โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เป็นสุดยอดอาชีพจอมโจรด้วยระบบคู่มือโจรกรรมเหนือโลก

นิยาย Dek-D

อัพเดต 09 มี.ค. 2567 เวลา 13.44 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. 2567 เวลา 13.44 น. • Rain Cloud
น้ำ ผ่านการทดสอบเพื่อเป็นผู้บุกเบิกไปลุยโลกต่างมิติ แต่กลายเป็นว่าเขาดันได้อาชีพ 'หัวขโมย' ซะงั้น แต่ก็คงโชคดีล่ะมั้งที่ได้ 'ระบบการชี้นำเส้นทางการโจรกรรม' สุดโกงมาใช้งานแค่คนเดียว ทีนี้ล่ะสบายแน่ !!

ข้อมูลเบื้องต้น

น้ำ หนุ่มวัย 20 ผู้ประสบปัญหาด้านการเงินต้องดูแลน้องอีก 2 คน ได้ตัดสินใจสมัครเป็นผู้บุกเบิกที่ต้องไปลุยในโลกต่างมิติเพื่อเก็บกู้ทรัพยากรต่างๆกลับมายังโลกฝั่งปกติ เขาว่ากันว่าอาชีพนี้รายได้โคตรจะดีเลยเป็นสาเหตุที่ว่าเมื่อน้ำอายุครบ 20 ปีตามเกณฑ์ของสมาคมผู้บุกเบิกจึงได้มุ่งหน้าไปสมัครทันที

น้ำคิดว่าทุกอย่างมันน่าจะเป็นไปได้ด้วยดีหลังผ่านการทดสอบ แต่ดันกลายเป็นว่าเขาได้อาชีพ ‘หัวขโมย’ ซะงั้น !? หัวขโมยมีสกิลอะไรน่ะเหรอก็สกิลขโมยไงล่ะ ! ทักษะสกิลการต่อสู้แทบเป็นศูนย์แถมยังโดนหักหลังจากคนในปาร์ตี้ตั้งแต่วันแรกที่ไปโลกต่างมิติอีก

ทว่าจู่ๆเขาก็ได้รับหนังสือเล่มหนึ่งที่ไม่เคยมีใครใช้งานมันได้เลยจนกระทั่งมาอยู่ในมือเขา หนังสือที่มีชื่อว่า ‘คู่มือการโจรกรรม’ และตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมาชีวิตของน้ำในฐานะผู้บุกเบิกก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

เริ่มต้นระบบการชี้นำเส้นทางการโจรกรรม

By – Rain Cloud

บทนำ

บทนำ

“เฮ้อ…. ไอ้ระบบคู่มือนี่ก็นะ” น้ำเอ่ยขณะเรียกมีดยาวและสั้นสองเล่มออกมาถือ “จะให้ภารกิจมาทั้งทีก็ช่วยเลือกไอ้ที่มันระดับพอๆกับฉันหน่อยไม่ได้รึไง”

ที่พูดแบบนั้นเพราะตรงหน้าของน้ำมีไวเวิร์นตัวสีดำขนาดใหญ่พันธุ์หายากยืนจังก้าอยู่ กรงเล็บของมันที่พยายามโจมตีเขาทีเผลอเมื่อครู่จมดินจนพื้นยุบ—โดนไอ้นั่นเข้าไปทีเดียวมีหวังได้ตายแหง

มันขู่คำรามใส่อย่างมุ่งร้ายก่อนจะกางปีกบินขึ้นฟ้า

“เป็นแค่แย้ตัวใหญ่ที่มีปีกบินได้นิดหน่อยอย่าทำตัวเหลิงให้มันมากไอ้เวรนี่” เขาควงมีดยาวในมือ

แจ้งเตือน : เหลือเวลาทำภารกิจ 30 นาที

“ไอ้ระบบนี่ก็เร่งจังงั้นก็มาจบๆเรื่องให้ไวเลยดีกว่า น่าสนใจจริงๆว่าภารกิจเกินตัวระดับนี้จะให้อะไรตอบแทนกันนะ”

ไวเวิร์นดำพุ่งโฉบลงมาโจมตีน้ำอีกครั้ง คราวนี้เขาตั้งท่าเตรียมสวนกลับ

“เล็งจุดอ่อน” น้ำพูดก่อนจะเหยียดยิ้มชั่วร้าย “ปีกสวยดีนี่หว่า”

น้ำไม่เคยคิดเลยว่าการได้อาชีพหัวขโมยที่โดนดูถูกก่อนหน้านี้จากคนในสมาคมจะสามารถนำพาชีวิตเขาไปได้ถึงจุดไหน แต่ก็ต้องขอบคุณไอ้ระบบสุดโกงนี่ที่ช่วยให้อะไรๆมันง่ายขึ้น นับว่าเป็นโชคดีได้รึเปล่านะที่เรามีเจ้าระบบชี้นำนี้แค่คนเดียว

คิดถูกจริงๆที่เลือกมาสมัครเป็นผู้บุกเบิก

ย้อนกลับไปเมื่อไม่นานนี้

“มาติดต่อเรื่องอะไรคะ”

“ผมนายนที มาสมัครเป็นผู้บุกเบิกครับ” น้ำฉีกยิ้มกว้างและวางบัตรประชาชนลงบนเคาน์เตอร์ “อายุ 20 ปีบริบูรณ์แล้วตั้งแต่เมื่อวานช่วยรับพิจารณาด้วยครับ !! ”

บทที่ 1 : ผู้บุกเบิก

บทที่ 1

ผู้บุกเบิก

“ผมนายนที มาสมัครเป็นผู้บุกเบิกครับ” น้ำฉีกยิ้มกว้างและวางบัตรประชาชนลงบนเคาน์เตอร์ “อายุ 20 ปีบริบูรณ์แล้วตั้งแต่เมื่อวานช่วยรับพิจารณาด้วยครับ !! ”

พนักงานสาวที่นั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์หยิบบัตรประชาชนไปดู

“เคยมารับการทดสอบไหมคะ ? ”

“ไม่ครับนี่เป็นครั้งแรกของผม” น้ำตอบอย่างอารมณ์ดี

“ได้ค่ะ” พนักงานสาวเริ่มคีย์ข้อมูลลงคอม “ช่วยนำเอกสารนี่—นี่ แล้วก็นี่ ไปเขียนข้อมูลให้ครบด้วยนะคะ เขียนเสร็จเมื่อไหร่ให้นำมาส่งที่นี่”

น้ำรวบเอาเอกสารประมาณ 5 แผ่นมาถือไว้ มองหาโต๊ะที่พอว่างแล้วพบว่ายังโถงสำนักงานมุมหนึ่งมีโต๊ะกระจกใสวางเรียงกันไว้เพื่อให้แขกหรือคนทั่วไปใช้ตามอัธยาสัย เขาจึงมุ่งตรงไปนั่งยังโซฟาและหยิบปากกาออกมาควงเล่นขณะอ่านข้อมูลที่ต้องกรอก

ต้องกรอกข้อมูลเยอะเหมือนกันนะเนี่ย

จากนั้นน้ำจึงเริ่มกรอกข้อมูลลงไป

สิ่งที่เขากำลังทำอยู่นี้ก็คือการเขียนใบสมัครอาชีพผู้บุกเบิก และถ้าถามว่าผู้บุกเบิกคืออะไรนั้นอาจต้องเท้าความกันนิดหน่อย

เมื่อราวๆ 5 ปีที่แล้วได้เกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติระดับโลกขึ้น ! ช่ายยย ระดับโลกเลยล่ะ ตอนนั้นผู้คนพากันแตกตื่นคิดว่าโลกคงจะต้องกลับไปสู่ยุคหิน—ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะมันมีอุกกาบาตจากนอกโลกที่กำลังพุ่งมา แต่ด้วยความร่วมมือกันของทุกประเทศสรุปสั้นๆง่ายๆก็ระเบิดอุกกาบาตได้ทันก่อนมันโหม่งโลก

แต่สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นก็คือ เศษอุกกาบาตได้แตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและมีบางชิ้นที่ผ่านพ้นชั้นบรรยากาศตกลงสู่พื้นโลกได้สำเร็จซึ่งมันกระจัดกระจายอยู่หลายที่ทั่วโลก หนึ่งในนั้นมันตกในประเทศไทยด้วย

ทว่าสิ่งเหนือธรรมชาติได้ตามมาหลังจากนั้น ดูเหมือนว่าอุกกาบาตพวกนี้ได้นำพาพลังงานลึกลับมาด้วย เพราะยังจุดที่อุกกาบาตหล่นได้เกิดรอยแยกของมิติ—ใช่ ฟังดูโคตรจะไซไฟและแฟนตาซีมากเลยล่ะ แต่มันก็เกิดขึ้นจริงแล้วนี่ รอยแยกเหล่านั้นได้เชื่อมกับโลกอีกมิติหนึ่ง ซึ่งที่นั่นเป็นโลกที่อุดมสมบูรณ์และเต็มไปด้วยทรัพยากรที่มนุษชาติต้องการ

แต่แน่อยู่แล้ว มันไม่ใช่ว่าแค่เดินผ่านประตูมิติแล้วถือของกลับมาโลกนี้ได้ชิลๆ นั่นเพราะในโลกใบนั้นเต็มไปด้วยมอนสเตอร์หรือสัตว์อสูรต่างๆ มีภาพถ่ายจากทีมสำรวจถ่ายติดมังกรด้วย—ถึงตอนแรกจะมีแต่คนคิดว่าเป็นภาพตัดต่อ CG ก็เถอะ

“เรียบร้อยครับ”

พนักงานสาวรับเอกสารของน้ำไปอ่านผ่านๆก่อนจะเก็บมันและพูดกับเขาว่า “การตรวจสอบคุณสมบัติของการเป็นผู้บุกเบิกวันนี้จะเริ่มตอน 10 โมงเช้าค่ะ เข้าไปรอที่ห้อง C103 เดินตามทางเดินไปแล้วเลี้ยวขวาแยกที่สามนะคะ”

“ขอบคุณครับ ! ” น้ำขานรับอย่างฮึกเหิม

เอาล่ะ ไม่ว่าการทดสอบจะเป็นอะไรแต่ถ้าเขาผ่านล่ะก็…. จะได้บอกลาชีวิตยาจกแบบตอนนี้ซักที แล้วนิลกับนิวจะได้ใช้ชีวิตที่สุขสบายกว่านี้ด้วย

อาชีพ ผู้บุกเบิก นั่นคือชื่อเรียกของเหล่าคนที่ผ่านการทดสอบจากทางสมาคม ซึ่งงานของคนเหล่านี้คือการไปยังโลกต่างมิติและนำทรัพยากรอันมีค่ากลับมาที่โลกเราให้จงได้—เขาได้ยินมาว่าพวกผู้บุกเบิกเนี่ยรวยใช่ย่อย ต่อให้เป็นพวกปลายแถวแต่ก็มีเงินกินเงินใช้แบบสบายตัวพอควรเลยทีเดียว

ทว่าเงื่อนไขขั้นต่ำที่ทางสมาคมตั้งไว้คือต้องอายุ 20 ปีบริบูรณ์และผ่านการทดสอบจากทางสมาคมด้วย

“C103” น้ำเงยหน้ามองเลขที่ติดข้างประตู

แกรก

เขาเปิดเข้าไปข้างในและเห็นว่ามีผู้สมัครคนอื่นมานั่งรออยู่แล้ว 20 กว่าคนทั้งชายและหญิงปนกัน—นึกว่าคนจะเยอะกว่านี้ซะอีก แต่ก็นะเขาเปิดให้มาสมัครได้ทุกวันนี่นา

น้ำเลือกนั่งยังโต๊ะแถวสุดท้ายที่มีคนนั่งอยู่ไม่กี่คนจากนั้นจึงหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าที่หน้าจอมีรอยแตกออกมาดูเวลา—อีก 5 นาทีเหรอ ดีนะกะเวลาเดินทางมาด้วย

จากนั้นไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่ชายในชุดสูทสีดำเดินเข้ามาในห้อง

“สวัสดีครับทุกคน พวกคุณคงจะเป็นคนที่มาสมัครเป็นผู้บุกเบิกในวันนี้” เจ้าหน้าที่เอ่ย ในมือของเขาถือกระเป๋าเคสขนาดกลางสีดำมาด้วย “ผมคิดว่าอาจมีบางคนในนี้รู้แล้วว่าการทดสอบของเราเป็นยังไงแต่ผมขออนุญาตในการอธิบายให้คนที่ไม่รู้ทราบก่อนนะครับ”

เจ้าหน้าที่หนุ่มเดินไปยังโต๊ะตัวเล็กเพียงตัวเดียวที่อยู่หน้าสุด วางกระเป๋าเคสลงและเปิดมันออกก่อนจะหยิบสิ่งที่อยู่ภายในขึ้นมาโชว์ให้ทุกคนดู

“นี่คือใบไม้ครับ”

ใช่ ในมือของเจ้าหน้าที่หนุ่มนั้นคือใบไม้แห้งใบหนึ่ง—ว้าววว…. สุดยอดไปเลย….

“อย่าเพิ่งทำหน้างงหรือคิดว่าผมกำลังกวนประสาททุกคนนะครับ” เขาหัวเราะเบาๆ “แต่มันคือบททดสอบของเรา ทุกคนช่วยลุกจากที่ เรียงเถียวเดินมาที่โต๊ะและลองจับใบไม้ใบนี้ดูด้วยครับ”

มีหลายคนมากๆที่ไม่เข้าใจกับคำสั่งนี้ในขณะที่บางคนเหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าการทดสอบคืออะไรก็ได้ลุกขึ้นและเดินตรงไปทันที และเพราะเหตุนั้นเองทุกคนจึงพากันกรูไปต่อแถวไม่เว้นแม้แต่น้ำ

ทุกคนค่อยๆหยิบใบไม้ขึ้นมาถือแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในขณะที่บางคนซึ่งเหมือนจะรู้ความหมายของมันอยู่แล้วได้ทำสีหน้าเจ็บปวดหรือไม่ก็เจ็บใจออกมาอย่างไม่ปิดบัง ราวกับ…. ราวกับว่าพวกเขาได้สอบตกไปแล้ว

เฮ้ย เดี๋ยวๆๆ ! ทำไมแค่จับใบไม้ถึงได้เป็นการทดสอบไปได้ล่ะ ไม่ใช่ว่าการทดสอบเป็นผู้บุกเบิกที่ต้องไปสู้กับพวกมอนสเตอร์หรือสัตว์ประหลาดต้องทดสอบสมรรถภาพร่างกายเรอะ

“เอาล่ะ เธอเป็นคนสุดท้ายสินะ เชิญเลย”

“…. ครับ”

น้ำก้มมองซากใบไม้แห้งที่วางอยู่ในกระเป๋าเคสพร้อมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แต่เขาไม่รู้ว่ามันมีทริคหรืออะไรรึเปล่าเพื่อให้ผ่านการทดสอบนี้ สุดท้ายจึงได้แต่ทำตามแบบคนอื่น นั่นคือ

หยิบใบไม้ขึ้นมา….

วาบ

“หะ เฮ้ย !? ”

ทว่าจู่ๆใบไม้ที่เหี่ยวแห้งก็เปลี่ยนสภาพกลับเป็นใบไม้สดที่เหมือนเพิ่งเด็ดจากกิ่ง ไม่ใช่แค่นั้นใบของมันกลายเป็นสีรุ้งที่ไล่สีไปมาไม่หยุด

“โอ้ ! ยินดีด้วยนะเธอผ่านการทดสอบการเป็นผู้บุกเบิกแล้ว” เจ้าหน้าที่หนุ่มทำตาโต “ไม่มีผู้บุกเบิกคนใหม่มาเข้าทีมนานกี่สัปดาห์แล้วนะ”

“หะ ฮะ ? ผ่านแล้วเรอะครับ”

ไม่เห็นจะเข้าใจเลยว่าทำไมการทดสอบเป็นผู้บุกเบิกมันถึงได้เรียบง่ายขนาดนี้ แล้วไอ้ใบไม้เปลี่ยนสี RGB นี่มันอะไรฟะ !!

บทที่ 2 : เงื่อนไขขั้นต่ำ

บทที่ 2

เงื่อนไขขั้นต่ำ

หลังจากการทดสอบที่แสนงุนงงได้จบลงเหล่าผู้สมัครทุกคนก็ทยอยกันกลับด้วยความผิดหวังจะเหลือก็แค่น้ำคนเดียวที่ยังคงอยู่ในห้องคู่กับเจ้าหน้าที่หนุ่มซึ่งคาดว่าน่าจะอายุ 20 ปลายๆเห็นจะได้

“อืมมม มันต้องเริ่มจากตรงไหนนะ พอดีไม่มีคนผ่านการทดสอบมาน่าจะราวๆ 5 สัปดาห์ได้มั้งเลยลืมว่าควรจะอธิบายจากตรงไหนก่อนดีเกี่ยวกับการเป็นผู้บุกเบิก” ชายตรงหน้าหัวเราะ “จริงสิต้องแนะนำตัวก่อนใช่ไหม พี่ชื่อกวิ้นนะเป็นคนของฝ่ายบุคคล”

“กวิ้นที่มาจากเพนกวิ้นน่ะเหรอครับ ? ผมน้ำครับ”

“ฮะๆทำนองนั้นแต่เรียกกวิ้นเถอะ เราก็ไม่อยากเรียกพี่ว่าพี่เพนกวิ้นหรอกใช่ไหม” เจ้าหน้าที่หนุ่มยิ้มแหย

“ก็จริงครับ” เขาพยักหน้ารับ “แต่ผม…. ผ่านการทดสอบแล้วได้เป็นผู้บุกเบิกแล้วจริงๆใช่ไหม”

“คงคิดว่าแค่จับใบไม้แล้วผ่านมันดูง่ายเกินไปสินะ” พี่กวิ้นผู้มีฟันเขี้ยวให้เห็นนิดหน่อยเอ่ย “มันดูเรียบง่ายแต่ความหมายน่ะสุดยอดมากเลย นั่นเพราะการที่จะสามารถปลุกพลังของคนธรรมดาให้กลายเป็นผู้บุกเบิกและไปยังอีกมิติโดยไม่ตายได้น่ะใบไม้ใบนี้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก”

“ช่วยอธิบายเพิ่มได้ไหมครับ ? ”

“ที่อีกมิติหนึ่งจะมีสิ่งที่เรียกว่าประจุพลังงานเวทมนตร์แผ่ไปทุกหนทุกแห่งเหมือนกับออกซิเจนที่อยู่ในโลกเรานี่แหละ ซึ่งประจุพลังเวทมนตร์เหล่านั้นผู้บุกเบิกจะสามารถใช้มันเพื่อปลุกพลังพิเศษในตัวเองและปล่อยเวทมนตร์หรือทักษะพิเศษออกมาได้ ฟังดูตลกใช่ไหมแต่โลกฝั่งนั้นมันคือสิ่งที่เรายังไม่สามารถอธิบายในอะไรหลายๆอย่างได้”

“ครับผม” เขาพยักหน้าช้าๆ “ก็คือถ้าแตะใบไม้แล้วมันไม่เปลี่ยนสีก็หมายความว่าคนๆนั้นไม่สามารถปลุกพลังพิเศษออกมาได้สินะครับ”

“ถูกต้อง” พี่กวิ้นมีท่าทีพอใจ “หลังจากได้รับการปลุกพลังแล้วจะสามารถใช้ทักษะหรือความสามารถพิเศษที่อยู่ในตัวได้โดยแต่ละคนจะต่างกันออกไป ไว้หลังจากนี้เรารอฟังผู้เชี่ยวชาญเขาอธิบายโดยตรงน่าจะเห็นภาพง่ายกว่าเพราะถึงพี่จะดูรู้เรื่องพวกนี้แต่มันก็แค่ทฤษฏีเท่านั้น—อย่างที่เห็นพี่ไม่มีคุณสมบัติของผู้บุกเบิก”

ไม่ว่าเปล่าพี่กวิ้นหยิบใบไม้ที่ตอนนี้กลับไปแห้งกรอบแล้วขึ้นมา ทว่ามันไม่ได้เปลี่ยนสีแบบที่น้ำถือ

“เข้าใจแล้วครับ แล้วเราจะเดินทางไปโลกฝั่งนั้นได้วันไหน”

“ตามที่น้ำสะดวกเลย ประตูเชื่อมมิติสามารถเข้าออกได้ตลอดเวลาโดยผู้บุกเบิก”

“งั้นวันนี้เลยได้ไหมครับ ! ”

“มะ ไม่กระทันหันไปหน่อยเรอะ” พี่กวิ้นผงะ “เธอไม่ต้องคุยกับที่บ้านหรือเคลียร์ธุระอะไรให้เสร็จก่อนเหรอ”

“สบายๆครับ เดี๋ยวผมจะโทรไปลาออกจากงานพาร์ทไทม์ที่ทำ ส่วนที่บ้านผมก็อยู่กับแค่น้องชายน้องสาวจะโทรไปหาหลังจากนี้แหละว่าอาจไม่ได้กลับบ้านหลายวันหน่อย”

“ทะ ถ้าเราว่างั้น” พี่กวิ้นไม่ขัดอะไร “ในเมื่อน้ำจะไปวันนี้เลยเดี๋ยวพี่ทำเอกสารการใช้ประตูเชื่อมมิติให้หลังจากนี้ แต่ตอนนี้เรามาคุยเรื่องค่าตอบแทนเกี่ยวกับการทำงานให้กับทางสมาคมก่อนแล้วกัน”

“นี่ล่ะที่ผมรออยู่” ชายหนุ่มตาลุกวาว

จากนั้นพี่กวิ้นก็ได้อธิบายเรื่องเงินๆทองๆยาวเหยียดโดยสรุปได้คร่าวๆก็คือ—ค่าตอบแทนขึ้นอยู่กับทรัพยากรที่หามาให้กับทางสมาคมผู้บุกเบิก โดยราคาของมันจะถูกกำหนดไว้แต่แรกแล้ว นอกจากนี้หากทำภารกิจที่มอบหมายให้โดยคนของสมาคมก็จะมีค่าตอบแทนพิเศษจ่ายเพิ่มให้อีกด้วย โดยค่าตอบแทนทั้งหมดจะได้รับภายใน 24 ชั่วโมงหลังส่งมอบของ โดยโอนเข้าบัญชีธนาคารในโลกฝั่งนี้

ที่จริงมีเรื่องหยุมหยิมอีกเยอะแยะเพียงแต่หลักๆก็ประมาณนี้

“เดี๋ยวพี่จะปริ้นท์เอกสารรายละเอียดทั้งหมดให้หลังจากน้ำกลับจากโลกฝั่งโน้นแล้วกัน มีอะไรอยากถามเป็นพิเศษรึเปล่าที่เกี่ยวกับหน้าที่และเรื่องเงินๆทองๆเพราะถ้าเป็นเรื่องมอนสเตอร์เอยหรืออย่างอื่นนี่พี่ก็ตอบไม่ได้หรอก”

“ไม่มีเป็นพิเศษครับ”

“งั้นก็—นี่เกือบจะ 11 โมงแล้ว ถ้ายังไงจะกินมื้อเที่ยงก่อนไปโลกฝั่งโน้นไหม”

“สบายมากครับ ผมเพิ่งยัดข้าวเช้ามาเต็มที่กว่าจะหิวน่าจะบ่ายไม่ก็เย็นเลย” น้ำบอกอย่างให้ความมั่นใจ

ด้วยสถานการณ์ทางการเงินทำให้ตอนนี้น้ำสำเร็จเคล็ดวิชากินน้อยอยู่นานได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว !

“งั้นเจอกันตอนเที่ยงที่ห้องนี้เหมือนเดิม พี่ขอไปเดินเรื่องเอกสารก่อน”

“ได้ครับ ผมไม่ไปไหนหรอกจะคอยอยู่ที่นี่แหละ”

เมื่อแจ้งกำหนดการเสร็จสิ้นพี่กวิ้นก็ออกจากห้องไป นั่นจึงเป็นโอกาสให้น้ำได้หยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาที่บ้าน

ตื๊ดด ตื๊ดดด—

‘ว่าไงพี่น้ำ ? ผลเป็นยังไงบ้าง’ เสียงของเด็กสาวคนหนึ่งดังที่ปลายสาย

“ก็บอกแล้วไม่ใช่รึไงว่ายังไงพี่ก็ผ่านการทดสอบ” น้ำพูดอย่างไว้เชิง—ถึงจะผ่านมาแบบงงๆก็เถอะ

‘จริงดิ ! นี่ไม่ได้โกหกกันใช่ไหม’

“แล้วพี่จะโกหกเธอไปทำไมเล่า” น้ำลำพองใจ “บางทีก็เหนื่อยใจน้านอกจากจะหน้าตาดีแล้วยังมีคุณสมบัติเป็นผู้บุกเบิกอีก ที่ชีวิตพวกเรา 3 พี่น้องต้องลำบากมาจนถึงทุกวันนี้คงเป็นการกลั่นแกล้งของพระเจ้าแน่ๆ”

‘ผู้ชายอะไรกล้าชมตัวเองว่าหน้าตาดี’ ปลายสายหัวเราะหึๆ ‘ถึงจะฟังดูเชื่อยากก็เถอะแต่พี่น้ำไม่เคยโกหกหนูนี่นะ แล้ววันนี้จะกลับมาห้องกี่โมง’

“โทษที วันนี้น่าจะไม่ได้กลับ พอดีพี่จะเดินทางเลยเพราะอยากรู้ว่าโลกอีกมิติจะเป็นยังไง แล้วเขาบอกว่าทำงานปุ๊บได้เงินไว แบบนั้นมันก็ฟังดูล่อตาล่อใจดีไม่ใช่เหรอ”

‘ตามใจพี่น้ำแล้วกัน ของที่บ้านหนูกับนิวก็น่าจะกินกันไปได้อีกหลายวันอยู่’

“แต่พี่จะรีบกลับบ้านภายใน 2 – 3 วันนี้ล่ะ ไม่อยากทิ้งให้พวกเราอยู่กันแค่ 2 คนนานเกินไป”

‘พวกหนูก็อายุไม่ใช่น้อยๆแล้วนะ’

“ใช้คำนำหน้าว่านางสาวมาได้แค่ปีเดียวอย่าได้ใจให้มันมากนักเลยยัยเด็กน้อย” เขาแอบจิกกัดน้องสาวตัวเอง

‘ก็พี่น่ะชอบเป็นห่วงหนูกับนิวมากเกินไปนี่นา นิวเองก็ ม.3 แล้วนะ’ เธอเอ็ดกลับเสียงขุ่น ‘แต่พี่ก็ดูแลตัวเองดีๆล่ะ ไม่รู้ว่าโลกฝั่งโน้นจะเป็นยังไงบ้าง’

“คร้าบคุณแม่” เขาบอกปัดอย่างไม่ใส่ใจ

‘นี่หนูพูดจริงๆนะพี่น้ำ ! ’ เธอเริ่มหงุดหงิด ก่อนจะเปลี่ยนเสียงให้อ่อนลง ‘แล้วก็…. ต้องกลับมาด้วยนะ’

“….”

เป็นคำพูดสั้นๆที่สำหรับเรา 3 พี่น้องนั้นมีความหมายเป็นอย่างมาก

“อื้อ ต้องกลับไปอยู่แล้วสิ” เขายิ้มและตอบกลับปลายสายไป “นิลกับนิวก็รู้ว่าพี่ไม่มีทางหนีไปไหนอยู่แล้ว”

‘ขอโทษนะพี่น้ำ…. ที่ตอนนี้หนูกับนิวเป็นตัวถ่วงทำให้พี่ต้องพยายามทำงานหนักเพื่อส่งพวกเราเรียนให้จบ’

“ไม่เอาน่า จะมาดึงดราม่าอะไรตอนนี้ พี่โทรมาเพราะอยากได้กำลังใจนะเฟ้ย” เขาหัวเราะเบาๆ “ช่วยบอกรักพี่ชายคนนี้ให้ชื่นใจหน่อยซิ”

‘ขนลุกตายชัก’ อีกฝ่ายพูดเสียงหลง

“เร็วเข้านิล พี่ต้องรีบไปแล้ว” เขาเร่งทั้งที่ก็ไม่ได้รีบไปไหนหรอก

‘….น้ำค่ะ’

“ฮะ เสียงมันเบา ว่าไงนะ”

‘ตลกหรอ ? ’ อีกฝ่ายหงุดหงิดหนักขึ้น

“เอ้า ! ก็ไม่ได้ยินจริงๆ เร็วเข้า ขอดังๆเข้มๆเป็นกำลังใจให้พี่ชายติดน้องหน่อย”

เขาได้ยินเสียงถอนหายใจแรงๆมาจากอีกฝั่งของโทรศัพท์

‘รักพี่น้ำค่ะ’

“ฟังดูไม่เต็มใจแต่ก็ดีกว่าไม่ได้” น้ำหัวเราะชอบใจ “แล้วไอ้เจ้านิวล่ะ มันก็น่าจะฟังอยู่ใกล้ๆใช่ไหม พูดมาเดี๋ยวนี้”

‘พี่น้ำแม่งโรคจิตว่ะ’ เสียงเด็กผู้ชายหลุดเข้ามาในสาย ‘รักครับรักพี่น้ำที่สุดเลย’

เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาโดยไม่สามารถอดกลั้นไว้

“งั้นพี่ไปก่อนนะ ไว้กลับมาที่โลกฝั่งนี้เมื่อไหร่จะโทรไปบอก ที่ทางโน้นคงไม่มีคลื่นมือถือให้โทรทะลุมิติมาได้แน่ๆ”

‘ค่ะ แล้วว่ากัน’

จากนั้นสายก็ตัดไปเขาเก็บมือถือเข้ากระเป๋าก่อนจะนั่งรอให้พี่กวิ้นกลับมา ภายในใจตอนนี้รู้สึกได้รับการเติมเต็ม

เพราะแบบนี้ไงถึงได้มีกำลังใจทำงานหาเงิน

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...