โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เตรียมระวัง! นักวิจัยรัสเซีย ปลุกไวรัสจากซากแมมมอธ หวั่นแพร่ระบาดครั้งใหม่

Khaosod

อัพเดต 19 ธ.ค. 2565 เวลา 08.37 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2565 เวลา 07.57 น.

เตรียมระวัง! นักวิจัยรัสเซีย ปลุกไวรัสจากซากแมมมอธ แรดขนปุย ในดินแดนหนาวจัด หวั่นเกิดการแพร่ระบาดครั้งใหม่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ห้องปฏิบัติการอาวุธชีวภาพของรัสเซียในอดีตกำลังสร้างความกังวลให้กับนักวิทยาศาสตร์หลาย ๆ คน เนื่องจากทีมนักวิจัยสกัดไวรัสโบราณที่อันตรายถึงชีวิตจากสัตว์ยุคก่อนประวัติศาสตร์หลายชนิด เพื่อปลุกไวรัสโบราณให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง ทำให้ผู้เชี่ยวชาญเกิดความกังวลว่าอาจก่อให้เกิดผลกระทบและการแพร่ระบาดครั้งใหม่

นักวิทยาศาสตร์ที่ศูนย์วิจัยไวรัสวิทยาแห่งรัฐเวกเตอร์ในภูมิภาคโนโวซีบีร์สค์กำลังวิเคราะห์ซากสัตว์ยุคน้ำแข็งที่เก็บรักษาไว้ เช่น ซากของแมมมอธ แรดขนปุย และสัตว์ยุคน้ำแข็งอื่น ๆ เพื่อระบุและฟื้นฟูไวรัสยุคก่อนประวัติศาสตร์ หรือที่เรียกว่าพาลีโอไวรัส ( Paleoviruses ) ซึ่งอยู่เฉย ๆ มาเกือบครึ่งล้านปี โดยสัตว์เหล่านี้ได้รับการอนุรักษ์ไว้เกือบสมบูรณ์ในดินแดนเยือกแข็งของยาคูเตีย พื้นที่กว้างใหญ่ในไซบีเรียตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอุณหภูมิในฤดูหนาวอาจลดต่ำถึง -55 องศาเซลเซียส

ภาพ: The Siberian Times

ทีมวิจัยมีจุดประสงค์ที่จะสกัดและศึกษาการติดเชื้อวิวัฒนาการที่เป็นสาเหตุของการตายของสัตว์เหล่านั้น แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า "มีความเสี่ยงสูงมาก" เนื่องจากไวรัสที่ฆ่าแมมมอธและสัตว์ยุคก่อนประวัติศาสตร์อื่น ๆ ก็สามารถแพร่เชื้อสู่มนุษย์ได้เช่นกัน

ศาสตราจารย์ ฌอง-มิเชล คลาเวรี จากศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติแห่งมหาวิทยาลัยอิกซ์-มาร์กเซยกล่าวว่า "การวิจัย ณ ศูนย์เวกเตอร์ มีความเสี่ยงสูงมาก ระบบภูมิคุ้มกันของเราไม่เคยพบไวรัสประเภทนี้ บางส่วนอาจมีอายุถึง 200,000 หรือ 400,000 ปี"

ภาพ: Nina Sleptsova / NEFU Press Service

ในเดือนกันยายน ค.ศ. 2019 เกิดการระเบิดของแก๊สทั่วห้องแล็บ ซึ่งเป็นที่เก็บโรคที่อันตรายอย่างยิ่ง รวมถึงกาฬโรค โรคแอนแทรกซ์ และอีโบลา แถมยังเกิดความผิดพลาดอีกครั้งที่ห้องแล็บในปี พ.ศ. 2547 ทำให้คนงานเสียชีวิตหลังจากที่เธอเผลอแทงตัวเองด้วยเข็มที่มีไวรัสอีโบลา ห้องปฏิบัติการแห่งนี้ยังเป็นที่รู้จักว่าเป็นหนึ่งในสองแห่งในโลกที่สะสมไวรัสฝีดาษ

ฟิลิปปา เลนต์ซอส ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางชีวภาพของ King's College London เตือนว่าแม้แต่ห้องปฏิบัติการมีความปลอดภัยที่สุดก็สามารถควรระวัง พร้อมกล่าวว่า "พวกเราหลายคนที่กำลังวิเคราะห์และติดตามสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่นั้นไม่เชื่อว่าผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตนั้นจำเป็นต้องได้รับความเสี่ยงมากกว่าความเสี่ยงที่แท้จริงในปัจจุบัน แม้จะมีการปฏิบัติที่ปลอดภัย โดยทั่วไปอุบัติเหตุก็ยังเกิดขึ้นได้”

ภาพ: Nina Sleptsova / NEFU Press Service

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบไวรัสโบราณในระบบนิเวศที่เย็นจัด ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 2014 นักวิจัยคนเดียวกันนี้พบไวรัสอายุ 30,000 ปีติดอยู่ในชั้นเยือกแข็งและพบว่าไวรัสดังกล่าวสามารถแพร่เชื้อไปยังสิ่งมีชีวิตได้ ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์จึงทำการละลายไวรัสเพื่อประเมินผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่ง การค้นพบนี้ก่อให้เกิดภัยคุกคามที่แท้จริงและน่ากังวลต่อมนุษย์ เพราะเมื่อน้ำแข็งละลาย น้ำแข็งจะปล่อยสารเคมีและจุลินทรีย์ที่ติดอยู่ที่นั่น

ขอบคุณที่มาจาก Dailystar

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...