โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฟชั่น บิวตี้

Fast beauty คืออะไร ทำไมถึงควรตระหนัก ? พร้อมบอกวิธีใช้เครื่องสำอางให้คุ้มค่า

SistaCafe

อัพเดต 21 ธ.ค. 2566 เวลา 09.31 น. • เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2566 เวลา 10.00 น. • pumxpurin

ทุกคนน่าจะเคยได้ยินคำว่าFast Fashion กันมาบ้างใช่ไหมละคะ มันก็คือการที่แบรนด์ออกคอลเลกชันใหม่ ๆ ตามเทรนด์และตามฤดูกาลทำให้เทรนด์มันเปลี่ยนไปเร็วมากขึ้น คนก็ซื้อใส่กันแป๊บ ๆ ไม่ได้เน้นคุณภาพแต่เน้นความสวยงามและตามเทรนด์แทน ซึ่งสิ่งนี้มันส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและต่อโลกเรามาก ๆ รวมไปถึง " Fast Beauty " ด้วย หลายคนอาจจะเอ๊ะขึ้นมาว่าแล้วฟาสต์บิวตี้คืออะไรอี๊ก ถ้าอยากจะรู้ว่ามันคืออะไร แล้วทำไมเราถึงต้องพูดขึ้นมา ทำไมควรจะตระหนัก งั้นเราก็มาดูเหตุผลกันด้านล่างนี้เลยจ้า ღ ღღ ღღ ღღ ღღ ღ Fast Beautyคืออะไร ?

Fast Beauty คืออะไร? มันเป็นคำที่เราอาจจะยังไม่คุ้นชินเท่าไหร่นะคะ แต่ว่าก็มีคนรณรงค์กันประมาณนึงแล้วเหมือนกันFast Beauty ก็คล้าย ๆ กับ Fast Fashion เลยค่ะ คือเครื่องสำอางในยุคนี้มันมีแบรนด์ที่ทำออกมาเยอะมาก แล้วคอลเลกชันก็เลยเยอะขึ้นแบบมาก ๆ เยอะแบบตามไม่หวาดไม่ไหว แล้วคนที่ตามสายเมคอัพเครื่องสำอางพวกนี้ ยิ่งอินฟลูเอนเซอร์ทั้งหลายก็แบบของมันต้องมี ต้องรีวิวก็ซื้อฉ่ำเลยจ้า ทีนี้ซื้อเยอะก็กลายเป็นว่ามันใช้ไม่ทัน แล้วพอใช้ไม่ทันมันก็เป็นขยะไปเปล่า ๆ เลย ซึ่งเครื่องสำอางพวกนี้ส่วนใหญ่ก็ออกตามเทรนด์เมคอัพช่วงนั้นด้วยนะคะ อย่างช่วงนี้เมคอัพ Y2K กับ Douyin มาแรงมาก พาเลตต์ตาโทนชมพูบาร์บี้ โทนฟ้าหรือกลิตเตอร์นี่ออกกันเยอะสุด ๆ ออกกันแทบจะทุกแบรนด์เลยแบบนี้แหละค่ะที่เขาเรียกว่า Fast Beauty เทรนด์มาเดี๋ยวก็ไป เครื่องสำอางออกแล้วพอเทรนด์เปลี่ยนก็ออกใหม่อีก ทำไมเราถึงควรตระหนักเรื่อง Fast Beauty ?

ที่เราควรจะตระหนักเรื่อง Fast Beauty ให้มากขึ้นมากก็กรณีคล้าย ๆ กับ Fast Fashion อีกเช่นเดียวกันนะคะ คืออุตสาหกรรมการผลิตสิ่งของต่าง ๆ มันปล่อยก๊าซเรือนกระจกเยอะมาก ๆ ซึ่งยิ่งปล่อยเยอะชั้นบรรยากาศก็จะยิ่งโดนทำลายไปเรื่อย ๆ ผลกระทบต่าง ๆ ก็จะเริ่มตามมา เช่น แดดที่ส่องมายังโลกก็อาจจะมีรังสีที่เข้มข้นขึ้นทำให้เราเป็นมะเร็งผิวหนังได้ สภาพอากาศแปรปรวน ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น สัตว์ที่อยู่บริเวณขั้วโลกใกล้จะสูญพันธ์ สัตว์ป่าเริ่มทยอยล้มตาย เชื้อโรคกลายพันธุ์ได้ง่ายขึ้น เป็นต้น อะไรแบบนี้มันแก้แค่คน ๆ เดียวไม่ได้นะคะ แล้วแก้แค่คนตัวเล็ก ๆ แบบเราก็ไม่ได้ด้วย จริง ๆ พวกนายทุนต่าง ๆ บริษัทใหญ่ ๆ ควรจะตระหนัก หาทางผลิตสินค้าให้ปล่อยก๊าซออกมาน้อยที่สุด ส่งผลกระทบต่อโลกน้อยที่สุดเพราะว่ากลุ่มของเขาปล่อยก๊าซเรือนกระจกค่อนข้างเยอะ ถ้าให้เราชาวบ้านธรรมดาทำฝ่ายเดียวก็คงจะไม่ดีขึ้นในเร็ววันแน่ ๆแต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะทำอะไรไม่ได้เลยนะคะ เราก็สามารถทำได้เหมือนกัน ถ้าอยากรู้ว่าทำยังไงบ้างก็มาดูต่อด้านล่างเลยจ้า 5 วิธีใช้เครื่องสำอางให้คุ้มค่าที่สุด แถมยังช่วยลดฟาสต์บิวตี้ วิธีใช้เครื่องสำอางให้คุ้มค่า 1. ใช้เครื่องสำอางที่มีอยู่ให้หมดก่อน

Designed by Freepik ( https://img.freepik.com/free-photo/high-angle-view-makeup-kit-black-backdrop_23-2147899412.jpg?w=740&t=st=1701108858~exp=1701109458~hmac=1b0a983a7975efd8922da4adbc0261efef116303886d4e794a444cadfbbbdc4e )

ข้อนี้แอบยากมากสำหรับสายบิวตี้ที่ชอบซื้อของใหม่ โดยเฉพาะลิปสติก บอกเลยว่าจากที่เห็นมาสายบิวตี้ซื้อเก่งม้ากกก~ ในบรรดาเครื่องสำอางที่คนซื้อเยอะ ซื้อซ้ำ ซื้อมาแล้วสีคล้ายกันสุด ๆ คือลิปสติกเลยค่ะ ซึ่งพอซื้อมาแล้ว ใช้แล้วก็ใช้ไม่หมดสักแท่ง แล้วสุดท้ายมันก็กลายเป็นขยะ แล้วแบบนี้จะดีกว่าไหมถ้าเราใช้ของเก่าที่มีให้หมดก่อนหรือหมดอายุก่อน พูดถึงเครื่องสำอางทุกชิ้นเลยนะคะ เอาให้มันหมดหรือหมดอายุก่อนค่อยซื้อใหม่เพื่อที่จะได้ไม่เพิ่มขยะให้กับโลกแล้วก็เป็นการตระหนักเรื่อง Fast Beauty ที่เป็นเทรนด์ประเดี๋ยวประด๋าวด้วย วิธีใช้เครื่องสำอางให้คุ้มค่า 2. ไม่ซื้อเครื่องสำอางตามเทรนด์

Design by Freepik ( https://img.freepik.com/free-photo/beauty-composition-with-space-middle_23-2147692204.jpg?w=740&t=st=1701110004~exp=1701110604~hmac=0f3a77dbf735e495703a97d37286c7bc16c889076430391ff8bf309580e832e8 )

อย่างที่บอกไปว่า Fast Beauty ก็คือเทรนด์เครื่องสำอางที่มาแป๊บ ๆ แล้วก็ไป คอลเลกชันใหม่ก็ออกมาแล้วก็ไปไวเหมือนกับเทรนด์ ซึ่งตรงนี้แหละค่ะสำคัญมาก ๆ บางคนพอเห็นของใหม่คือรีบเลย ซื้อ ๆๆๆ ฉันต้องมี ยึดคติของมันต้องมี แต่จริง ๆ ถามว่าต้องมีไหม… ก็อาจจะไม่ก็ได้นะคะ คืออยากให้ทุกคนคิดดี ๆ ก่อนซื้อ อย่าซื้อตามเทรนด์ คนนั้นใช้ก็อยากได้บ้าง คนนี้ใช้ก็อยากมีบ้าง ของออกใหม่อยากได้มาครอบครอง ลองถามตัวเองจริง ๆ ว่าเราต้องมีไหม ต้องซื้อไหม ในกรณีเป็นอินฟลูเอนเซอร์ยังพอเข้าใจได้นะคะว่าทำเพื่องาน แต่อยากจะแนะนำนิดนึงว่าถ้าสวอชหรือแต่งแล้วไม่ใช่ทางตัวเองก็ลองส่งต่อก็ได้ ไม่ต้องเก็บไว้ให้เป็นขยะ อย่างน้อยสิ่งที่เราอาจจะตั้งทิ้งไว้มันอาจจะใช้หมดในมือคนอื่นก็ได้นะคะ อันนี้ฝากถึงทุกคนเลยไม่ใช่แค่อินฟลูฯเนอะ เผื่อมีคนชอบซื้อของใหม่ ♥ วิธีใช้เครื่องสำอางให้คุ้มค่า 3. ซื้อเครื่องสำอางแค่พอใช้งาน

Designed by Freepik ( https://img.freepik.com/free-photo/flat-lay-set-beauty-products-close-up_23-2148574364.jpg?w=740&t=st=1701108482~exp=1701109082~hmac=6c82237f6f5cd6b4c879c5d960925068ef67f1ff33d666d82cc4f1a43d72fd62 )

บางคนเป็นมือใหม่หัดแต่งหน้าหรือบางคนอาจจะอยากซื้อเครื่องสำอางทุกประเภทเพื่อมาใช้ แต่อาจจะไม่ได้ทันสังเกตว่าบางอย่างเราก็ไม่ได้ใช้นี่นา อย่างเช่น ปกติแต่งหน้าอ่อน ๆ ไปเรียน ไม่ค่อยชอบแต่งตา ไม่อยากตื่นเช้ามาแต่งตาด้วย ซื้อพาเลตต์อายแชโดว์มาก็อาจจะไม่ได้ใช้ก็ได้นะคะ ดังนั้นแนะนำว่าให้เราซื้อเครื่องสำอางแค่พอใช้งาน อันไหนใช้ก็ซื้อ อันไหนไม่ใช้หรืออาจจะไม่ได้ใช้ยาว ๆ ก็ไม่ต้องซื้อ ของมันไม่ต้องมีทุกอย่างก็ได้นะคะเพราะเครื่องสำอางต่อให้เราไม่ได้มีครบทุกประเภทเราก็สามารถแต่งหน้าได้ ทำให้เมคอัพมันสวยขึ้นได้เหมือนกัน วิธีใช้เครื่องสำอางให้คุ้มค่า 4. ทดลองสี เนื้อผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อใช้

ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์ clubclio.shop ( https://cdn.shopify.com/s/files/1/0310/4925/3001/files/vegan-cushion_3.jpg?v=1667455742 )

ตอนนี้โลกเราเข้าสู่ยุคที่ซื้อของออนไลน์กันฉ่ำมาก สะดวกสุด ๆ สั่งกันเป็นว่าเล่นเลย ซึ่งกับเครื่องสำอางเราว่าจริง ๆ ควรจะไปทดลองสี เนื้อผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อใช้นะคะ คือบางครั้งเราสั่งซื้อแบบคิดว่าใกล้เคียงผิวมา สรุปมันไม่ตรงกับผิวซะอย่างนั้น ต้องมาขายต่อหรือบางทีขายไม่ได้ก็ต้องเอามาตั้งดองไว้อีก กลายเป็นว่าซื้อมาเสียเที่ยวแล้วก็อาจจะเป็นขยะด้วย อยากให้ทุกคนเสียเวลาสักนิดนึงนะคะในกรณีที่ไม่รู้เฉดสีและอยากซื้อจริง ๆ ก็ไปลองของจริงก่อนเลยว่ามันเป็นยังไง เผื่อไปลองจริง ๆ อาจจะไม่ชอบจะได้ไม่เสียเงินไปเปล่า ๆ ฟรี ๆ หรือต้องรอมาขายต่อด้วยนะคะ วิธีใช้เครื่องสำอางให้คุ้มค่า 5. ถ้าซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ให้ลองขายต่อ/ส่งต่อ

Designed by Freepik ( https://img.freepik.com/free-photo/sales-concept-with-cart-front-orange-shopping-bags_23-2147730837.jpg?w=740&t=st=1701110274~exp=1701110874~hmac=5e38c949c4318720a601efcce8941ede769dba58a58ad372fb54665c85a2bc63 )

อย่างที่บอกไปเลยค่ะว่าถ้าชิ้นไหนลองแล้วไม่ชอบ ไม่ใช่ ไม่เข้ากับสไตล์การแต่งหน้าของเราสุด ๆ ให้เราขายหรือส่งต่อให้คนอื่นนะคะ กรณีไม่เดือดร้อนเรื่องเงินก็อาจจะให้เพื่อน ให้พี่ ให้น้อง ให้แม่ ให้ญาติ ๆ ไปใช้ต่อก็ได้ แต่ถ้าอยากได้เงินคืนกลับมาบ้าง คืนทุนสักหน่อยนึงก็แนะนำว่าให้ขายต่อค่ะ แต่ ๆ ขายเครื่องสำอางต่อก็ต้องรักษาความสะอาดด้วยนะคะ เช่น ซื้อมาแล้วแต่กลัวไม่เข้ากับตัวเองก็อย่าใช้นิ้วไปจับไปแตะ ให้ใช้แปรงที่ซักสะอาดเอาเนื้อผลิตภัณฑ์ขึ้นมาแทน อย่างพวกลิปสติก อายแชโดว์ บลัชออน คอนทัวร์/บรอนเซอร์ เป็นต้น จะได้ส่งต่อได้แบบสบายใจทั้งคนขายและคนรับต่อ ส่วนพวกรองพื้นพวกนี้จะปลอดภัยกว่าเพราะว่ามันต้องบีบออกมาใช้ซะส่วนใหญ่นะคะแต่ก็ต้องทำความสะอาดตรงหัวปั๊มด้วยนะเออ ღ ღ ღ ღ ღ ღ ღ ღ ღ ღ ได้รู้เรื่อง Fast Beauty กันไปแล้ว แถมยังได้วิธีการเป็นสายบิวตี้แบบรักโลกมากขึ้นด้วย หวังว่าชาวซิสและคนอ่านทุกคนจะเข้าใจและนำไปปรับใช้ในชีวิตจริงกันน้า คือตอนนี้โลกของเราก็อยู่ในขั้นวิกฤตประมาณนึงแล้วนะคะ สังเกตจากสภาพอากาศนี่จะชัดสุด ๆ เลย หน้าร้อนเริ่มร้อนจัด ๆ มากขึ้นทุกปีเนื่องจากชั้นบรรยากาศโดนทำลายเรื่อย ๆ ด้วย ซึ่งถ้ามันร้อนขึ้นเรื่อย ๆ มนุษย์แบบเรา ๆ ก็จะอยู่ไม่ได้ ดังนั้นช่วยกันบ้างคนละนิดคนละหน่อย นอกจากจะช่วยโลกแล้วยังได้ประหยัดเงินในกระเป๋าอีกด้วยน้า~ อ้อ! นอกจากนี้ใครที่มีเครื่องสำอางหมดอายุก็สามารถเอาไปบริจาคตามที่ต่าง ๆ ได้นะคะ บางที่เขาเอาไปทำสีให้เด็ก ๆ ใช้วาดภาพหรือบางที่ก็เอาไปแต่งหน้าศพได้ ลองไปหาข้อมูลกันได้นะคะ ส่วนทางเราขอไปรวบรวมเครื่องสำอางเก่า ๆ แล้วไปบริจาคก่อน ไว้กลับมาพบกันใหม่ค่า บ๊ายบาย ♥ บทความแนะนำ ที่ชาวซิสต้องไม่พลาดติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ SistaCafe Facebook
SistaCafe เว็บไซต์รวบรวมบทความสำหรับผู้หญิง https://sistacafe.com
♥ ดาวน์โหลด App SistaCafe ฟรีได้แล้ววันนี้! ♥
iOS : AppStore
Android : PlayStore

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...