โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

การ "ซื้อกิจการ" มีประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นหรือไม่ ดูจากตรงไหน ?

Stock2morrow

อัพเดต 24 ม.ค. 2563 เวลา 02.00 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2563 เวลา 02.00 น. • Stock2morrow
การ “ซื้อกิจการ” มีประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นหรือไม่ ดูจากตรงไหน ?

ช่วงนี้การซื้อกิจการของบริษัทจดทะเบียนในไทยมีเยอะมาก ทั้งไทยและต่างประเทศ แล้วผู้ถือหุ้นจะดูอย่างไรว่าการซื้อกิจการนั้นส่งผลดีหรือผลเสียต่อบริษัทที่เข้าซื้อกิจการหรือผู้ถือหุ้นอย่างไร

หลักๆแล้วมี 2 ข้อที่เราต้องพิจารณา คือ ..

ประเด็นที่ 1 … ธุรกิจของบริษัทมีความเกี่ยวข้องหรืออยู่ในสายงานเดียวกันหรือไม่
ถ้าบริษัทที่ทำธุรกิจอาหาร เทคโอเวอร์บริษัทอาหารด้วยกัน ถือว่าผ่าน
ถ้าบริษัทที่ทำพลังงานไฟฟ้า เทคโอเวอร์โรงไฟฟ้า หรือเข้าซื้อโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ ถือว่าน่าสนใจ
ถ้าบริษัทที่ทำธุรกิจนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ เข้าลงทุนในบริษัทผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์ ตรงนี้น่าจะมีอะไรแปลกๆแล้ว

แบบนี้การไปซื้อกิจการก็ถือว่าไม่ได้ "สนับสนุน" ธุรกิจเดิมของบริษัท และบ่อยครั้งที่การไปซื้อกิจการต่างประเทศอาจจะเป็นเรื่องที่ตรวจสอบได้ยาก อาจจะมีความไม่โปร่งใสอยู่ในนั้นด้วย ดังนั้นผู้ถือหุ้นต้องระมัดระวัง

ประเด็นที่ 2 … บริษัทที่โดนซื้อกิจการ แต่เดิมมีประสิทธิภาพแค่ไหนในแง่ของกำไร และจะคืนทุนในกี่ปี

ตัวอย่างเช่น บริษัท A เข้าซื้อบริษัท B 10,000 ล้านบาท ในขณะที่บริษัท B มีกำไรปีละ 2,000 ล้านบาท นั้นแสดงว่าจะใช้เวลา 5 ปีในการคืนทุน ถือว่าไม่นานมาก แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นจริงทำไมบริษัท B ต้องยอมขายกิจการด้วยละ

คำถามนี้ถือว่าน่าสนใจ อาจจะเป็นเพราะว่าผู้บริหารของบริษัท B ต้องการผู้ร่วมทุนคนใหม่ที่ใหญ่กว่า มีความสามารถมากกว่าเพื่อผลักดันองค์กรให้เติบโตแบบก้าวกระโดด หรือแต่เดิมบริษัท B มีการผลิตที่ไม่มีประสิทธิภาพอยู่แล้ว การมีผู้ร่วมทุนคนใหม่ จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตได้มากกว่า ลดต้นทุนได้มากกว่า ดังนั้นจึงยอมขายกิจการ เพื่อแลกกับการเติบโตในอนาคต

แต่ถ้านักลงทุนคนไหน ทำการบ้านมากขึ้นหรือมีความชำนาญในการวิเคราะห์ผลประกอบการ อาจจะดูในเรื่องของค่า P/E มีความถูกแพงมากน้อยแค่ไหน ในราคาที่ซื้อ และการซื้อกิจการบางครั้งอาจจะต้องเจอกับการเพิ่มทุน จะต้องพิจารณาในเรื่องของกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นมากกว่า "ส่วนทุน" (Equity) หรือไม่

ตัวอย่างเช่น บริษัท X มีกำไรปีละ 3,000 ล้านบาท เข้าซื้อบริษัท Y ที่มีกำไรปีละ 1,000 ล้านบาท ซึ่งการเข้าซื้อจำเป็นจะต้องเพิ่มทุน ทำให้ Equity เพิ่มขึ้นถึง 40% ในขณะที่กำไรสุทธิของบริษัท X เมื่อรวมกันแล้วจะเพิ่มขึ้น 4000 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพียง 30% เท่านั้น การซื้อกิจการอาจจะดูไม่คุ้มค่าเท่าไรนัก

อย่างไรก็ตามมุมมองของคนทำธุรกิจ กับมุมมองของคนซื้อขายหุ้น ย่อมแตกต่างกัน การวิเคราะห์ก็มองแตกต่างกันด้วย ดังนั้นสิ่งที่ผู้ถือหุ้นควรมอง คือ
*1. ธุรกิจมีความเกี่ยวเนื่องกันหรือไม่

  1. เหตุผลการซื้อกิจการ เป็นอย่างไร ยิ่งถ้าเป็นบริษัทจดทะเบียนด้วยแล้วราคาที่ซื้อ คิดเป็น P/E แพงไปหรือไม่*

หลักๆก็จะมีเท่านี้ครับ ….

stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่

www.stock2morrow.com 

FB: stock2morrow 

LINE@stock2morrow

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...