DOMi & JD Beck ดูโออัจฉริยะ อนาคตของดนตรีแจ๊ซยุคใหม่
บทความพิเศษ | ศรัณยู ตรีสุคนธ์
DOMi & JD Beck
ดูโออัจฉริยะ
อนาคตของดนตรีแจ๊ซยุคใหม่
แจ๊ซ ถือเป็นแนวดนตรีที่ผู้เล่นจำเป็นต้องมีทักษะและมีความแตกฉานในเรื่องของทฤษฎีดนตรีอย่างสูง
แต่สิ่งที่จำเป็นยิ่งกว่านั้นก็คือเซนส์หรือไหวพริบในการอิมโพรไวส์ หรือการ “ด้นสด” เนื่องจากเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นที่เล่นโน้ตไปกันคนละทิศละทางจนดูเหมือนจะเข้ากันไม่ได้เลย แต่เมื่อมาเล่นด้วยกันแล้วกลับมีความสวยงามลงตัวกลมกลืนกันท่ามกลางความสับสนอลหม่านได้อย่างน่าประหลาด
เมื่อมองมุมนี้แล้ว แจ๊ซไม่ได้เป็นเพียงแค่แนวดนตรีเท่านั้น แต่นี่คืองานศิลปะที่ไม่ต่างไปจากการใช้โน้ตในการละเลงแทนสีลงไปบนผืนผ้าใบให้เหมือนงานศิลปะนามธรรม (Abstract) ซึ่งเป็นการแสดงออกด้านทัศนศิลป์ที่ส่งผ่านออกมาจากจิตวิญญาณของผู้สร้างสรรค์ผลงาน
นั่นคือการระบายความรู้สึกที่เกิดขึ้นในชั่วขณะนั้นจริงๆ ผ่านการเล่นดนตรี
แจ๊ซจึงมีคุณลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งที่แตกต่างไปจากดนตรีแนวอื่น เพราะเป็นเรื่องยากมากที่ผู้เล่นจะเล่นเพลงเพลงเดิมให้เหมือนกันได้อีกเป็นครั้งที่ 2 เมื่อมีการอิมโพรไวส์เกิดขึ้นในการเล่นครั้งแรก
แจ๊ซเป็นแนวดนตรีที่ต้องอาศัยประสบการณ์และไหวพริบปฏิภาณที่สูงมาก ศิลปินแจ๊ซที่ประสบความสำเร็จระดับโลกแทบทุกคนต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนักและมีน้อยยิ่งกว่าน้อยที่จะพบศิลปินแจ๊ซที่ได้รับการยอมรับในฝีมือตั้งแต่ยังเด็ก
แต่ไม่นานมานี้วงการดนตรีโลกได้ค้นพบศิลปินแจ๊ซที่มีฝีมือเก่งฉกาจตั้งแต่ยังเยาว์วัย 2 คนด้วยกัน
นั่นก็คือ โดมี ลูน่า (Domi Louna) และ เจดี เบ็ก (JD Beck) ทั้งคู่ตั้งวงกันในนาม DOMi & JD Beck
ดูโอคู่นี้ได้รับการยกย่องว่าเป็น “นักดนตรีเด็กอัจฉริยะ” ความสามารถที่น่าทึ่งดังที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นเครื่องยืนยันที่ชัดเจนที่สุด
โดมี ลูน่า มีภูมิลำเนาอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส เธอเริ่มเล่นเปียโน, คีย์บอร์ดและกลองตั้งแต่อายุแค่ 3 ขวบ
เธอเข้าเรียนที่สถาบันสอนดนตรีแห่งเมืองน็องซี ในฝรั่งเศสเพื่อศึกษาทฤษฎีดนตรีคลาสสิคและแจ๊ซตอนอายุได้เพียง 5 ขวบ
หลังจากนั้นก็เข้าเรียนดนตรีที่ Conservatoire de Paris ในประเทศบ้านเกิด
แล้วเธอก็ย้ายไปอเมริกาเพื่อศึกษาต่อที่ Berklee College of Music ที่ถือเป็นสถาบันสอนดนตรีชั้นแนวหน้าของโลกในเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์
ซึ่งนอกจากแจ๊ซแล้ว โดมีก็ยังหลงใหลในเสน่ห์ของดนตรีฮิปฮอปอีกด้วย
ด้าน เจดี เบ็ก โตที่เมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เขาเริ่มเล่นเปียโนตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ก่อนที่จะเปลี่ยนมาหัดเล่นกลองตอนอายุ 8 ขวบ
และเริ่มเล่นดนตรีออกคอนเสิร์ตเป็นอาชีพหาเงินได้ตั้งแต่อายุเพียง 10 ขวบเท่านั้น
โดย เจดี เบ็ก ได้รับคำแนะนำและสอนดนตรีโดย คลีออน เอ็ดเวิร์ดส์ นักดนตรีที่เล่นแบ๊กอัพให้กับวงของ เอรีกาห์ บาดู (Erykah Badu) นักร้องหญิงเจ้าของฉายา “ราชินีแห่งดนตรีนีโอโซล” และนักดนตรีแนวโซลอย่าง จอห์น แบ็ป (Jon Bap)
โดยเดมี และเจดี พบกันเป็นครั้งแรกในปี 2018 (ตอนนั้นเดมี มีอายุได้ 17 ปี ส่วนเจดี อายุ 14 ปี)
หลังจากนั้นก็ได้มาพบกันอีกที่งานปาร์ตี้วันเกิดของ เอรีกาห์ บาดู
โดยทั้งคู่ตัดสินใจตั้งวงทำงานเพลงร่วมกันในครานั้น
Not Tight อัลบั้มชุดแรกที่วางจำหน่ายในช่วงกลางปี 2022 ของทั้งคู่ได้รับคำจำกัดความว่าเป็นแนวฟิวชั่น แจ๊ซ
ซึ่งถ้าหากแยกย่อยในแนวดนตรี (Sub-Genre) ให้ลึกลงไปอีกจะพบว่านี่คืองานเพลงที่มีสีสันของดนตรี ดรัม แอนด์ เบส จากจังหวะกลองที่ซับซ้อนรวดเร็ว
โดยเฉพาะในเพลง WHATUP รวมถึงดนตรีแนวนีโอ-โซล และฮิปฮอป ที่ผสมผสานกับจังหวะดนตรีในแบบ Hard Bop ที่พัฒนามาจากดนตรี Be Bop ที่มีศิลปินอย่างชาร์ลี ปาร์กเกอร์, ดิซซี กิลเลสพี ไปจนถึงธีโลเนียส มังก์ เป็นต้นกำเนิดของลำธารแจ๊ซที่ทอดยาวสายนี้
โดย Hard Bop หรือดนตรี Bop มีจุดเด่นตรงความคมคายด้านการสร้างจังหวะที่ผสมรวมทั้งความเร่งเร้าและป่วนปั่นไปในเวลาเดียวกัน
NOT TiGHT เป็นเพลงที่มีจังหวะกลองในแบบดรัม แอนด์ เบส แต่ท่วงทำนอง, ความไพเราะและการสร้างความตึงเครียดและผ่อนคลาย (Tension & Release) ของเพลงมีความคล้ายกับงานเพลงของ จอห์น โคลเทรน และวง The Dave Brubeck Quartet อยู่ไม่น้อย (โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลง My Favorite Thing ของโคลเทรน และ Take Five ของ เดฟ บรูเบ็ก)
ซึ่งการได้ศิลปินแนวเอซิด แจ๊ซ ชื่อดัง Thundercat มาร่วมงานในเพลงนี้และอีกหลายเพลงก็ทำให้ดนตรีของ DOMi & JD Beck โดยเฉพาะเบสไลน์มีความเร่งเร้า, รวดเร็วและซับซ้อนมากยิ่งขึ้นไปอีก
โดมี ลูน่า และ เจดี เบ็ก เคยเป็นนักดนตรีที่เล่นแบ๊กอัพให้กับ Thundercat, ศิลปินอาร์แอนด์บีร่วมสมัยอย่าง Anderson .Paak และทัวร์คอนเสิร์ตร่วมกับวงโปรเกรสซีฟร็อกอย่าง Chon มาก่อน ในปี 2021 ทั้งคู่ยังเคยร่วมแต่งเพลง Skate ให้กับวง Silk Sonic ของ Anderson .Paak และ บรูโน่ มาร์ มาแล้ว
ทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่สอนให้โดมี และเจดี นำสไตล์ดนตรีที่แต่ละคนสนใจไม่แพ้ดนตรีฟิวชั่น แจ๊ซ เลยอย่างฮิปฮอป, ฟังก์, โซล ไปจนถึงโปรเกรสซีฟ แจ๊ซ มาเล่นแร่แปรธาตุได้อย่างสนุกมือและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์
จนทำให้ทั้งคู่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “อนาคตของดนตรีแจ๊ซยุคใหม่”
เพลง TAKE A CHANCE, TWO SHRiMPS (feat, Mac DeMarco), MOON (feat. เฮอร์บี แฮนค็อก), PiLOT (feat. Snoop Dogg, Busta Rhymes, Anderson .Paak) และ WHOA (feat. เคิร์ต โรเซนวิงเคิล มือกีตาร์ที่ได้รับอิทธิพลการเล่นดนตรีมาจากมือกีตาร์แจ๊ซชั้นครูอย่าง แพ็ท เมทินี, อัลลัน โฮลส์เวิร์ธ, คีธ จาร์เร็ตต์ และ จอห์น สโคฟิลด์)
เป็นตัวอย่างชั้นดีที่พิสูจน์ได้ถึงความเป็นอัจฉริยะในทางดนตรีแจ๊ซของศิลปินดูโอ้คู่นี้
การันตีได้ด้วยการที่โดมีและเจดี ได้เซ็นสัญญาทำเดบิวต์อัลบั้มภายใต้สังกัด Apeshit Inc. ของ Anderson .Paak ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ Blue Note Records ค่ายเพลงแจ๊ซระดับแถวหน้าของโลก
แถมงานเพลงชุดนี้ก็ยังได้เข้าชิง Grammy Awards ครั้งที่ 65 ในสาขา Best Contemporary Instrumental Album อีกด้วย
“ในตอนที่เรายังเด็กมากๆ เพลงอาร์แอนด์บีส่วนใหญ่มีจังหวะที่ช้ามากๆ และมันแทบจะมีจังหวะเท่ากันทั้งหมด” เจดี เบ็ก ให้สัมภาษณ์กับทางเว็บไซต์ The Guardian เอาไว้เมื่อกลางปีที่แล้ว
“เราเลยตัดสินใจร่วมกันว่าจะทำเพลงแจ๊ซที่มีจังหวะที่เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” โดมี ลูน่า กล่าวเสริม
ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุให้จังหวะกลองในหลายเพลงของอัลบั้มชุดนี้มีความเร็วต่อนาทีอยู่ราวๆ 175 BPM เลยทีเดียว
“ฉันชอบ ชาร์ลี ปาร์กเกอร์, คีธ จาร์เร็ตต์ และดนตรีสะวิง แจ๊ซ มาตั้งแต่เด็ก” โดมีเผย ส่วนเจดีบอกว่า “ผมทะยานเข้าสู่วังวนของดนตรีแจ๊ซก็เพราะจังหวะกลองที่เร็วระรัว แต่ผมก็ยังชอบเล่นเพลงของวง Led Zeppelin หรือว่า Th Police เพราะมีพาร์ตกลองที่ซับซ้อนท้าทายความสามารถของตัวผมเอง ส่วน YouTube ก็ช่วยให้ผมเก่งขึ้นด้วย ผมเปิด YouTube เพื่อศึกษาเทคนิคการเล่นกลองของ อาร์ต เบลคกี, เอลวิน โจนส์ และ โทนี วิลเลียมส์ เป็นประจำตั้งแต่ยังเด็ก”
ส่วนโดมีก็ตื้นตันใจมากที่ได้ตำนานเพลงฟิวชั่น แจ๊ซ อย่างเฮอร์บี แฮนค็อก มาร่วมทำเพลงด้วย
“การได้เห็นเฮอร์บีโซโล่คีย์บอร์ดตรงหน้าเป็นอะไรที่บ้ามากๆ” เธอกล่าว
NOT TiGHT คืองานเพลงแจ๊ซร่วมสมัยที่น่าตื่นตาตื่นใจและฟังสนุกหูอย่างยิ่งสำหรับคอเพลงแจ๊ซระดับเข้าเส้น
โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมาทาง VIJI CORP โปรโมเตอร์ที่จัดคอนเสิร์ตศิลปินต่างประเทศทั้งในกระแสและนอกกระแสมาอย่างต่อเนื่องได้ประกาศว่า DOMi and JD Beck จะเดินทางมาไทยเพื่อเปิดคอนเสิร์ตที่ Lido Connect ในวันที่ 31 มกราคม ปี 2024
ส่วนบัตรคอนเสิร์ตเริ่มขายไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา
แฟนๆ ที่อยากเห็นคู่ดูโอ้แจ๊ซอัจฉริยะที่กำลังยกระดับดนตรีแจ๊ซให้ก้าวไกลในอีกขั้นคู่นี้โชว์ทักษะการเล่นดนตรีให้เห็นกันแบบสดๆ โอกาสมาอยู่ตรงหน้าแล้ว รีบคว้าเอาไว้โดยด่วน
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022