“ดาวโจนส์” ปิดลบ 347 จุด เซ่นบอนด์ยีลด์–น้ำมันพุ่ง หลังดีลอิหร่านสะดุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันจันทร์ (28 ก.ย.69) ปรับตัวลงทั้ง 3 ดัชนี หลังราคาน้ำมันปรับขึ้นจากความไม่แน่นอนของการเจรจายุติสงครามอิหร่าน เพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 51,481.51 จุด ลดลง 347.11 จุด หรือ0.67% ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่7,683.69 จุด ลดลง59.72 จุด หรือ 0.77% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 26,820.38 จุด ลดลง248.34 จุด หรือ 0.92%
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพจากอิหร่าน ก่อนลดช่วงบวกลงจากความคาดหวังว่า ผู้ไกล่เกลี่ยจาก กาตาร์ จะหารือกับทั้งสองฝ่ายเพื่อหาทางบรรลุข้อตกลง อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของการเจรจายังคงทำให้นักลงทุนจับตาผลกระทบของราคาพลังงานต่อเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยเฟด
ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับขึ้นไปแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 ก่อนลดลงมาอยู่ที่ 5.23% โดยบอนด์ยีลด์ที่สูงขึ้นเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดหุ้น ส่งผลให้ดัชนี S&P 500 ปรับลดลงในแง่เปอร์เซ็นต์รายวันมากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม
สำหรับหุ้นรายตัว Boeing ร่วง 6.9% และเป็นหนึ่งในหุ้นที่กดดันดัชนีดาวโจนส์ หลังสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ (FAA) ระบุว่า จะเลื่อนการรับรองเครื่องบิน 737 MAX 10 จนกว่าปัญหาซอฟต์แวร์ที่เพิ่งตรวจพบจะได้รับการแก้ไข ส่วน Tesla ลดลง 3.9% หลัง J.P. Morgan ปรับลดราคาเป้าหมาย โดยอ้างถึงยอดส่งมอบรถยนต์ในไตรมาส 3 ที่อ่อนแอ
สวนทางกับNvidia ที่เพิ่มขึ้น 1.6% หลังบริษัทประกาศอนุมัติวงเงินซื้อหุ้นคืน 150,000 ล้านเหรียญ ซึ่งเป็นวงเงินซื้อหุ้นคืนสูงที่สุดที่บริษัทแห่งหนึ่งเคยประกาศ
นักลงทุนยังรอติดตามข้อมูลเงินเฟ้อและตลาดแรงงานสหรัฐที่จะทยอยเปิดเผยในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะรายงานการจ้างงานในวันศุกร์ (2 ต.ค.69) เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยก่อนการประชุมเฟดเดือนตุลาคม