โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมการแพทย์ ย้ำ ‘ฟอร์มาลีน’ สารตัวร้าย ใช้ผิดชีวิตเสี่ยง ‘มะเร็ง’

The Bangkok Insight

อัพเดต 09 ธ.ค. 2565 เวลา 01.35 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2565 เวลา 01.35 น. • The Bangkok Insight

กรมการแพทย์ ย้ำ ‘ฟอร์มาลีน’ สารตัวร้าย ใช้ผิดชีวิตเสี่ยง 'มะเร็ง' ผลิต-นำเข้า-ครอบครอง ต้องขึ้นทะเบียน

“ฟอร์มาลีน” (Formalin) หรือฟอร์มาลดีไฮด์ สารเคมีที่นำมาใช้ในงานต่างๆ ทั้งด้านอุตสาหกรรม การแพทย์ เคมี และการเกษตร หากนำไปใช้อย่างถูกวิธีจะเป็นประโยชน์ แต่หากใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์ก็จะเกิดโทษภัยร้ายแรงตามมา ดังเช่นกรณีข่าวการตรวจพบเนื้อสัตว์แช่ฟอร์มาลีน ซึ่งเป็นความมักง่ายและเห็นแก่ตัวของผู้ประกอบการ ที่ไม่คำนึงถึงอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค

นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การกรณีการเผยแพร่ข่าวการลักลอบผลิตวัตถุดิบชิ้นส่วนเนื้อสัตว์แช่ในถังน้ำผสมฟอร์มาลิน ส่งขายร้านหมูกะทะและร้านอาหารอีสาน ทำให้ผู้บริโภคมีความกังวลถึงการบริโภคหมูกะทะ ที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นเมนูยอดฮิต ที่นิยมทั้งแบบนั่งรับประทานที่ร้านและซื้อแบบชั่งกิโลตามตลาดสดนั้น สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสารฟอร์มาลิน ดังนี้

ฟอร์มาลีน

ใช้ในงานอุตสาหกรรม

ฟอร์มาลีน เป็นสารพิษชนิดหนึ่ง ประกอบด้วยก๊าซฟอร์มาลดีไฮด์ (formaldehyde) ละลายน้ำด้วยความเข้มข้น 37% โดยน้ำหนัก และมักผสมเมทานอลประมาณ 10-15%

สารฟอร์มาลีนมีสถานะเป็นสารละลาย ไม่มีสี มีกลิ่นฉุนรุนแรง คุณสมบัติแตกต่างกันตามความเข้มข้นฟอร์มาลดีไฮด์ในน้ำ และอัตราส่วนผสมของเมทานอล มีการนำฟอร์มาลีนมาใช้ประโยชน์หลายด้าน เช่น ใช้เป็นส่วนผสมของน้ำฆ่าเชื้อ และน้ำยาทำความสะอาด ใช้ในอุตสาหกรรมกระดาษ อุตสาหกรรมสิ่งทอ และอุตสาหกรรมการผลิตสี

นอกจากนี้ในทางการแพทย์ มีการนำฟอร์มาลีนมาใช้สำหรับรักษาสภาพร่างกายของศพไม่ให้เน่าเปื่อย อย่างไรก็ตามไม่อนุญาตให้นำฟอร์มาลีนมาใช้ในการถนอมอาหาร

ฟอร์มาลีน

เป็นวัตถุอันตราย ผลิต-นำเข้า-ครอบครอง ต้องขึ้นทะเบียน

นพ.สกานต์ บุนนาค ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยจัดให้สารฟอร์มาลดีไฮด์หรือฟอร์มาลีน เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 หากผลิต นำเข้า หรือมีไว้ครอบครองต้องขึ้นทะเบียน และเป็นสารห้ามใช้ในอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 151 (พ.ศ. 2536) เรื่อง กำหนดวัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร

เป็นสารก่อมะเร็ง

หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมีการเฝ้าระวัง ตรวจติดตามการปนเปื้อนของฟอร์มาลดีไฮด์ในอาหารอย่างต่อเนื่อง จากรายงานขององค์การวิจัยมะเร็งนานาชาติ (International Agency for Research on Cancer; IARC) จัดให้สารฟอร์มาลดีไฮด์หรือฟอร์มาลีนเป็นสารก่อมะเร็ง Group 1 ซึ่งหมายถึงมีข้อมูลยืนยันแน่ชัดแล้วว่า สารชนิดนี้เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์

โดยข้อมูลงานวิจัยที่ศึกษาในผู้ที่สัมผัสสารนี้ ในปริมาณสูงอย่างต่อเนื่องยาวนาน เช่น คนงานในโรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง พบว่า สารนี้เป็นสาเหตุของมะเร็งเม็ดเลือดขาว (myeloid leukemia) และมะเร็งโพรงจมูก เป็นต้น

ฟอร์มาลีน

อย่างไรก็ตามผลกระทบต่อสุขภาพจากการสัมผัสสารฟอร์มาลดีไฮด์/ฟอร์มาลีนนั้น เกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย เช่น ปริมาณที่ได้รับเข้าสู่ร่างกายได้ ทั้งจากการรับประทาน การหายใจ และทางผิวหนัง รวมถึงระยะเวลาที่สัมผัส

สำหรับอาการเฉียบพลันจากการสัมผัสสารในความเข้มข้นระดับต่ำ อาจทำให้เกิดอาการแพ้ต่าง ๆ เช่น การระคายเคืองในระบบทางเดินอาหาร คลื่นไส้อาเจียน อาการแสบจมูก ปวดศรีษะ ระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจ เกิดผื่นคัน ผิวหนังคล้ำดำ มีอาการแสบคันตามผิวหนัง เป็นต้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...