โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

1 ต.ค. ผู้ป่วย 4 โรคสิทธ์บัตรทองหาหมอแล้ว เลือกรับยาที่ร้านยาใกล้บ้านได้

TODAY

อัพเดต 26 ก.ย 2562 เวลา 12.40 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2562 เวลา 12.34 น. • Workpoint News

จากปัญหาโรงพยาบาลของรัฐ มีประชาชนเข้ารับการรักษาจำนวนมาก ส่งผลให้ระยะเวลาในการรอคอย ทั้งรอตรวจและรอรับยา กินเวลานานหลายชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จึงมีนโยบายให้เดินหน้าแก้ไขปัญหาลดความแออัดในโรงพยาบาล และลดเวลาการรอคอยให้ผู้ป่วยที่มาใช้บริการ โดยร้านยาแผนปัจจุบัน หรือ ขย.1 ซึ่งจะเริ่มให้บริการในวันที่ 1 ต.ค. นี้

ในระยะแรกสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. สนับสนุนงบประมาณให้ผู้ป่วยที่ใช้ “สิทธิบัตรหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” หรือ “บัตรทอง” เฉพาะ 4 กลุ่มโรค ได้แก่ 1.โรคเบาหวาน 2.โรคความดันโลหิตสูง 3. โรคหอบหืด 4.โรคทางจิตเวช สามารถเลือกขอรับยาที่ร้านยาใกล้บ้านที่มีเภสัชกรประจำอย่างน้อย 8 ชั่วโมง และเข้าร่วมโครงการนี้กับโรงพยาบาล

ขั้นตอนในการรับยาที่ร้านยาใกล้บ้าน ผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการรักษากับแพยท์ที่โรงพยาบาลก่อน และแจ้งความจำนงกับเจ้าหน้าที่พยาบาลว่าต้องการรับยาที่ร้านยาใกล้บ้าน เมื่อแพทย์ทำการตรวจเสร็จและประเมินว่าผู้ป่วยสามารถรับยาที่ร้านยาได้ แพทย์จะออกใบสั่งยาให้ จากนั้นผู้ป่วยสามารถถือใบสั่งยานั้นไปรับยากับร้านใกล้บ้านได้เลย ซึ่งปัจจุบันมีร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการนี้แล้วกว่า 500 แห่ง ใน 50 จังหวัด ทั่วประเทศ โดยสามารถเข้ารับได้ตลอดเวลาที่ร้านมีเภสัชกรประจำอยู่ ซึ่งโครงการนี้จะเข้ามาช่วยลดเวลาในการรอคอยที่หน้าห้องจ่ายยาให้กับผู้ป่วย และลดความแออัดในโรงพยาบาลได้ เงื่อนไขการรับบริการนี้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้ป่วยเป็นหลัก ยาที่ผู้ป่วยได้รับจากร้านยาต้องเป็นตัวเดียวกันกับที่โรงพยาบาลจ่ายไว้เดิม โดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม

เช็ก 4 เงื่อนไข ก่อนไปรับยาที่ร้านยาใกล้บ้าน 1 ต.ค. นี้

สำหรับร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการ จะต้องเป็นร้านขายยา ขย.1 ที่มีเภสัชกรประจำอย่างน้อย 8 ชั่วโมง เนื่องจากจะต้องมีการแนะนำผู้ป่วยในการใช้ยา และยาบางชนิดเป็นยาอันตราย รวมไปถึงการติดตามการใช้ยา โดยร้านขายยาจะต้องจ่ายยาให้ผู้ป่วยตามใบสั่งแพทย์ โดยอาจจะมีการกำหนดจากแพทย์มาว่า ให้ผู้ป่วยไปรับยาที่ร้านยาทุก ๆ 2 เดือน พร้อมให้เภสัชกรช่วยวัดความดัน หรือ วัดน้ำตาลในเลือดผู้ป่วยด้วย หรือหากพบผู้ป่วยมีความเสี่ยงให้ส่งตัวมาโรงพยาบาล พร้อมกับรายงานข้อมูลการเข้ารับยาของผู้ป่วยตามระบบของโรงพยาบาล

สำหรับรูปแบบในการจ่ายยาของร้านขายยาที่ร่วมโครงการมีหลัก ๆ 3 รูปแบบ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าโรงพยาบาลและร้านยาจะตกลงใช้รูปแบบใด

  1. โรงพยาบาลจัดเตรียมยาให้ผู้ป่วยแบบรายบุคคลตามใบสั่งยาของแพทย์ และส่งไปที่ร้านขายยาที่ผู้ป่วยแสดงความจำนงว่าจะไปรับ โดยโรงพยาบาลจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายดำเนินการ
  2. โรงพยาบาลจัดเตรียมยาสำรองไปสต็อกไว้ที่ร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการ โดยเภสัชกรที่ร้านขายยา จะทำหน้าที่จัดยาให้ผู้ป่วย ตามใบสั่งยาจากแพทย์ที่โรงพยาบาล
  3. ร้านขายยาดำเนินการจัดยาให้ผู้ป่วยตามใบสั่ง โดยใช้ยาของร้ายยา แต่จะต้องเป็นยาที่เหมือนกับของโรงพยาบาล ซึ่งรูปแบบนี้โรงพยาบาลจะต้องจ่ายค่ายาให้ร้านขายยา
    โดยเน้นย้ำว่าทั้ง 3 รูปแบบ ประชาชนจะได้รับความสะดวกสบายเช่นเดียวกัน และไม่ต้องเสียค่าบริการ เนื่องจากเป็นการใช้สิทธิบัตรทอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...