาไม่ได้ใช้อะไร คือออกกำลังกาย ลดอาหารใดๆตามปกติ”
พอคนมาถามว่าเราใช้ ยามันเป็นเรื่องรุนแรงไหมสำหรับเรา? “คือมันก็รุนแรง เพราะว่ามันก็เกี่ยวข้องกับกฎหมาย มันไม่ได้ทักแค่ว่าผอมลงเฉยๆ ทรายก็คิดว่า หนึ่ง เราไม่ได้ใช้จริงๆอยู่แล้ว สองเค้าอาจจะอินมากๆกับบทเรา และในสายตาเขาในเรื่องมันดูจริง คือจริงๆอ่ะถ้ามันโดนถามหรืออะไร เราก็ชี้แจงได้ จริงๆต้องขอบคุณมากที่มาถามที่ให้ได้พูด”
แล้วเราจะตอบโต้กับคอมเมนต์ลบๆยังไง? “ส่วนใหญ่จริงๆก็จะใช้วิธีตอบแบบนั้น ก็คือตอบไปเลย คือบางคนอาจจะเอ๊ะ?! แต่ไม่ได้ถาม แต่ถ้าบางคนถามมาเลย เราก็ตอบซะเลย คือจริงๆอ่ะมันก็เป็นเรื่องที่ตั้งข้อสงสัยได้ว่า เดี๋ยวนี้ทำไมดาราคนนั้นผอมจัง อ้วนจัง บางทีมันก็มีเหตุผลทางการแสดง จริงๆถามมามันก็ไม่ได้หนักหนาถ้าไม่ถึงขั้นที่โทรหาพี่ตำรวจมาจับไอ้นี่ที อันนั้นน่ะรุนแรง พอถ่ายเสร็จก็น้ำหนักขึ้นแล้ว ตอนนี้ใช้ชีวิตปกติ
คืออย่างที่บอกตอนเราลดน้ำหนักตอนนั้นน่ะ มันเป็นปัญหาสุขภาพผ่าคอ คือน้ำหนักมันจะขึ้นเยอะไม่ได้เพราะว่าหมอเตือน เราก็ต้องเซฟเพราะเป็นเรื่องร่างกาย คือตอนเนี่ยปกติ ทรายหนัก 50 แต่ตอนที่ถ่ายหนังหนักประมาณ 46 - 47 คืออันนั้นเราลด”
เรื่องดารานั่ง แกร็บ ? “เออเราก็งงงงนิดหน่อย เออนั่งไม่ได้หรอ คือดารามีสิทธิ์ไหมคะ คือแต่ก่อนน่ะเรามีรถส่วนตัวแล้วแต่ก่อนที่มันไม่มีแกร็บ ไปกองถ่ายตีห้าเลิกตีสองแล้วโบกแท็กซี่มันเป็นเรื่องก็ยาก เดี๋ยวนี้มีแกร็บ แล้วรถเราก็ขายกินใช้หนี้ไปแล้ว เรียบร้อย ก็แกร็ปบ้าง รถน้องบ้าง รถเพื่อนบ้าง รถผู้จัดการ รถผู้ช่วย และอย่างวันนั้นไปทำงานขนของเยอะก็เรียกแกร็ป เขาก็มารับปกติ
ซึ่งจริงๆอ่ะเราเป็นคนถ่ายรูปอย่างนี้บ่อยมาก มันก็คือลงสตอรี่ลงโน่นนี่ไปตามปกติ เราก็คือชอบเอาง่ายที่สุด คืออะไรก็ได้ที่เราไปถึงจุดหมายได้ตรงตามเวลานัด คือในเรื่องความปลอดภัยจริงๆแล้วอ่ะระบบของการจะเรียกรถสาธารณะพวกนี้มันมีฟอร์มเช็คได้อยู่แล้ว เราก็จะแคปส่งให้น้องชายดูตลอดว่าเราออกว่าแล้วนะ ถึงแล้วนะ คือจะแคปได้ว่าเลขทะเบียนอะไรยังไง
จริงๆอ่ะมีคนถามบ่อย พี่ไม่มีรถหรอคะ แล้วก็จะบอกเขาไปว่า ไม่มีค่ะ ก็จะบอกว่าเปลี่ยนรถทุกวัน เปลี่ยนคนขับทุกวันเลย คือพอวันนั้นน่ะมันลงสตอรี่ แล้วมีคนทักมา แล้วภาษามันดูแปลกนิดนึงอ่ะ เราก็เลยตอบรวมๆไปเลยแล้วกัน ไม่ได้วีน คืออาจจะเป็นเพราะเราโดนอะไรอย่างนี้บ่อยมาก เราก็รู้สึกว่าเขาสงสัยได้ แต่ว่าเราก็มีสิทธิ์อธิบายเหมือนกัน คือถ้าสมมุติว่ามันมีหลายคนถามมาบ่อยๆก็ตอบทีเดียวเลยแล้วกัน
รถหรูอ่ะถ้ามีตังค์ก็อยากมีค่ะ แต่ว่ารู้สึกว่ามันมีภาระอื่นที่เราจำเป็นอยู่ ต้องซ่อมบ้านทำบ้าน จะไปกู้แบงก์คงไม่ให้ แล้วยังจะอยากนั่งรถหรูอีก แต่ว่าเราก็รู้สึกว่าอันนี้มันก็ตอบโจทย์แล้วนะ เพราะว่าไปกองถ่ายแบบนี้ก็มีรถตู้มารับ คือมีวิธีการจัดการได้โดยที่เราไม่ต้องเป็นเจ้าของรถเองก็ได้ คนก็ทักนะว่าแกร็ปก็ไม่ได้ถูก ใช่ค่ะไม่ถูก แต่ก็ไม่ได้นั่งทุกวัน คือใครๆก็นั่งแกร็บได้ค่ะ จริงๆแล้ว (ยิ้ม)”