โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ไบโอเวย์" ผนึก ม.สุรนารี ต่อยอดวิจัยผลิตภัณฑ์เอนไซม์กำจัดกลิ่น

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ม.ค. 2566 เวลา 07.34 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. 2566 เวลา 05.16 น.

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ และมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับใช้ในทุกครัวเรือน อาทิ น้ำยาซักผ้า น้ำยากำจัดคราบ แต่ส่วนใหญ่สินค้าเหล่านี้จะชะล้างสิ่งสกปรกจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ไม่สามารถสลายได้ ทำให้เกิดมลพิษกระทบสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันก็มีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเช่นกัน

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “สุบินทร์ พันเลิศจำนรรจ์” นักวิจัยเจ้าของผลิตภัณฑ์ บริษัท ไบโอเวย์ จำกัด ผู้สร้างผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและกำจัดกลิ่นจากเอนไซม์จุลินทรีย์ ที่ต่อยอดจากงานวิจัยจนได้รับรางวัลระดับโลก

“สุบินทร์” เล่าว่า ผลิตภัณฑ์จากไบโอเวย์ได้รับแรงบันดาลใจมาตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน ที่รับราชการอยู่โรงพยาบาลศิริราช และได้เห็นปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็น ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั่วไปก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จึงเกิดไอเดียการสกัดเอนไซม์ออกมาใช้แทน

และทดลองแล้วก็ถือว่าได้ผลระดับหนึ่ง ซึ่งได้ร่วมทำวิจัยกับทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี คัดแยกสายพันธุ์สกัดเอนไซม์ของจุลินทรีย์ และนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในครัวเรือนด้วย

“ผลิตภัณฑ์เราแตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ คือเน้นเรื่องทำความสะอาด บำบัดน้ำเสีย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม กลยุทธ์ทางการตลาดใช้วิธีการเข้าไปอธิบายเสนอให้ทดลองใช้สินค้าก่อน เมื่อเขาใช้แล้วสินค้าดีตอบโจทย์ ลูกค้าก็จะกลับมาซื้อซ้ำ เพราะการแก้ไขปัญหาทุกวันนี้เป็นการแก้ที่ปลายเหตุ เช่น มีน้ำเสียก็ขยายบ่อบำบัดน้ำเสีย เราสามารถใช้เอนไซม์เปลี่ยนน้ำเสียให้เป็นน้ำดีโดยลดค่าใช้จ่ายอีกด้วย”

ด้าน ชวัลวิชญ์ เชื้อทอง” ผู้ช่วยฝ่ายวิชาการ บริษัท ไบโอเวย์ จำกัด บอกว่า สินค้าของบริษัทเป็นผลิตภัณฑ์รักษาสิ่งแวดล้อม มีโปรดักต์แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ

1.กลุ่มทำความสะอาด ได้แก่ น้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ OCC, น้ำยาซักผ้า Detergent pH7, AIM น้ำยาขจัดคราบฝังแน่น คราบหินปูน 2.กลุ่มกำจัดกลิ่น ได้แก่ D-smell, D-PET, Oder Control, Multi Enzine ทั้งหมดมาจากสารอินทรีย์ประเภทโปรตีนเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเคมีเรียกว่า “เอนไซม์และจุลินทรีย์” โดยนำไปใช้บำบัดน้ำเสียได้

ไบโอเวย์

จากงานวิจัยที่ร่วมกับรองศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี นำจุลินทรีย์ไปคัดแยกสายพันธุ์จนเหลือจุลินทรีย์ 4 สายพันธุ์ที่มีการหลั่ง เอนไซม์โปรตีเอส, เอนไซม์ไลท์เปส, เอนไซม์ยูรีเอส แล้วนำมาสกัดเป็นเอนไซม์ทำเป็นผลิตภัณฑ์

และพัฒนาจนกระทั่งได้รับรางวัลเอนไซม์กำจัดกลิ่น และสิ่งแวดล้อมพลังงานสะอาด ของโครงการ G-CIP UNIDO องค์การสหประชาชาติ เมื่อปี 2559 ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ของบริษัทที่ได้รับรางวัลในประเทศไทย

“บริษัทเรามีแนวคิดที่ว่า เปลี่ยนจากน้ำเสียเป็นน้ำดีก่อนที่จะปล่อยลงสู่ระบบบำบัดน้ำเสีย ฉะนั้นจุลินทรีย์ที่มีการสกัดออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ จึงสามารถสลายคราบไขมันในแต่ละประเภทได้ดี ซึ่งตัวสารยูรีเอสจะช่วยกำจัดกลิ่น เช่น กลิ่นปัสสาวะ กลิ่นอุจจาระ กลิ่นเหม็นอับในห้องหรือรถยนต์ เป็นต้น

ช่วงที่เกิดโรคโควิด-19 ระบาด ธุรกิจอื่น ๆ ได้รับผลกระทบ แต่ธุรกิจของเรายอดขายเติบโต โดยเฉพาะสินค้าที่ส่งให้กับโรงพยาบาล เช่น Multi Enzine น้ำยาทำความสะอาดอุปกรณ์ทางการแพทย์”

ปัจจุบัน ไบโอเวย์ มีกำลังการผลิตอยู่ที่วันละ 5 ตัน และผลิตตามคำสั่งซื้อ และเป็นการนำนวัตกรรมใหม่เป็นเครื่องจักรที่บริษัทประกอบขึ้นมาเอง จากเดิมที่เคยผลิตได้วันละ 1 ตัน ปัจจุบัน 1 ตันใช้เวลาผลิต 2 ชั่วโมง เนื่องจากสินค้ามีการสกัดเอนไซม์จากจุลินทรีย์ ทำให้สินค้าอยู่ได้นานถึง 2 ปี จำหน่ายสินค้าให้กับองค์กรต่าง ๆ

อาทิ โรงพยาบาล โรงแรม ร้านอาหาร สถานศึกษา มหาวิทยาลัย เพื่อบำบัดน้ำเสีย และแก้ปัญหาท่อน้ำทิ้งอุดตัน บ่อดักไขมันเต็ม และออกบูทจำหน่ายที่ต่างประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอุตสาหกรรม

ไบโอเวย์

“สินค้าของเราราคาค่อนข้างสูง แต่สามารถใช้ได้นานและมีคุณภาพ เช่น น้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ OCC สามารถนำไปเช็ดถูทำความสะอาด ย่อยสลายคราบไขมันโปรตีนออกหมด ส่วนน้ำยาซักผ้า Detergent pH7 ทำให้น้ำไม่เน่าเสีย เวลาซักผ้าใช้น้ำยาประมาณ 20 cc กับผ้าน้ำหนัก 10 กิโลกรัม เนื้อผ้าไม่ยุ่ย ใยผ้าไม่ถูกทำลาย

ยกตัวอย่าง โรงพยาบาลครบุรี ปกติ 2 ปีจะมีการเปลี่ยนผ้าทั้งหมด 1,800,000 บาท แต่เมื่อใช้น้ำยาซักผ้าผ่านไป 7 ปีเพิ่งได้เปลี่ยนผ้าใหม่ ซึ่งที่ผ่านมามีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน นำไปทดลองใช้ 7 วัน ปรากฏว่าใช้ดีจึงได้สั่งสินค้าเข้าไปใช้ในโรงอาหาร ของมหาวิทยาลัย”

ในอนาคตจะมีการขยายไลน์สินค้า คือแสงซินโครตรอน โดยนำจุลินทรีย์ที่มีอยู่ไปตัดต่อพันธุกรรมให้หลั่งเฉพาะเอนไซม์โปรตีเอส, เอนไซม์ไลท์เปส, เอนไซม์ยูรีเอส ต่อยอดมาจากการวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สนับสนุนเงินทุน 1,500,000 บาท ผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ซักผ้าขาว ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และดับกลิ่น โดยจะแล้วเสร็จในเดือนเมษายน ปี 2566

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...