โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คนอีสานเฮ! ครม.อนุมัติ 6.6 หมื่นล้าน สร้างรถไฟทางคู่สายใหม่ "บ้านไผ่-นครพนม" ตอกเข็มปี’64

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 28 พ.ค. 2562 เวลา 10.38 น.

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 มีมติอนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ดำเนินโครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายบ้านไผ่ – มหาสารคาม – ร้อยเอ็ด – มุกดาหาร – นครพนม วงเงิน 66,848.33 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7) ระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี (ปีงบประมาณ 2561 – 2568) ด้วยวิธีประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)

ลักษณะของโครงการจะดำเนินการก่อสร้างทางรถไฟใหม่ จำนวน 2 ทาง เป็นคันทางระดับดิน และบางส่วนเป็นทางรถไฟยกระดับ ระยะทางประมาณ 355 กิโลเมตร ผ่านพื้นที่ทั้งหมด 70 ตำบล 16 อำเภอ 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร และนครพนม

โดยมีการก่อสร้างสถานีรถไฟใหม่ จำนวน 30 สถานี 1 ชุมทาง ลานบรรทุกตู้สินค้า 3 แห่ง และย่านกองตู้สินค้า 3 แห่ง มีโรงซ่อมบำรุงบริเวณสถานีภูเหล็ก (จังหวัดขอนแก่น) สำหรับซ่อมวาระเบาและซ่อมวาระปานกลาง ส่วนวาระหนักจะส่งไปซ่อมที่โรงรถจักรอุตรดิตถ์ มีการออกแบบถนนยกข้ามทางรถไฟ (Overpass) จำนวน 81 แห่ง มีถนนลอดใต้ทางรถไฟ (Underpass) จำนวน 245 แห่ง

พร้อมการก่อสร้างรั้วสองข้างทางตลอดแนวเส้นทางรถไฟ ความกว้างของราง ขนาด 1 เมตร สามารถเชื่อมต่อกับระบบรางเดิมของ ร.ฟ.ท.ที่มีอยู่ รองรับการเดินรถขนาดความเร็วสูงสุดที่ 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทางรถไฟเป็นแบบใช้หินโรยทางทั้งทางระดับพื้นดิน สะพาน และโครงสร้างยกระดับที่เป็นคอนกรีต คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในเดือนมกราคม 2564 แล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2567 สามารถเปิดให้บริการประชาชนได้ในเดือนมกราคม 2568

นอกจากนี้ ครม.ยังรับทราบผลการตรวจสอบยืนยันความก้าวหน้าการดำเนินการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือนของไทย (Preliminary Debriefing Report) ของคณะผู้ตรวจสอบขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization : ICAO)

ซึ่งคณะผู้ตรวจสอบฯ ได้แสดงความชื่นชมกับความก้าวหน้าของการแก้ไขปัญหาข้อบกพร่องได้อย่างเป็นรูปธรรม จริงจัง และเป็นระบบภายในระยะเวลาไม่นาน ดังจะเห็นได้จากผลการประเมินที่สูงถึงร้อยละ 65 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลก แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนด้านนโยบายจากรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม รวมทั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติในการเร่งรัดปรับปรุงแก้ไขกฎหมายการเดินอากาศที่สอดคล้องกับกฎกติกาของ ICAO ความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และความร่วมมือของผู้ประกอบการภาคเอกชนในการร่วมกันแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ จนสำเร็จ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...