โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพดี มีประโยชน์ 13 อาหารป้องกัน “โรคหัวใจ”

Gourmet & Cuisine

อัพเดต 16 มี.ค. 2563 เวลา 10.09 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. 2563 เวลา 06.02 น.

  “หัวใจ” เป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดของร่างกาย มีหน้าที่สูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงทุกส่วน แต่ด้วยไลฟ์สไตล์และปัจจัยต่างๆ ทำให้เราอาจละเลยจนทำร้ายอวัยวะสุดสำคัญชิ้นนี้โดยไม่รู้ตัว จนเป็นเป็นสาเหตุให้เกิดโรคร้ายอย่าง “โรคหัวใจ” ขึ้น ดังนั้น G&C จึงได้รวบรวมอาหาร 13 ชนิดนี้จะเปลี่ยนความเสี่ยงอันตรายในการพบเจอโรคต่างๆ ให้กลายเป็นการเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ทั้งหัวใจและร่างกายของเรา   1. น้ำมันมะกอก
หนึ่งในวัตถุดิบสำคัญในมื้ออาหารของชาวเมดิเตอร์เรเนียนที่มีสถิติการเป็นโรคหัวใจต่ำที่สุดในภูมิภาคยุโรป มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง ซึ่งเป็นกรดไขมันชนิดดีซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ อีกทั้งยังอุดมด้วยวิตามินอีที่ช่วยป้องกันหลอดเลือดจากความเสื่อมและการอักเสบภายในหลอดเลือดอีกด้วย   2. ดาร์กช็อกโกแลต
ขนมที่ช่วยปรับสมดุลความดันโลหิต และเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงหัวใจมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดความอยากอาหารได้อีกด้วย แต่ต้องเลือกกินเฉพาะดาร์กช็อกโกแลตที่มีปริมาณโกโก้เข้มข้นร้อยละ 70-85 และควรกินอย่างพอดี เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ยังมีส่วนผสมของนมและน้ำตาลอยู่นั่นเอง   3. ชาเขียว
ชาวจีนนิยมดื่มมานานหลายพันปี ซึ่งช่วยลดความดันโลหิต ลดคอเลสเตอรอล ป้องกันการแข็งตัวของเลือด และป้องกันโรคหัวใจ รวมทั้งมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่าโพลีฟีนอล (Polyphenols) ที่มีผลป้องกันโรคหัวใจและโรคมะเร็ง   4. ไวน์แดง
อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและช่วยเพิ่มไขมันดี (HDL) สักแก้ว (และไม่เกิน 2 แก้วต่อวัน) ก็ช่วยทำให้หัวใจแข็งแรงเช่นกัน   5. ผักใบเขียว
“ผักใบเขียว” อาทิ ผักคะน้า ผักกาดหอม บรอกโคลี ฯลฯ นั้นต่างก็อุดมด้วยเส้นใย แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ รวมทั้งวิตามินเคที่ช่วยปกป้องหลอดเลือดแดง   6. มะเขือเทศ
นอกจากจะช่วยให้ผิวสวยสดใสแล้วยังมีไลโคปีนและวิตามินเอสูง ช่วยขยายหลอดเลือดหัวใจและลดความเสี่ยงของโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายได้ ที่สำคัญไม่ว่าจะกินสดหรือปรุงสุกก็ยังเต็มไปด้วยคุณค่าไม่แพ้กัน   7. อะโวคาโด
หนึ่งในซูเปอร์ฟู้ดเป็นทางเลือกที่ดี เพราะอุดมด้วยโพแทสเซียมซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อสุขภาพหัวใจ นอกจากนี้ยังมีการวิจัยในอเมริกาใต้ที่พบว่าการกินอะโวคาโดเป็นประจำช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ถึง 17 % ซึ่งจะส่งผลช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจด้วย  

  8. เบอร์รี
“เบอร์รี” ชนิดต่างๆ ไม่ว่าเป็นสตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี และราสป์เบอร์รี ล้วนช่วยลดความเสี่ยงของอาการหัวใจวาย อีกทั้งยังมีสารแอนโทไซยานินและฟลาโวนอยด์ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความดันโลหิตและช่วยขยายหลอดเลือดหัวใจได้ดี   9. ทับทิม
เป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยยับยั้งการแข็งของหลอดเลือดแดงได้ดีและช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ จะกินสดๆ หรือคั้นเป็นน้ำทับทิมดื่มก็อร่อยได้คุณค่าทั้งคู่   10. ส้ม
เป็นหนึ่งในหมวดผักผลไม้สีส้มและสีเหลืองที่มีทั้งวิตามินเอ วิตามินอี และสารแคโรทีนอยด์ที่ช่วยให้หลอดเลือดและหัวใจแข็งแรง (แต่ควรกินแบบคั้นสด และหลีกเลี่ยงน้ำส้มคั้นที่ผสมน้ำตาลหรือสารให้ความหวาน)   11. แซลมอน
“แซลมอน” หรือปลาที่มีกรดไขมันสูง เช่น ทูน่า ซาร์ดีน และแมกเคอเรลเป็นจานหลักประมาณ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เพราะมีกรดไขมันโอเมกา-3 ที่ช่วยลดการอักเสบของหลอดเลือดแดงซึ่งเป็นอาการเริ่มต้นของโรคหัวใจ (แนะนำให้กินแบบอบหรือนึ่งแทนการทอดด้วยน้ำมัน)    12. ข้าวโอ๊ต
ธัญพืชมากประโยชน์นี้ช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีและช่วยเพิ่มคอเลสเตอรอลที่ดี ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจขาดเลือดและโรคหลอดเลือดแดงแข็ง   13. อัลมอนด์
 “อัลมอนด์” หรือถั่วต่างๆ เช่น วอลนัต พิสตาชิโอ แมกคาเดเมีย รวมถึงเมล็ดทานตะวันและเมล็ดฟักทอง เพราะถั่วและเมล็ดพืชเหล่านี้อุดมด้วยโปรตีน วิตามินอี และกรดไขมันโอเมกา-3 ซึ่งช่วยให้เซลล์บุผนังหลอดเลือดทำงานได้ดี แถมยังป้องกันหลอดเลือดตีบและช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีอีกด้วย   เรียบเรียงจากบทความเรื่อง "Great Food for Good Heart กิน (ดี) อย่างไร ใจ (ดี) อย่างนั้น" โดย พรพิริยา ชูตระกูล คอลัมน์ Cover Story นิตยสาร Gourmet & Cuisine ฉบับที่ 235 เดือน กุมภาพันธ์ 2563  

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...