โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาคสังคม กสิกรไทย สร้างหอผู้ป่วยหัวใจ รพ.สระบุรี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ม.ค. 2566 เวลา 12.00 น. • เผยแพร่ 16 ม.ค. 2566 เวลา 12.00 น.

กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนทั่วโลก โดยข้อมูลจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติระบุว่า การเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดคร่าชีวิตผู้คนประมาณ 17.9 ล้านคน/ปี โดยปี 2562 คิดเป็น 32% ของการเสียชีวิตทั่วโลก และมากกว่า 3 ใน 4 เกิดขึ้นในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง

นอกจากนั้น ข้อมูลของปีเดียวกันยังระบุว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยหัวใจขาดเลือดจำนวน 350,922 ราย (อัตราผู้ป่วย 535 คนต่อประชากรแสนคน) เสียชีวิตจำนวน 20,556 ราย (อัตราผู้ป่วย 31 คนต่อประชากรแสนคน)

ผลเช่นนี้จึงทำให้ธนาคารกสิกรไทยเดินหน้าสนับสนุนระบบการแพทย์สาธารณสุขไทย หลังจากช่วงที่ผ่านมาผนึกโรงพยาบาลรัฐ เพื่อพัฒนาระบบดิจิทัลเฮลท์แคร์ และช่วยเหลือระบบสาธารณสุขด้านอื่น ๆ รวมถึงล่าสุดยังสมทบทุนให้โรงพยาบาลสระบุรีดูแลผู้ป่วยกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย

“ขัตติยา อินทรวิชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทยดำเนินธุรกิจควบคู่กับการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ โดยให้ความสำคัญแก่การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยยกระดับบริการในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะบริการด้านสุขภาพที่เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี

อีกทั้งยังเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างการเติบโตและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ธนาคารจึงเข้าร่วมพัฒนาระบบนิเวศการดูแลสุขภาพของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมบริการในโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่ที่ต้องรองรับการใช้บริการของประชาชนจำนวนมาก

เครื่องมือแพทย์

ล่าสุดธนาคารกสิกรไทยสนับสนุนงบประมาณ 33.6 ล้านบาทแก่โรงพยาบาลสระบุรี เพื่อสร้างหอผู้ป่วยวิกฤตศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก พร้อมจัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์ รองรับการผ่าตัดหัวใจแบบเปิด-ผ่าตัดลิ้นหัวใจ เพื่อให้โรงพยาบาลสระบุรี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคกลางสามารถรองรับผู้ป่วยโรคหัวใจอย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“ดิฉันเล็งเห็นว่าจังหวัดสระบุรีเป็นหนึ่งในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางระหว่างภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หากมองในแง่ของระบบสาธารณสุข สามารถส่งต่อผู้ป่วยไปยังจังหวัดอื่น ๆ ได้ง่าย ซึ่งที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลแห่งแรกที่ธนาคารเข้าไปสนับสนุน

เพราะที่ผ่านมาเราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อดูแลผู้ป่วยหลายด้าน รวมถึงการร่วมมือกับโรงพยาบาลสระบุรี ซึ่งถือเป็นการเพิ่มโอกาสของผู้ป่วยให้ได้รับการรักษาที่รวดเร็วขึ้นและสะดวกยิ่งขึ้น”

“นายแพทย์อนันต์ กมลเนตร” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสระบุรีกล่าวเสริมว่า โรงพยาบาลสระบุรีเป็นโรงพยาบาลศูนย์ระดับตติยภูมิ ขนาด 700 เตียง ในเขตสุขภาพที่ 4 สังกัดกระทรวงสาธารณสุข มีศักยภาพเป็นศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะโรค ได้แก่ โรคมะเร็ง, ทารกแรกเกิด, อุบัติเหตุ, โรคหัวใจ และการปลูกถ่ายอวัยวะ

อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นศูนย์รับส่งต่อผู้ป่วยที่มีอาการซับซ้อนในจังหวัดสระบุรีและใกล้เคียง ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2555 โรงพยาบาลสระบุรีเริ่มพัฒนาศักยภาพเพื่อเปิดบริการศูนย์โรคหัวใจดูแลผู้ป่วยในเขตสุขภาพที่ 4 เนื่องจากสถิติพบว่ามีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นในทุกปี

โดยมีทีมแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจที่สามารถรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะเส้นเลือดหัวใจอุดตัน ด้วยวิธีการสวนหัวใจด้วยบอลลูนเพื่อขยายหลอดเลือด โดยในปี 2561-2564 มีผู้ป่วยได้รับการสวนหัวใจประมาณ 800-1,000 รายต่อปี

แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจด้านผ่าตัดหัวใจแบบเปิด จึงทำให้มีจำนวนผู้ป่วยที่ต้องรอคิวการผ่าตัดหัวใจแบบเปิด 60-80 รายต่อปี ระยะเวลารอคอยประมาณ 1-2 เดือน และรอคิวผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจประมาณ 40-50 รายต่อปี ระยะเวลารอคอยประมาณ 1 ปี

ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังที่กล่าวมาข้างต้น ทีมผู้บริหารของโรงพยาบาลจึงวางแผนดำเนินการมาโดยตลอด จนสามารถผ่าตัดหัวใจแบบเปิด (Opened Heart Surgery) ให้กับผู้ป่วยรายแรกสำเร็จ เมื่อเดือนมกราคม 2565

ขณะเดียวกัน ยังมีแพทย์ศัลยกรรมทรวงอกสำเร็จการศึกษากลับมาประจำการเพิ่มอีก 2 คน โรงพยาบาลจึงวางแผนขยายการให้บริการผ่าตัดหัวใจแบบเปิดให้กับผู้ป่วยที่รอคิวผ่าตัดเป็นจำนวนมาก โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากธนาคารกสิกรไทย ในการปรับปรุงพื้นที่ภายในอาคาร 100 ปีสาธารณสุขไทย ชั้น 6 เพื่อเปิดบริการหอผู้ป่วยวิกฤตสำหรับดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจ (ICU CVT) จำนวน 8 เตียง รวมทั้งจัดหาครุภัณฑ์ที่จำเป็น โดยดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2565 ที่ผ่านมา

“นายแพทย์อนันต์” กล่าวต่อว่า เมื่อโรงพยาบาลสามารถเปิดให้บริการหอผู้ป่วยวิกฤตสำหรับดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจ จะทำให้โรงพยาบาลสามารถเปิดบริการผ่าตัดหัวใจแบบเปิดตามแผนที่กำหนดไว้ ผู้ป่วยได้รับการดูแลหลังผ่าตัดตามมาตรฐาน สามารถลดระยะเวลารอคอยในผู้ป่วยโรคหัวใจที่ได้รับการรักษาเบื้องต้นที่โรงพยาบาลสระบุรี และที่จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด

นอกจากนั้น โรงพยาบาลสระบุรียังมีห้องผู้ป่วยวิกฤตสำหรับดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจที่มีความพร้อมในด้านอุปกรณ์ ทีมแพทย์ และพยาบาลทีมสหสาขาวิชาชีพ ที่มีศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยในอนาคต

เครื่องมือแพทย์

ถึงตรงนี้ “แพทย์หญิงนุชรัตน์ วัฒนาพูลทรัพย์” ศัลยแพทย์ทรวงอก โรงพยาบาลสระบุรี กล่าวว่า กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนทั่วโลก หรือคิดเป็น 31% ของการเสียชีวิตประชากรโลกมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000-ปัจจุบัน สำหรับประเทศไทยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

พบว่ามีอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี ซึ่งประเทศไทยให้ความสำคัญกับระบบสาธารณสุขเป็นอย่างมาก มีการพัฒนาระบบสุขภาพมาอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งเป็นเขตสุขภาพ 13 เขต ในส่วนของสระบุรีอยู่ในเขตบริการสุขภาพที่ 4 บริการผู้ป่วย 7 จังหวัด ได้แก่ สิงห์บุรี, ลพบุรี, พระนครศรีอยุธยา, นครนายก, ปทุมธานี, นนทบุรี และสระบุรี เป็นต้น

“จากข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี พบว่ากลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด ลิ้นหัวใจรั่ว และอื่น ๆ ที่ได้รับการวินิจฉัยในโรงพยาบาลสระบุรีจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด และจำเป็นต้องส่งต่อไปยังโรงพยาบาลอื่น เนื่องจากขาดแคลนบุคลากร รวมถึงเครื่องมือในการผ่าตัด จนปี 2565 โรงพยาบาลเริ่มผ่าตัดหัวใจแบบเปิดเป็นครั้งแรก และดำเนินการมาต่อเนื่อง

จนทำให้จำนวนผู้ป่วยที่ต้องส่งไปรักษาที่อื่นต่อมีปริมาณลดลง ดังนั้น ตลอดปี 2565 ผ่าตัดหัวใจให้ผู้ป่วยไปแล้วทั้งสิ้น 29 ราย แต่เรามีห้องผ่าตัดเพียง 1 ห้อง ห้องไอซียูรองรับผู้ป่วยหลังผ่าตัดเพียง 2 เตียง ซึ่งไม่เพียงพอต่อการให้บริการผู้ป่วยโรคหัวใจทั้งหมด

จนกระทั่งกสิกรไทยมาสนับสนุนในการปรับปรุงพื้นที่ เพื่อสร้างหอผู้ป่วยหลังผ่าตัด 8 เตียง พร้อมจัดหาครุภัณฑ์ที่จำเป็นสำหรับการดูแลผู้ป่วย ทำให้รองรับผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น”

“ตอนนี้โรงพยาบาลสระบุรีมีแผนพัฒนาดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจให้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งในแง่ของการจัดหาบุคลากร ส่งฝึกอบรมเพิ่มเติม จัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการผ่าตัด ฯลฯ เปิดหอผู้ป่วยเพิ่ม เปิดเคสผ่าตัดเพิ่มขึ้นในแต่ละสัปดาห์ เพื่อเป็นศูนย์หัวใจที่มีศักยภาพ บริการทันสมัยครบวงจร ลดอัตราการเจ็บป่วย เสียชีวิต ลดระยะเวลาการรอคอย และลดอัตราการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลอื่น จนทำให้โรงพยาบาลสระบุรีมีความพร้อมในการดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นอย่างดี”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...