โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SCBS ประเมิน 3 ปัจจัยจัดพอร์ตการลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลกเมื่อศก.ฟื้น

efinanceThai

เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2564 เวลา 02.54 น.

SCBS ประเมิน 3 ปัจจัยจัดพอร์ตการลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลกเมื่อศก.ฟื้น 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -8 มิ.ย. 64 9:53: น.

SCBS CIO ประเมินจัดพอร์ตการลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลกอย่างไรเมื่อเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวพร้อมการมาของเงินเฟ้อ ในรายงาน Economics and Portfolio Strategy (EPS) เดือนมิถุนายน 2021 SCBS Chief Investment Office (CIO) ประเมิน 3 ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการจัดพอร์ตการลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลกประกอบด้วย อัตราการเติบโตเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังจะผ่านจุดสูงสุด ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกกำลังเร่งตัวขึ้นจากปัจจัยด้านอุปทานและฐานต่ำจากปีที่แล้ว ซึ่งจะมีผลทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกยังเกิด sector rotations อยู่อย่างต่อเนื่อง

โดยในรายละเอียด เศรษฐกิจสหรัฐฯเติบโตต่อเนื่องแต่กำลังจะผ่านจุดที่อัตราการเติบโตสูงสุด (growth peak) ในไตรมาส 2/2021 หลังกระตุ้นเศรษฐกิจไปอย่างมหาศาล การขึ้นภาษีกำลังจะเริ่มขึ้น โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่น่าจะออกเป็นกฎหมายได้ในไตรมาส 3/2021 เช่น ภาษีนิติบุคคล (จาก 21% เป็น 28%) ภาษีที่เก็บบน Capital gain สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้สูงที่ลงทุนในหุ้นเกิน 1 ปี (จาก 23.8% เป็น 43.4%) และภาษี GILTI (Global Intangible Low Tax income จาก 10.5% เป็น 21%)

โดยจากการวิเคราะห์ของทีมงาน SCBS CIO พบว่ากลุ่มธุรกิจที่จะได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีเหล่านี้ค่อนข้างมากประกอบด้วย กลุ่ม Communication Service, Tech, และ Healthcare สำหรับนโยบายการเงินแม้ Fed จะพยามสื่อสารว่าจะไม่รีบปรับนโยบายการเงิน แต่ตัวเลขการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลขตลาดแรงงานและอัตราเงินเฟ้อจะยังทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น เราคาดว่า Fed น่าจะเริ่มมีการส่งสัญญาณ QE tapering ในการประชุมเดือนมิถุนายน (วันที่ 15-16) และเริ่มทำจริงในช่วงปลายไตรมาส 4/2021 เป็นอย่างเร็วที่สุด

ส่วนเศรษฐกิจยุโรป ซึ่งแม้จะประสบภาวะ technical recession ในไตรมาส 1/2021 ที่ผ่านมา แต่กำลังมีการฟื้นตัวต่อเนื่องเป็นลำดับหลังทยอยเปิดเมือง พร้อมด้วยความเสี่ยงเงินเฟ้อที่ต่ำกว่า ทำให้สามารถเก็บนโยบายการเงินผ่อนคลายไว้ได้นานกว่าเมื่อเทียบกับสหรัฐฯ ในขณะที่เศรษฐกิจจีนซึ่งฟื้นตัวได้ก่อนประเทศอื่นๆ จากความสามารถในการควบคุมสถานการณ์ COVID-19ได้ก่อน เริ่มมีสัญญาณชะลอตัวลง

ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลจีนที่มีความต้องการแตะเบรคการเติบโตของเศรษฐกิจผ่านการชะลอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยปัจจัยเงินเฟ้อเร่งตัวในหลายประเทศมาจากปัจจัยฐานต่ำจากปีที่แล้วและปัจจัยอุปทาน (ราคาสินค้าโภคภัณฑ์สูงขึ้น) ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกำไรของผู้ผลิตที่ไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปให้ผู้บริโภคได้ โดยบริษัทที่อยู่ในประเทศที่ฟื้นตัวช้าน่าจะได้รับผลกระทบนี้ค่อนข้างมาก

ในด้านของตลาดการเงินโลก การเร่งตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและ sector rotation ยังคงดำเนินต่อไป แม้การฟื้นตัวมากกว่าคาดของเศรษฐกิจและกำไรในตลาดสหรัฐฯ เริ่มชะลอลง แต่ยังคงมีอยู่มากในตลาดพัฒนาแล้วอื่นๆ โดยเฉพาะยุโรป

โดย SCBS CIO ยังประเมินว่า หุ้นในกกลุ่ม value and cyclicals จะเติบโตได้ตามเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวและได้รับผลกระทบน้อยกว่ากลุ่มอื่นๆ จากปัจจัยการเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและการขึ้นภาษี อย่างไรก็ตามในจังหวะที่หุ้นในกลุ่ม high-quality tech stocks ปรับตัวลงค่อนข้างมาก เรามองว่าเป็นจังหวะที่จะเข้าไปทยอยสะสมหุ้นในกลุ่มนี้

สำหรับกลยุทธ์ในการจัดพอร์ตการลงทุนสินทรัพย์ทั่วโลก (Asset Allocation Portfolio Strategy) SCBS CIO มีมุมมองต่อสินทรัพย์ต่างๆ ดังนี้
• ด้วยดอกเบี้ยที่แม้แนวโน้มอยู่ในระดับต่ำมากต่อไปอีกนาน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เร่งขึ้น เราชอบหุ้นมากกว่าเงินสดและพันธบัตร
• เรามีมุมมองหุ้นยุโรปเป็น Positive จากแนวโน้มฟื้นตัวมากกว่าคาดของกำไรบริษัทจดทะเบียน ความเสี่ยงเงินเฟ้อต่ำกว่าและการเก็บนโยบบายการเงินแบบผ่อนคลายได้นานกว่าและราคาหุ้นที่ยังไม่แพงเท่ากับในกรณีของสหรัฐฯ; มุมมองตลาดหุ้นจีน เป็น slightly positive จากความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ภาครัฐที่ถูก priced-in ไปแล้วและ valuation ที่น่าสนใจขึ้น
• Slightly positive ตลาดหุ้นสหรัฐและญี่ปุ่น การปรับลดของตลาดถือเป็นจุดเข้าสะสมหุ้นกลุ่ม value, cyclicals, และ high-quality tech stocks.
• มุมมองตลาดหุ้นไทยเป็น Neutral จาก valuation ที่เริ่มตึงตัว โดยเน้นกลยุทธ์ selective buy การระบาดระลอกใหม่ในไทยที่มีแนวโน้มยืดเยื้อและรุนแรงกว่าคาด ส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำไรของบริษัทจดทะเบียน แม้ GDP โดยรวมจะยังฟื้นตัวได้ แต่มาจากการฟื้นตัวของภาคส่งออกเป็นหลัก ในขณะที่การบริโภคภาคเอกชนอาจเข้าสู่ภาวะ technical recession ในไตรมาส 2/2021
• ในตลาดหุ้น ASEAN เราชอบตลาดหุ้นเวียดนาม จากการฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียน รวมถึง valuation ที่ยังไม่แพงเมื่อเทียบกับในอดีตและตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค
• เพื่อจัดการกับความเสี่ยงเงินเฟ้อเราชอบน้ำมันซึ่งจะได้แรงหนุนจากการเปิดเมืองมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง มากกว่าทองซึ่งน่าจะถูกกระทบจากการขยับขึ้นต่อเนื่องของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่กำลังผ่านจุดต่ำสุด รวมถึงระยะหลังทองคำเหมือนถูกใช้เป็นหลุมหลบภัยในช่วงที่สินทรัพย์ประเภท crypto มีราคาผันผวน ซึ่งนำมาสู่ความผันผวนที่สูงของราคาทองเช่นกัน สุดท้าย เรามีมุมมอง REITs เป็น Slightly positive จาก valuation ที่ตึงตัวและการขยับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร

ในรายละเอียดท่านสามารถติดตามรายงาน Economics and Portfolio Strategy (EPS) เดือนมิถุนายน 2021 ของทาง SCBS Chief Investment Office (CIO) ได้ที่ https://bit.ly/3x1Mj7z

ผู้เขียน Investment Strategy, Research and Asset Allocation Department, SCBS Chief Investment Office

 

 

 

เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ 
                อีเมล์. reporter@efinancethai.comอนุมัติ    โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...