โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

พยาบาลยื่น 6.5 หมื่นชื่อ ค้าน "อสพ." ห่วงผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางเสี่ยงอันตราย

Thai PBS

อัพเดต 3 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (28 ต.ค.2569) สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พร้อมเครือข่ายพยาบาลจากหลายสถาบัน โรงพยาบาล และประชาชน ยื่นรายชื่อ 65,000 รายชื่อ ต่อรัฐสภา เพื่อร้องเรียนและคัดค้านนโยบายอาสาพยาบาลชุมชน (อสพ.) โดยมี ศ.ศิริอร สินธุ นายกสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ เป็นผู้ชี้แจงข้อกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของประชาชน และผลกระทบต่อมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ

ศ.ศิริอร ระบุว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของวิชาชีพพยาบาลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการให้รัฐคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ เนื่องจากกลุ่มผู้ป่วยที่อาจได้รับการดูแลภายใต้นโยบายดังกล่าว เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน และอาการกำเริบของโรค จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากผู้ที่มีความรู้และทักษะเหมาะสม

เราไม่ได้คัดค้านผู้ที่จะเข้ามาทำงานสนับสนุนในชุมชน แต่คิดว่าจะต้องดูรูปแบบการทำหน้าที่ให้ชัดเจน เราเรียกร้องเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

ห่วงผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง หากประเมินอาการผิดพลาดอาจส่งต่อไม่ทัน

สมาคมฯ แสดงความกังวลต่อการนำผู้ผ่านการอบรม 240 ชั่วโมง ไปดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง หญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด เด็ก ผู้ป่วยหลังออกจากโรงพยาบาล ตลอดจนผู้ป่วยจิตเวช และผู้มีปัญหาการใช้สารเสพติด ซึ่งเป็นกลุ่มที่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน และจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

ศ.ศิริอร ระบุว่า การดูแลผู้ป่วยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน แต่ยังเกี่ยวข้องกับการประเมินอาการ การแยกแยะสัญญาณอันตราย และการตัดสินใจว่าผู้ป่วยควรได้รับการรักษาหรือส่งต่อเมื่อใด หากผู้ดูแลไม่สามารถประเมินอาการผิดปกติได้อย่างเหมาะสม อาจทำให้ผู้ป่วยเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพล่าช้า และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย

นายกสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ ยกตัวอย่างว่า แม้จะดูแลประชาชนจำนวนมากได้สำเร็จ แต่หากเกิดอันตรายขึ้นกับผู้ป่วยเพียงคนเดียว ก็เป็นความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อเป็นการดูแลสุขภาพของประชาชนที่มีความเปราะบาง

สมาคมฯ จึงยืนยันว่าการพยาบาล เป็นวิชาชีพที่ต้องมีความรู้และทักษะตามมาตรฐาน ผ่านการศึกษาตามหลักสูตร และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ไม่ใช่เพียงผ่านการอบรมระยะสั้นแล้วจะสามารถปฏิบัติงานพยาบาลได้โดยอัตโนมัติ

พยาบาลยื่น 6.5 หมื่นชื่อ ค้าน

ชี้เปลี่ยนชื่อโครงการไม่ใช่คำตอบ ต้องดูหน้าที่ที่ปฏิบัติจริง

สำหรับข้อเสนอที่อาจเปลี่ยนชื่อจาก "อาสาพยาบาลชุมชน" เป็นชื่ออื่น ศ.ศิริอร มองว่า การเปลี่ยนชื่อเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะสิ่งสำคัญกว่าคือต้องพิจารณาว่า บุคลากรกลุ่มนี้จะได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่อะไร และหน้าที่ดังกล่าวอยู่ในขอบเขตที่กฎหมายอนุญาตหรือไม่

นายกสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ ระบุอีกว่า ปัจจุบันระบบสุขภาพชุมชน มีทั้งอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. และผู้ดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง หรือ Caregiver ซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนการดูแลประชาชนมาอยู่แล้ว

อสม. มีบทบาทในการสื่อสารข้อมูลสุขภาพ เฝ้าระวังปัญหาในชุมชน และแจ้งบุคลากรสาธารณสุขเมื่อพบประชาชนมีอาการผิดปกติ ขณะที่ Caregiver ช่วยดูแลกิจวัตรประจำวันของผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตได้ ใกล้เคียงปกติมากที่สุด รวมถึงช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว ทั้ง 2 บทบาทจึงเป็นกำลังสนับสนุนที่ช่วยให้ระบบสุขภาพชุมชนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องทำหน้าที่แทนผู้ประกอบวิชาชีพ

ศ.ศิริอร ระบุว่า แม้แต่พยาบาลวิชาชีพเอง ก็มีขอบเขตความสามารถในการปฏิบัติงาน หากพบกรณีที่เกินขอบเขตหรือจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ ก็ต้องส่งต่อผู้ป่วยให้เข้าถึงบริการที่เหมาะสม ไม่ใช่พยายามทำทุกอย่างด้วยตนเอง

นอกจากนี้ หากกำหนดให้พยาบาลวิชาชีพทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง หรือกำกับดูแลอาสาสมัครที่ปฏิบัติงานเกินขอบเขต ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผู้กำกับดูแลด้วย หากเกิดความผิดพลาดในการปฏิบัติงาน จึงจำเป็นต้องกำหนดหน้าที่ ความรับผิดชอบ และระบบกำกับดูแลให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น

ย้ำรัฐต้องแก้ปัญหาขาดแคลนพยาบาล ไม่ใช่ทดแทนด้วยการอบรมระยะสั้น

สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการ 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ ทบทวนนโยบายก่อนขยายการดำเนินงาน พร้อมประเมินความเสี่ยงต่อผู้ป่วย และเปิดเผยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลอย่างโปร่งใส, กำหนดขอบเขตหน้าที่ตามกฎหมายและสมรรถนะให้ชัดเจน แยกงานสนับสนุนออกจากงานที่ต้องใช้ผู้ประกอบวิชาชีพที่มีใบอนุญาต

โดยเชิญสภาการพยาบาลและองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้องร่วมกำหนดมาตรฐาน, ตรวจสอบมาตรฐานหลักสูตรและความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้อง ทั้งผู้จัดอบรม ผู้ฝึกสอน ผู้มอบหมายงาน และผู้กำกับดูแล เพื่อป้องกันการปฏิบัติงานที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานและกฎหมาย

สมาคมฯ ยังเสนอให้รัฐบาลแก้ปัญหาขาดแคลนพยาบาล ด้วยการพัฒนาและรักษากำลังคน รวมถึงจัดสรรงบประมาณ และอัตรากำลังอย่างเหมาะสม โดยระบุว่า มีพยาบาลวิชาชีพรอการบรรจุอีกกว่า 7,000 คน ซึ่งควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำไปใช้ประกอบการกำหนดนโยบาย

นอกจากนี้ สมาคมฯ เห็นว่า การแก้ปัญหากำลังคนควรพิจารณาทั้งการเพิ่มอัตรากำลัง การรักษาบุคลากรให้อยู่ในระบบ และการจัดสรรทรัพยากรให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่ ขณะเดียวกัน อาสาสมัครยังสามารถมีบทบาทสนับสนุนงานสุขภาพได้ หากกำหนดหน้าที่อย่างเหมาะสม และไม่ทดแทนงานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง

เมื่อถามถึงกรณีที่อาสาพยาบาลชุมชน อาจเตรียมลงพื้นที่ปฏิบัติงานในเดือน พ.ย. ศ.ศิริอร ย้ำว่า ประเด็นสำคัญคือการดำเนินนโยบาย ต้องสอดคล้องกับกฎหมายและคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า รัฐควรพิจารณาความสอดคล้องระหว่างนโยบายที่กำลังดำเนินการกับกฎหมายวิชาชีพ ที่รัฐสภาเป็นผู้ตราขึ้น

ทั้งนี้ ยังไม่ได้ตัดสินใจดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง โดยเห็นว่าควรเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายทำความเข้าใจและพูดคุยกันก่อน เนื่องจากรัฐและผู้แทนประชาชน ต่างมีเป้าหมายในการทำงานเพื่อประชาชน จึงควรรับฟังเหตุผลของกันและกัน และหาทางออกภายใต้กรอบกฎหมาย

เรายังไม่คิดไกลไปถึงขนาดนั้น สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจกัน หากเกิดความไม่เข้าใจบางประการ ก็ควรนั่งพูดคุยกัน เรามาด้วยขอบเขตของกฎหมาย ที่จะเป็นความปลอดภัยของประชาชน

สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ ไม่ได้ปฏิเสธการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครในการดูแลสุขภาพชุมชน แต่ต้องการให้รัฐบาลกำหนดรูปแบบการทำงานที่เหมาะสม แยกบทบาทสนับสนุนออกจากการประกอบวิชาชีพ และจัดให้มีระบบกำกับดูแลที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการสุขภาพที่มีคุณภาพและปลอดภัย พร้อมย้ำว่า “ชีวิตและสุขภาพของประชาชนไม่ใช่พื้นที่ทดลองนโยบาย ความปลอดภัยต้องเป็นเงื่อนไขแรกของทุกนโยบายสุขภาพ”

อ่านข่าว :

จับตาวันนี้ ตำรวจไซเบอร์ ยื่นศาลขอหมายจับแอดมินเพจ Godd Dam

คพ.ลุยตรวจแหล่งน้ำ จ.ปราจีนฯ พบชาวบ้านมีอาการทางผิวหนัง

อธิบดี ปภ.เผยหารือ "ชัชชาติ" หางบเยียวยาน้ำท่วม กทม.เพิ่ม 200 ล้าน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

อย.ยันยังไม่พบการนำเข้า "เห็ดเข็มทอง" ปนเปื้อน หลังสหรัฐฯ แจ้งเตือน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รัฐบาลยันน้ำท่วม-ดินถล่มภูเก็ต เข้าเกณฑ์ประกันภัยพิบัติ เยียวยาเบื้องต้น 1 หมื่น

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

น้ำผึ้งชันโรงเสม็ดขาว "สีมรกต" แห่งแรกของโลก วิจัยฤทธิ์ต้านมะเร็ง 5 ชนิด-อัลไซเมอร์

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สรุปสินเชื่อ “Solar ภาคประชาชน” คิดดอกเบี้ยคงที่ 2.5% ต่อปี ผ่อนชำระราว 1,200 บาทต่องวด

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว สังคม อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...