โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ค้าปลีกเปิดสนามรบใหม่ ชิงตลาดอู้ฟู่ "มัลติแบรนด์ความงาม"

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 23 ส.ค. 2561 เวลา 13.26 น.

คอลัมน์ จับกระแสตลาด

การเติบโตของร้าน “มัลติแบรนด์ความงาม” ที่รวบรวมแบรนด์ต่าง ๆ เอาไว้ให้ผู้บริโภคได้ช็อปครบทุกสิ่งในที่เดียว กลายเป็นโมเดลร้านที่ได้รับความนิยมสูงอย่างต่อเนื่องในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาด้วยรูปแบบของสินค้าและบริการที่ตอบจริตคนรุ่นใหม่ ตลอดจนราคาและโปรโมชั่นที่เป็นตัวกระตุ้นให้ผู้บริโภคแวะเวียนมาที่ร้าน แถมยังได้สินค้าชิ้นอื่น ๆ ติดไม้ติดมือกลับไปเพิ่มอีกหลายรายการ ทำให้สมรภูมิแห่งนี้มีผู้ที่สนใจและเข้ามาไม่หยุด

ล่าสุด กลุ่มค้าปลีกอันดับท็อป ๆ ในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเซ็นทรัล เดอะมอลล์ โรบินสัน ต่างก็พร้อมใจกันพัฒนาโมเดลร้านรูปแบบดังกล่าว รวมทั้งมีการจับมือกับพาร์ตเนอร์ต่างประเทศ เพื่อดึงเชนร้านเหล่านั้นเข้ามาทำตลาด ซึ่งแต่ละรายก็มีจุดแข็งแตกต่างกันไป

ข้อได้เปรียบของการที่ห้างผันตัวมาทำร้านเอง คงหนีไม่พ้นเรื่องของ “พื้นที่” ทั้งในแง่ของโลเกชั่นและต้นทุน หรือการโคฐานข้อมูลจากบัตรสมาชิกห้าง สะสมคะแนนได้ทันที ไม่ต้องสมัครใหม่ และมีสิทธิพิเศษอื่น ๆ ที่จะส่งมาให้เรื่อย ๆ ซึ่งจะช่วยต่อยอดและช่วยให้ห้างมีรายได้เพิ่มอีกทางหนึ่ง

“ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ระบุว่า ล่าสุด ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ได้ปรับพื้นที่ใหม่เพื่อเปิดโมเดลร้านมัลติแบรนด์ความงาม “ลุคส์” (Looks) รูปแบบช็อปอินช็อป ที่อยู่ภายในท็อปส์ โดยนำร่องสาขาแรกที่เซ็นทรัล พระราม 3 และเตรียมจะเปิดเพิ่มอีก 10 สาขาภายในสิ้นปี

พร้อมกันนี้ยังอธิบายว่า ลุคส์ เป็นร้านประเภทออลอินวันเดสติเนชั่น รวบรวมแบรนด์กว่า 1 หมื่นรายการ ร้านดีไซน์ในแบบโมเดิร์น เพื่อขยายฐานลูกค้าในกลุ่มคนทำงานและวัยรุ่นให้เข้าถึงสินค้าง่ายขึ้น และตอบโจทย์พฤติกรรมการบริโภคของคนทุกเพศทุกวัย ในการดูแลตัวเองด้านสุขภาพและความงาม

โดยก่อนหน้านี้ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ได้จับมือกับบริษัท มัทสึโมโตะ คิโยชิ โฮลดิ้ง จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ตั้งบริษัทร่วมทุน “บริษัท เซ็นทรัลและมัทสึโมโตะ คิโยชิ จำกัด” เพื่อดึง “มัทสึโมโตะ” เชนร้านค้าปลีกสุขภาพและความงามอันดับต้น ๆ จากญี่ปุ่น เข้ามารุกตลาดเมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา ปัจจุบันมี 27 สาขา เน้นสินค้าแบรนด์ดังและหายาก ตลอดจนบริการสไตล์ญี่ปุ่น เพื่อสร้างจุดต่างให้กับร้าน

ด้าน “อุสรา ยงปิยะกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ รีเทล โฮลดิ้ง ระบุถึงการจับมือกับกลุ่มทุนจากญี่ปุ่น “ไอสไตล์ อิงก์” เจ้าของเว็บไซต์รีวิว อีคอมเมิร์ซเครื่องสำอาง และร้านสเปเชียลตี้สโตร์ “แอทคอสเม่” (@Cosme) เปิดบริษัท ไอสไตล์ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด นำร้านแอทคอสเม่เข้ามาเปิดในไทย โดยจะเปิดสาขาแรกที่ไอคอนสยาม และมีแผนจะเปิดให้ครบ 5 สาขาภายใน 3 ปี ทั้งในพื้นที่ของสยามพิวรรธน์และพื้นที่อื่น ๆ

“จุดเด่นของร้านคือ การมีฐานข้อมูลจากรีวิวผู้ใช้ทั่วโลก ครอบคลุมกว่า 3 แสนแบรนด์ โดยจะคัดเลือกสินค้าเข้ามาจำหน่ายจากการจัดอันดับรีวิว ทุกระดับราคาและสินค้าเกือบทั้งหมดจะมีตัวอย่างให้ทดลอง พร้อมบริการให้คำปรึกษาจากพนักงานที่มีความรู้ในผลิตภัณฑ์หลายตัว ไม่เฉพาะแค่แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง”

ขณะที่ “อนวัช สังขะทรัพย์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายการตลาด บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า บริษัทได้พัฒนาโมเดลร้าน “เฮลโล บิวตี้” เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักช็อปที่ต้องการสินค้าด้านสุขภาพและความงามที่หลากหลาย นอกเหนือจากที่วางขายในแผนกเครื่องสำอางปกติ โดยเฮลโล บิวตี้ มีสินค้าให้เลือกกว่า 500 แบรนด์ และบริการด้านความงามอื่น ๆ อาทิ บริการตกแต่งคิ้ว บริการทำเล็บ ฯลฯ ปัจจุบันเปิดไปแล้ว 18 สาขา และเตรียมขยายเพิ่มไปยังทำเลอื่น ๆ ที่มีศัยภาพอย่างต่อเนื่อง

“ร้านแบบมัลติแบรนด์สโตร์ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของนักช็อปในปัจจุบันได้ดี เพราะส่วนใหญ่มักหาข้อมูลสินค้าจากอินเทอร์เน็ต และซื้อจากหน้าร้านหรือเคาน์เตอร์ ซึ่งการได้เห็นหรือทดลองก่อนจะทำให้ตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น เชื่อว่าโมเดลนี้จะช่วยเพิ่มทราฟฟิกและยอดขายสินค้าให้กับแบรนด์ต่าง ๆ”

ผู้สื่อข่าวระบุเพิ่มเติมว่า ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ค่ายเดอะมอลล์ได้เปิดตัวร้าน “บิวตี้ เพลย์กราวด์” มัลติแบรนด์ความงามที่พัฒนาขึ้นเอง สาขาแรกที่เดอะมอลล์ บางกะปิ เพื่อขยายฐานลูกค้าในกลุ่มวัยรุ่น 18-25 ปี เน้นสินค้าหลากหลายรวมกว่า 500 แบรนด์ ในราคาเข้าถึงง่าย บรรยากาศร้านทันสมัย มีมุมให้เซลฟีและทดลองแต่งหน้า เพื่อต่อยอดจากฐานลูกค้าผู้ใหญ่ และแผนกเคาน์เตอร์แบรนด์เดิม และมีแผนจะขยายสาขาเพิ่มสิ้นปี

ขณะเดียวกันกลุ่มค้าปลีก “ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต” ของบริษัท ซี.เจ.เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด ก็พัฒนารูปแบบของร้านมัลติแบรนด์ความงาม “นายน์ บิวตี้” เปิดในร้านซีเจ ลักษณะช็อปอินช็อป เพื่อขยายฐานลูกค้าและสร้างความแตกต่างจากซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป ปัจจุบันมีสาขามากกว่า 280 สาขา และภายใน 3 ปีจากนี้ ตั้งเป้าขยายเพิ่มขึ้นเป็น 500 แห่ง

เชื่อว่าความหอมหวนของตลาดความงามมูลค่า 1.68 แสนล้านบาท ที่เติบโตถึง 7.8% ในปีที่ผ่านมา จะเชิญชวนให้มีผู้เล่นใหม่ ๆ เข้ามาอีกหลายแบรนด์ ส่วนรายเก่าก็ต้องเร่งปรับตัวสู้กันสุดฤทธิ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...