โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะไอเดีย ธนพล ศิริธนชัย เบื้องหลังความฮอตฮิตของ "สามย่านมิตรทาวน์"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ม.ค. 2563 เวลา 08.05 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2563 เวลา 08.05 น.

รุ่งนภา พิมมะศรี : เรื่อง
ธนศักดิ์ ธรรมบุตร : ภาพ

“สามย่านมิตรทาวน์” โครงการมิกซ์ยูสแห่งใหม่ในโซนใจกลางเมือง ณ แยกสามย่าน เปิดให้บริการเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทันทีที่เปิดให้บริการก็กลายเป็นสถานที่ฮอตฮิตแห่งใหม่ มียอดผู้ใช้บริการวันละ 70,000-80,000 คน ถือว่าเกินคาดไปมากจากที่ผู้พัฒนาโครงการตั้งเป้าเอาไว้วันละ 35,000 คน โดยวางกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นกลุ่มนิสิตนักศึกษาและคนวัยทำงานในพื้นที่ แต่เมื่อเปิดให้บริการสักระยะหนึ่งกลับพบว่ามีคนสูงวัยและกลุ่มครอบครัวมาเดินกันเยอะแบบที่ไม่ได้คาดคิดไว้

ด้วยความฮอตของศูนย์การค้าแห่งใหม่ที่ถูกพูดถึงในโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง“ดีไลฟ์-ประชาชาติธุรกิจ” จึงได้ไปพูดคุยเจาะไอเดียการสร้างสรรค์โครงการนี้จากบุคคลสำคัญคนหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของสามย่านมิตรทาวน์ นั่นก็คือ ธนพล ศิริธนชัย ประธานอำนวยการ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด

ธนพลเล่าความเป็นมาและไอเดียการสร้างสรรค์โครงการนี้ให้ฟังว่าเริ่มจากการที่แผ่นดินทองฯได้รับความไว้วางใจจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้เข้ามาพัฒนาพื้นที่ขนาด 14 ไร่ของจุฬาฯ โดยเป็นสัญญาเช่าระยะเวลา 30 ปี ทางบริษัทแผ่นดินทองฯคิดว่าการจะใช้ศักยภาพของที่ดินตรงนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดควรทำเป็นโครงการมิกซ์ยูส ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1.ศูนย์การค้า 2.อาคารสำนักงาน 3.คอนโดฯและโรงแรม โดยออกแบบให้บาลานซ์กันทั้งหมด ไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งที่ใหญ่กว่า

“การจะทำโครงการ สิ่งที่เราให้ความสำคัญ คือ เราต้องคิดคอนเซ็ปต์ก่อน เราไม่อยากสร้างตึกที่สูงที่สุด สวยที่สุด แต่เราอยากสร้างอะไรที่คนจะจดจำมากที่สุด หลักการคิดของเราเป็นการคิดย้อนว่าเราอยากให้คนจดจำเราที่จุดสุดท้ายยังไง แล้วเราค่อยกลับไปคิดคอนเซ็ปต์ว่าเราต้องเริ่มต้นยังไง เราจะทำยังไงให้แตกต่างท่ามกลางการแข่งขัน เราอยู่ในแหล่งการศึกษา เราอยากทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องความรู้ เพราะเราเชื่อว่าการเรียนรู้ไม่สิ้นสุด และพื้นที่ตรงนี้เมื่อก่อนเคยเป็นตลาดสามย่าน เป็นแหล่งอาหาร เป็นแหล่งที่ใช้ชีวิตสบาย ๆ เราก็เลยคิดเรื่องอาหาร ทำยังไงที่จะเป็นแหล่งรวมของกิน ดึงเอาของอร่อย ๆ ในอดีตกลับขึ้นมาได้ สองเรื่องหลักที่เราทำ คือ ความรู้กับอาหาร เป็นคอนเซ็ปต์คลังของอาหารและการเรียนรู้”

เมื่อมีคอนเซ็ปต์ชัดเจนแล้วจึงเอาคอนเซ็ปต์นี้ไปเลือกร้านค้าแล้วออกแบบร้านและการตกแต่งให้ตอบโจทย์คอนเซ็ปต์หลักทั้งสองอย่าง โดยมีแนวทางการออกแบบ คือ 1.สมาร์ท ออกแบบให้ทันสมัยล้ำยุค ใช้เทคโนโลยี ใช้วัสดุอย่างชาญฉลาด 2.เป็นมิตร เข้าถึงง่าย ให้คนมาเดินแล้วรู้สึกสบาย ๆ ไม่รู้สึกเกร็ง

แนวทางที่ต้องการเป็นมิตรกับผู้ใช้บริการสะท้อนออกมาในชื่อ “สามย่านมิตรทาวน์” (SAMYAN MITRTOWN) ซึ่งธนพลอธิบายว่า “สามย่าน” มาจากชื่อทำเลที่ตั้งโครงการ ส่วน “มิตรทาวน์” เป็นการเล่นคำพ้องเสียงกับ “midtown” ที่แปลว่าใจกลางเมือง แต่ที่นี่ใช้คำว่า “มิตรทาวน์” เพื่อสื่อถึงความเป็นมิตร เป็นสถานที่ที่ให้ทุกคนเข้ามาใช้ชีวิตและเรียนรู้ด้วยกันอย่างเป็นมิตร

“ตอนแรกเราคิดว่าทาร์เก็ตกรุ๊ปจะเป็นนิสิตนักศึกษาหรือคนทำงาน แต่ถ้าไปเดินดูจะเห็นว่ามีกลุ่มซีเนียร์รุ่นอาเจ๊ก อาแปะ อากง อาม่า มาใช้บริการค่อนข้างเยอะ มันก็เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้เห็นว่าทำไมเขามากันเยอะ เพราะมาแล้วมันเป็นมิตร สบาย ๆ คนมาที่นี่มีตั้งแต่ใส่ชุดทำงานหรูหราไปจนกระทั่งใส่รองเท้าแตะ กางเกงขาสั้น เพราะเขาไม่รู้สึกเกร็ง อยากเดินก็เดิน ไม่มีใครมาจับตามอง ไม่รู้สึกว่าฉันอาย นี่เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ผมคิดว่ามันทำให้อยากมาอยู่ในบรรยากาศแบบนี้”

ธนพลวิเคราะห์ปัจจัยความสำเร็จในก้าวแรกของสามย่านมิตรทาวน์ ว่า เป็นเพราะมีคอนเซ็ปต์ชัดเจนจึงสามารถดึงคนจากที่ต่าง ๆ เข้ามา เขาอธิบายลงรายละเอียด ว่า การทำศูนย์การค้าในสมัยก่อนจะมองกลุ่มลูกค้าแค่ใน catchment area แต่สมัยนี้การเดินทางสะดวกสบาย เพราะฉะนั้น ศูนย์การค้าสมัยนี้สามารถจับกลุ่มคนที่มีความต้องการ-ความชอบเรื่องเดียวกันได้ ไม่ใช่ตั้งเป้าไว้แค่คนในพื้นที่เท่านั้น อย่างที่นี่ทำเรื่องความรู้และอาหาร คนที่มีความชอบด้านนี้ก็จะมาจากหลาย ๆ พื้นที่ แม้กระทั่งมาจากจังหวัดก็มี “ขอให้มันเจ๋งจริง ฮิตจริง ผมว่าคนมา”

จุดที่เป็น attraction สำคัญของสามย่านมิตรทาวน์ คือ อุโมงค์ที่หน้าตาเหมือนยานอวกาศ ซึ่งคนจำนวนมากตั้งใจไปเพื่อถ่ายรูปและเช็กอินตรงจุดนี้ ธนพลเล่าถึงไอเดียการสร้างสรรค์อุโมงค์ตรงนี้ ว่า ตอนแรกก็คิดแค่เรื่องประโยชน์การใช้งานเท่านั้น แต่ระหว่างที่ทำก็เห็นว่าวัสดุที่เป็นปูนดิบ ๆ นั้นสวยดี และคิดว่าอุโมงค์นี้ก็เหมือนอุโมงค์รถไฟใต้ดิน เพียงแต่คนที่โดยสารอยู่ในรถไฟไม่สามารถมองเห็นอุโมงค์ได้ จึงคิดว่าถ้าทำอุโมงค์โดยเปลือยให้คนเห็นโครงสร้าง เห็นว่าอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินหน้าตาเป็นอย่างไร ใช้วัสดุอะไร ก็จะตอบโจทย์คอนเซ็ปต์เรื่องการเรียนรู้ของโครงการ ด้วยความแตกต่างตรงนี้จึงเกิดเป็นไวรัลขึ้นมา

อีกหนึ่ง attraction คือโซนที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง โดยมี “SAMYAN CO-OP” โคเวิร์กกิ้งสเปซที่ให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมงเป็นจุดดึงดูดสำคัญในโซนนี้

“เราจับในเรื่องไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ยกตัวอย่าง เรามีโซนที่เปิด 24 ชั่วโมงเพื่อรองรับเทรนด์ของเด็กรุ่นใหม่หรือผู้ใหญ่ ฟรีแลนซ์ คนที่ทำงานออนไลน์ สื่อดิจิทัลมีเดีย ชีวิตเขาเริ่มสาย ๆ จบเที่ยงคืนตีหนึ่งตีสอง เพราะฉะนั้น ถ้าเรามีแหล่งที่เขาใช้งานได้ปลอดภัย 24 ชั่วโมง เด็กมาอ่านหนังสือกินข้าวตีหนึ่งตีสองเขาไม่จำเป็นต้องไปผับแล้ว มาที่นี่มีทั้งซูเปอร์มาร์เก็ต มีร้านอาหาร มีฟิตเนส แล้วก็มีโคเวิร์กกิ้งสเปซให้เขามาใช้ชีวิตได้ ผมว่ามันก็เห็นเทรนด์ แรก ๆ คนก็ยังไม่มั่นใจ แต่ถ้าเราสร้างให้คนมั่นใจว่า ถ้าไปที่นี่หลังเที่ยงคืน ยังไงก็มีที่กิน มีที่นั่ง คนก็จะมา อันนี้เป็นกระแสที่เราเห็นว่ามันเริ่มเปลี่ยนไป”

ประธานอำนวยการ “แผ่นดินทองฯ” ภูมิใจนำเสนอว่า สามย่านมิตรทาวน์ชัดเจนในคอนเซ็ปต์และแตกต่างจากที่อื่น เขาไล่เรียงยกตัวอย่างสิ่งที่มีในโครงการว่ามีร้านอาหารอร่อย ๆ มากมาย ส่วนที่ภูมิใจนำเสนอมาก ๆ ก็คือส่วนที่สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ “ความรู้” ทั้งโรงเรียนสอนตัดเสื้อ โรงเรียนสอนเต้นรำ โรงเรียนสอนภาษา โรงเรียนสอนชกมวย ร้านอาร์ตแอนด์คราฟต์ ที่ขายวัสดุอุปกรณ์และสอนงานอาร์ตงานคราฟต์ โรงภาพยนตร์นอกกระแส ฯลฯ ซึ่งเขายืนยันว่า“มาแล้วจะรู้สึกไม่เหมือนที่ไปเดินที่อื่น”

“ที่นี่เรามีพื้นที่ให้กับสาธารณะอย่าง ชั้น 5 มีอัฒจันทร์กลางแจ้งขนาดใหญ่ให้คนมานั่งชมวิวกินอาหารพูดคุย ข้างล่างด้านหน้าเราปลูกต้นไม้ยาวตามถนนพญาไท มีช่องตรงกลางให้คนเดินเล่น ซึ่งผมคิดว่าเราควรให้กับชุมชนรอบข้างก่อนแล้วเราถึงจะได้กลับมา เราไม่จำเป็นต้องสร้างเต็มพื้นที่แล้วให้ทุกอย่างอยู่ในห้องแอร์ ผมว่าคนมาที่นี่เขาก็รู้สึกได้ว่าที่นี่สเปซมันเยอะ อันนี้ผมว่าเป็นความแตกต่าง เทียบกับศูนย์การค้าหรือโครงการพัฒนาอื่น ๆ”

ณ วันนี้ที่เห็นผลตอบรับดีเกินคาดชนิดที่ว่า“คะแนนเต็ม 10 ให้ 15 เลยครับ” แต่มองย้อนไปที่กระบวนการตอนต้น ๆ ธนพลบอกว่า ที่โครงการนี้ออกมาเป็นแบบนี้ก็ด้วยความไม่รู้ เพราะความไม่รู้ทำให้กล้าลอง

“มันเป็นโครงการแรกที่ผมทำค้าปลีก การมิกซ์กันระหว่างที่ทำงาน ที่เที่ยว กับที่อยู่อาศัย เราไม่เคยทำ เพราะฉะนั้น มันเกิดขึ้นด้วยความไม่รู้ การที่เราทำด้วยความไม่รู้ มันทำให้เรากล้าทำ ถ้าเกิดว่าเราให้มืออาชีพด้านศูนย์การค้ามาทำ เขาอาจจะมีสูตรสำเร็จและมีพาวเวอร์ในมือที่จะดึงร้านค้าเข้ามา เขาอาจจะอันนั้นก็ไม่เอา อันนี้ก็ไม่เอา ไม่เอาโรงเรียนต่าง ๆ แต่เราไม่มีอะไร เรามีแค่คอนเซ็ปต์ไปขาย เพราะฉะนั้น ในช่วงต้นต้องทำการบ้านเยอะ ขอข้อมูลเยอะ อะไรที่ไม่เคยทำเราก็ลองทำ ผมว่าอันนี้อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราต่างจากคนอื่น ผมคิดว่าเงินมันจะมาทีหลัง หลังจากที่คุณสามารถทำให้คนรู้สึกอยากมา ผมเชื่ออย่างนั้น”

ย้อนกลับไปตรงที่บอกว่า “หลักการคิดของเราเป็นการคิดย้อนว่าเราอยากให้คนจดจำเราที่จุดสุดท้ายยังไง แล้วเราค่อยกลับไปคิดคอนเซ็ปต์ว่าเราต้องเริ่มต้นยังไง” ถามว่าอยากให้คนจดจำอย่างไร เขาตอบว่า อยากให้จำอย่างเดียว คือ เป็น meeting place เป็นสถานที่ที่เรานัดเจอกัน มาใช้ชีวิต กิน หาความรู้ และเรียนรู้ด้วยกัน

“ข้อดีของตรงนี้อย่างหนึ่ง คือ เรามีโรงเรียน มีมหาวิทยาลัย มีคนหมุนเวียนมาตลอด เด็กจบไปก็มีรุ่นใหม่เข้ามาอีก เพราะฉะนั้น คนรุ่นนี้อีกสัก 20 ปี ผมเชื่อว่าเขาก็อยากจะกลับมารำลึกว่าสมัยก่อนเรามาจีบกันที่สามย่านมิตรทาวน์นะ เรานั่งมุมนี้ จับมือกันครั้งแรกที่นี่ อีก 30 ปีเขาอาจจะมาถ่ายภาพแต่งงานกันใหม่ที่นี่ มาดูตำนานความรัก ผมคิดว่าความสำเร็จ คือ สุดท้ายแล้วคนเหล่านี้เขากลับมาที่นี่ และมีความสุขความทรงจำที่ดี ๆ กับตรงนี้”

ตลอดการสนทนา ประธานอำนวยการ บริษัทแผ่นดินทองฯยิ้มแฮปปี้กับความสำเร็จของโครงการที่ปลุกปั้นมากับมือ ถึงแม้คนมักจะบอกว่า การทำศูนย์การค้ามี honeymoon period แค่ 3 เดือน เดี๋ยวหลัง 3 เดือนก็หมดแล้ว แต่เขาบอกว่า ไม่เป็นไร อย่างน้อยได้ฮันนีมูนก็ยังดี“ตอนนี้เกินความคาดหมายแล้ว แต่จะทำอย่างไรที่จะรักษาต่อยอด ต่อไปเราจะรักษาตรงนี้ไว้ได้ยังไง จะทำให้เขามาแล้วอยากกลับมาอีกได้ยังไง เป็นความท้าทายที่เราจะต้องทำต่อไป” นั่นคือก้าวต่อไปของสามย่านมิตรทาวน์ที่ธนพล ศิริธนชัย บอกอย่างมุ่งมั่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...