โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

7 วิธีแก้ "รักแร้เปียก" เรียกความมั่นใจให้ผู้ชาย ยกแขนแมนๆ ได้อย่างมั่นใจ

UndubZapp

เผยแพร่ 31 ส.ค. 2560 เวลา 06.00 น. • อันดับแซ่บ
7 ตัวช่วยแก้รักแร้เปียก เรียกความมั่นใจให้คุณผู้ชายได้หายกังวลกับสภาพเสื้อเปียกเป็นด่างเป็นดวงใต้วงแขน กับอาการรักแร้เปียกจากเหงื่อ

เหงื่อออกมาก รักแร้เปียก ใต้แขนเสื้อเปียกเป็นดวงๆ  ปัญหาความไม่มั่นใจ ใหญ่ระดับชาติของหนุ่มๆ  แทบไม่กล้ายกแขน หรือโหนรถไฟฟ้า รถเมล์กันเลยทีเดียว นี่ยังไม่รวมเรื่องน่าอายที่ตามมาทั้งกลิ่นเหงื่อ หน้ามัน กลิ่นเท้า  วันนี้ Undubzapp จึงขออาสาหาทางออกให้คุณผู้ชายได้หายกังวลด้วย 5 วิธีแก้รักแร้เปียก ปัญหาระดับชาติทำผู้ชายไม่มั่นใจ ส่วนใครที่ทีมีปัญหาเรื่องกลิ่นตัวจนเสียความมั่นใจ ลองอ่าน มั่นใจใต้วงแขน! 7 วิธีกำจัดกลิ่นตัวแรง เริ่มง่ายๆ แค่เปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้

เหงื่อคือสัญญาณที่บอกได้ถึงระบบการทำงานของร่างกายและสุขภาพร่างกายที่ดี เหงื่อทำหน้าที่เป็นเหมือนระบบปรับอากาศในร่างกายของเรา จะควบคุมอุณหภูมิในร่างกายไม่ให้ร้อนมากเกินไป เมื่อเราอยู่กลางแดดหรืออยู่ในที่อากาศร้อนจัด หรือออกแรงมากๆ จะทำให้ภายในร่างกายเกิดความร้อนสูง สมองจะส่งสัญญาณไปยังต่อมเหงื่อที่อยู่ทั่วร่างกายให้ขับเหงื่อออกมาเพื่อให้อุณหภูมิในร่างกายลดลง แต่ถ้าเหงื่อของคุณออกมามากจนกลายเป็นความกังวลใจใต้วงแขน ซึ่งสาเหตุอาจไม่ใช่เรื่องของสุขภาพหรือโรคภัยไข้เจ็บใดๆ แต่เป็นเพราะพฤติกรรมในชีวิตประจำวันตัวเราเอง เพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจ อันดับแซ่บมีเคล็ดไม่ลับมาช่วยลดอาการเหงื่อมาฝากกัน รับรองว่า ลองปรับพฤติกรรมตามแล้ว ความมั่นใจใต้วงแขนก็จะกลับมาอีกครั้งค่ะ

1.อาบน้ำให้บ่อยขึ้น

การรักษาความสะอาดของร่างกายเป็นการลดความร้อนภายในร่างกายอีกทางหนึ่ง เมื่ออุณหภูมิในร่างกายเย็น สมองก็จะไม่สั่งให้ต่อมเหงื่อผลิตเหงื่อออกมาเพื่อระบายความร้อน ดังนั้นในช่วงหน้าร้อนหรืออากาศร้อนจัด ควรอาบน้ำให้บ่อยขึ้น อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ส่วนจะแทรกอาบตอนบ่ายๆ อีกครั้งก็แล้วแต่สถานการณ์ค่ะ ที่สำคัญ ช่วงอากาศร้อนจัดๆ หลังอาบน้ำเสร็จ อย่าเพิ่งรีบแต่งตัว รอให้เหงื่อที่ออกแห้งก่อนแล้วค่อยใส่เสื้อผ้า จะช่วยใหสบายตัวขึ้น

อาบน้ำให้บ่อยขึ้น

2.เลือกเสื้อผ้าระบายอากาศ

สำหรับคุณผู้ชาย ช่วงนี้ "งดเสื้อฟิตๆ" เลือกใส่เสื้อผ้าที่หลวมกว่าปกติ เนื้อผ้าประเภท Egytian Cotton และ Pima Cotton ที่มีน้ำหนักเบา แต่ไม่บาง ระบายอากาศได้ดี แห้งเร็ว ไม่อับชื้น ลงทุนซักนิดเรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้เกิน 100% แน่นอนค่ะ

เสื้อเชิ้ตเนื้อผ้าบางเบา

3.ใช้โรลออนแบบลดเหงื่อโดยเฉพาะ

ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนเหงื่อเยอะ ให้เลือกใช้โรลออนประเภท ควบคุมเหงื่อโดยเฉพาะ (แค่ควบคุมไม่ได้ห้ามไม่ให้เหงื่อออก เพราะถ้าห้ามไม่ให้เหงื่อออกเลย ร่างกายจะไม่สามารถขับสารพิษหรือเกลือออกทางผิวหนังได้) สละเววาอ่านที่ฉลากแจ้งส่วนประกอบข้างขวดว่ามี ส่วนประกอบที่ชื่อว่า Aluminum Chloride อยู่หรือไม่ เพราะส่วนประกอบตัวนี้มีจะช่วยควบคุมเหงื่อ กระชับรูขุมขนบริเวณใต้วงแขน ทำให้อาการเหงื่อออกลดลง

4.ติดเสื้อสำรองไว้ที่ออฟฟิศ

ถ้าเหงื่อคุณหนุ่มๆ ออกเยอะในระหว่างวัน ให้เปลี่ยนเสื้อบ่อยๆ ยิ่งถ้าอยู่ที่ทำงานหรือมีนัดพบลูกค้าหรือประชุมกับผู้บริหาร การพูดคุยในสภาพเสื้อเปียกเหงื่อคงเป็นภาพที่ไม่น่าดูเท่าไหร่ ลองติดเสื้อเชิ้ตสำรองมาไว้ที่ออฟฟิศสักตัว เอาไว้เปลี่ยนตอนเหงื่อเปียกเสื้อไว้ยามฉุกเฉิน

ติดเสื้อสำรองไว้ที่ออฟฟิศ

5.ทำให้รักแร้แห้ง ไม่อับชื้น

แม้ว่าการโกนขนรักแร้จะไม่ได้ช่วยให้รักแร้เหงื่อออกน้อยลงได้ แต่อย่างน้อยการโกนขนรักแร้ออกเพื่อให้รักแร้ไม่อับชื้น แห้ง ก็ช่วยลดการหมักหมมของเหงื่อที่จะนำมาซึ่งกลิ่นตัวและช่วยให้เหงื่อที่ออกมาแห้งเร็วขึ้น ไม่เปียกเป็นดวงใต้วงแขน

6.ทิชชู่เปียกแบบดีโอเดอแรนท์ ยามฉุกเฉิน

เป็นเทคนิคยามฉุกเฉิน หากอยู่ๆ เจ้านายเรียกประชุมหรือลูกค้านัดด่วน มีทิชชูเปียกแบบดีโอติดกระเป๋าไว้ไปไหนมาไหนด้วย หากเหงื่อออก แถมมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมา ก็สามารถหยิบทิชชูเปียก แล้วชะแว๊บแอบเข้าห้องน้ำ ปาดซ้าย ปาดขวา ก็สามารถเอาตัวรอดยามฉุกเฉินไปได้ค่ะ

ทิชชูเปียกแบบดีโอเดอแรนท์

7.ใช้วิธีรักษาทางการแพทย์

สำหรับใครที่แก้ด้วยวิธีธรรมชาติไม่ได้จริงๆ วิทยาการทางการแพทย์สามารถช่วยได้มีแนะนำหลายวิธีทั้งใช้คลื่นวิทยุทำลายต่อมเหงื่อ เลเซอร์กำจัดขน ฉีดโบทอกซ์ การผ่าตัดต่อมเหงื่อ ซึ่งต้องแล้วแต่คำวินิจฉัยของแพทย์ แต่แนะนำว่าควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น หมอเถื่อน หมอกระเป๋านี่ห้ามเด็ดขาด อันตรายถึงชีวิตนะคะ

CR : wikihow  Pixabay ,Pexels

---

อัปเรื่องแซ่บ ฟีดเรื่องมันส์ เม้าท์ทันเพื่อน
Facebook: @UndubZapp
Instagram: @UndubZapp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...