HL รับอานิสงส์ e-Receipt ดันยอดยา-อาหารเสริม
#HL #ทันหุ้น – บิ๊กบอส HL “ธัชพล ชลวัฒนสกุล” ลั่นมาตรการ Easy e-Receipt หนุนยอดขายไตรมาส 1/2567 สดใส มองธุรกิจร้านยาปี 2567 โตต่อ เชื่อ Same Store Sales Growth กลับมาเป็นบวก ชี้สังคมสูงอายุดันดีมานด์ยา อาหารเสริมพุ่งกระฉูด พร้อมมองหาธุรกิจสุขภาพเสริมทัพ
ภก.ธัชพล ชลวัฒนสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน) หรือ HL เปิดเผยว่า ทิศทางยอดขายช่วงต้นปี 2567 มีแนวโน้มเติบโตสูง เพราะได้รับอานิสงส์จากโครงการ Easy e-Receipt เพราะสาขาร้านยาของ HL สามารถขอใบกำกับภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-TAX) เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีปี 2567 รับสิทธิ์ลดหย่อนได้สูงสุด 50,000 บาท โดยโครงการดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนยอดขายได้ในช่วง 45 วันแรกของไตรมาส 1/2567 เพราะโครงการลดหย่อนภาษี เริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม - 15 กุมภาพันธ์ 2567
** โดดรับอานิสงส์
“แนวโน้มยอดขายเปิดมาต้นปีค่อนข้างดีมากๆ เพราะร้านส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ e-TAX ส่วนร้านยาขนาดใหญ่ ร้านเราเป็นหนึ่งในร้านที่ออก e-TAX ได้” ภก.ธัชพล กล่าว
ปัจจุบันบริษัทมีสาขาร้านยา 50 สาขา ภายใต้แบรนด์ร้านขายยา iCare, Pharmax, vitaminclub และ Super Drug ส่วนปี 2567 บริษัทมีแผนจะขยายสาขาเพิ่มอีก 20 สาขา เป็น 70 สาขาในสิ้นปี 2567 โดยมีการเซ็นสัญญาเช่าพื้นที่ไปแล้วจำนวน 9 สาขา และยู่ระหว่างการแตกแต่ง 2 สาขา บริษัทคาดจะใช้เงินลงทุนราว 120 ล้านบาท
บริษัทมองภาพธุรกิจร้านยาปี 2567 จะสดใสเมื่อเทียบกับปีก่อน เพราะปัจจัยลบ เรื่องอุปกรณ์การแพทย์ หรือการขายชุดตรวจ ATK ไม่มีแล้ว อีกทั้งฐานในปี 2566 อยู่ในระดับต่ำ ดังนั้นการเติบโตในปี 2567 จะเห็นภาพที่ชัดเจน ประกอบกับตัวเลขยอดขายสาขาเดิม หรือ Same Store Sales Growth (SSSG) จะกลับมาเป็นบวก จากไตรมาส 4/2566 เริ่มเห็นการฟื้นตัว
ขณะที่แผนการซื้อกิจการ บริษัทยังมองหาโอกาสลงทุนที่เหมาะสม โดยสนใจธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ รวมถึงการออกสินค้าใหม่ให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มยอดขายในอนาคต เบื้องต้นคาดจะออกสินค้าอีกประมาณ 10 SKU เนื่องจากบริษัทมีงานวิจับที่ค้างจากปีก่อน และเริ่มพัฒนาโปรดักต์ในปี 2567
** รายได้โต 10%
ภก.ธัชพล กล่าวต่อว่า สังคมผู้สูงอายุในประเทศไทยปัจจุบันมีจำนวนเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด ส่งผลให้ยา อาหารเสริมมีดีมานด์สูงไปตามทิศทางไปในทิศทางเดียวกัน ขณะเดียวกันมูลค่าตลาดยาเพิ่มขึ้น โดยคาดปี 2567 จะเป็น 2 แสนล้าน จากที่ผ่านมา 1.8 แสนล้าน ดังนั้นโอกาสการเติบโตของ HL ยังสูง ซึ่งเป็นไปตามภาวะตลาดและอุตสาหกรรม
สำหรับการเติบโตปี 2567 คาดรายได้จะเติบโตที่ 10% ต่อจากปี 2566 อนึ่ง ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2566 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 416.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.44% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 402.71ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นของทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้า ได้แก่ 1.กลุ่มยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเติบโต 10.23% 2.กลุ่มสินค้าสุขภาพภายนอกร่างกาย เติบโต 11.54% และ 3.กลุ่มสินค้าบริโภค เติบโต 27.01% ซึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 กลุ่มนี้มีสัดส่วน 85.90% ของรายได้จากการขายในงวดปัจจุบัน
ทั้งนี้มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 16.21 ล้านบาท ส่วน 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทมีรายได้ที่ 1,208.67 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 44.98 ล้านบาท
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
X คลิก https://twitter.com/thunhoon1
Instagram คลิก https://instagram.com/thunhoon.news?igshid=YTY2NzY3YTc=