โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แกะสูตรการทำ TikTok ของ ‘BOTCASH’ ดีเจและโปรดิวเซอร์ที่เลือกวลีไหนมาทำเพลงก็เป็นไวรัล

a day magazine

อัพเดต 27 ก.ค. 2564 เวลา 09.29 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2564 เวลา 09.28 น. • ปวีณ์กานต์ อินสว่าง

‘เดี๋ยวเอ้จะเอาเสียงนี้! มาทำเพลง!’

แค่เห็นใบหน้าของ BOTCASH หรือ เอ้–สัณหภาส บุนนาค ไม่ว่าจะในแพลตฟอร์มไหน เสียงประโยคแพตเทิร์นที่เขาพูดใน TikTok แทบทุกคลิปก็ลอยมาทันที

ก็เจ้าไวรัลคลิปทำเพลงสุดฮิตใน TikTok ที่หยิบวลีในกระแสอย่าง ‘อย่าแซวผมหน้าม้าหนู’ ของลิซ่า BLACKPINK หรือ ‘เจ๊อย่าวีน’ ของเจ้านางแห่งเมืองทิพย์อย่างพระมหาเทวีเจ้า กระทั่งเสียงรอบตัวอย่างเสียงเรอมาทำเป็นเพลง ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดขึ้นโดยดีเจและโปรดิวเซอร์อย่างเอ้ที่ใช้เวลาว่างจากการทำเพลงมาสร้างสรรค์ผลงานและส่งความสุขให้คนที่ติดตาม

แถมในเวลาแค่ 1 ปี ผลงานของเขาก็ทำให้ BOTCASH กลายเป็นชื่อแรกในใจคนหมู่มากแล้วเมื่อเอ่ยถึงคอนเทนต์ครีเอเตอร์มากฝีมือใน TikTok

ในฐานะดีเจและโปรดิวเซอร์ที่จำเป็นต้องหาความรู้และแรงบันดาลใจใหม่ๆ อยู่เสมอ สิ่งที่เอ้ทำเป็นประจำแทบทุกปีคือการเข้าร่วมงาน Amsterdam Dance Event (ADE) อีเวนต์ที่รวมทุกอย่างเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเพลงอิเล็กทรอนิกซึ่งจัดขึ้นที่อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ และจากการเข้าร่วมงานครั้งล่าสุดเขาก็พบกับความเปลี่ยนแปลงหนึ่งข้อที่น่าสนใจคือ จากเดิมที่ค่ายเพลงมักถามหายอดผู้ติดตามใน SoundCloud แต่ในปี 2562 คนเหล่านั้นกลับถามหาเพียงแค่ยอดผู้ติดตามใน TikTok 

“ตอนนั้น TikTok สำหรับเราคือที่ที่คนเข้าไปเต้น ไปทำอะไรตลกๆ แต่ที่จริง TikTok ที่บ้านเขามันเป็นแพลตฟอร์มที่ศิลปินระดับโลกเขาเล่นกัน เพราะมันใช้พรีเซนต์งานตัวเองได้ ยิ่งคนทำงานดนตรียิ่งเหมาะ เพราะ Tiktok ซัพพอร์ตศิลปินตรงที่ไม่ว่าใครจะเอาเพลงคุณไปใช้ที่ไหน มันจะย้อนกลับมาหาต้นทางเสมอว่านี่คือผลงานของใคร” 

หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อไวรัสโควิด-19 เริ่มระบาด งานคอนเสิร์ตถูกยกเลิก เอ้จึงมีเวลาว่างมากพอและใช้โอกาสนี้ทำคลิปลง TikTok 

“เราเริ่มจากการทำคลิปแบบที่คนส่วนใหญ่นิยมเล่นกันเลย เปลี่ยนเสื้อผ้า เล่นกับหมา แต่พอทำไปได้ประมาณอาทิตย์หนึ่งเราก็เริ่มท้อ มันทั้งเหนื่อยแล้วก็ไม่สนุกด้วย เพราะเราไม่ได้อินกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ คนมาดูก็ไม่ได้มีเยอะ ตอนนั้นเลยหยุดทำไป 2-3 วัน คิดกับตัวเองว่าสงสัยคงไม่ใช่ทางแล้วมั้ง”

โปรดิวเซอร์หนุ่มหัวเราะ เล่าต่อว่าระหว่างนั้นเขาก็กลับไปทำงานเพลงตามปกติ จนมาสังเกตเห็น Launchpad (อุปกรณ์คอนโทรลเลอร์ที่ใช้ควบคู่กับโปรแกรมหรือปลั๊กอินซอฟต์แวร์สำหรับสร้างเสียงดนตรี) ที่วางอยู่ข้างตัว จึงคิดสนุกนำมาลองกดเป็นเพลงและอัดคลิปลง TikTok เล่นๆ

“ปรากฏว่าคลิปนั้นแค่ 2 ชั่วโมงมันขึ้นไปถึงหลักหมื่นวิว เราตกใจมาก ตอนนั้นเลยเหมือนจับทางได้ว่าถ้าเราทำคลิปนี้คลิปเดียวได้หมื่นวิว งั้นเดี๋ยวต่อไปนี้จะทำทุกวันเลย ตั้งเป้ากับตัวเองไว้เลยว่า 3 เดือนต่อจากนี้จะทำคลิปลง TikTok ทุกวันให้ได้”

ผลลัพธ์หลังจากนั้นไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าคือยอดฟอลโลเวอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไหนจะชื่อเสียงและภาพจำที่พูดชื่อ BOTCASH เมื่อไหร่คนก็ร้องอ๋อ ว่าคือโปรดิวเซอร์หนุ่มที่มาพร้อม Launchpad และเพลงจากวลีเด็ดที่ฟังเมื่อไหร่ก็ยิ้มได้เมื่อนั้น

แต่เบื้องหลังคลิปสั้นๆ ที่เราใช้เวลาเลื่อนดูเพลินๆ เพียงไม่กี่วินาทีนั้นอัดแน่นไปด้วยไอเดีย เวลา และความพยายามของเอ้ ที่วันนี้เขาเตรียมมาบอกเล่าให้เราฟังแบบขั้นต่อขั้น คัดมาให้แล้วแบบเน้นๆ

เบื้องหลังกว่าจะเป็นคลิปไวรัลใน TikTok ของ BOTCASH

1. คลิปทำเพลงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ต้องปรับท่าทีให้เหมาะกับแพลตฟอร์ม

หลายปีก่อนหน้านี้ เอ้เคยปล่อยคลิปทำเพลงจากเสียงคนที่กำลังเป็นกระแสลงในแชนแนลยูทูบของตัวเองมาแล้ว แต่คราวนี้ใช่ว่าเขาจะใช้วิธีแบบเดิม เพราะปัจจัยสำคัญที่ทำให้คลิปของเขาได้รับความนิยมบน TikTok คือการปรับตัวให้เข้ากับแพลตฟอร์มต่างหาก

“เมื่อก่อนตอนลงคลิปในยูทูบ เราจะตั้งกล่องถ่ายหน้าจอคอมอย่างเดียวเลย เพราะเราต้องการให้ความรู้จริงๆ แต่กับตอนที่เริ่มทำ TikTok เราอยากให้คนเห็นเวลาเล่น Launchpad ด้วย จากที่ปกติเวลาคนทั่วไปเล่นเขาจะตั้งไว้บนโต๊ะแล้วกด เราเลยเปลี่ยนใหม่เป็นการยกขึ้นมาให้เห็นเลย คนจะได้เห็นเราเล่นด้วย เห็นหน้าเราด้วย”

ธรรมชาติของแพลตฟอร์มที่มีความยาวจำกัด และในช่วงแรกที่บังคับให้เราดูต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ไม่สามารถกดเลือกช่วงเวลาที่จะดูได้ ก็มีผลสำคัญกับการทำงาน

เวลาทำคลิปเขาจึงต้องดึงให้คนสนใจตั้งแต่ 5 วินาทีแรก พร้อมทั้งบอกให้คนรู้อย่างชัดเจนว่าหากดูต่อไปคนดูจะได้เห็น ได้ฟังอะไร

“เพราะ TikTok จำกัดความยาวแค่ 59 วินาที พอทำไปเรื่อยๆ เราก็จะรู้แล้วว่าควรแบ่งสัดส่วนการพูด การทำเพลง และผลลัพธ์ที่ออกมายังไง วิธีวางแผนของเราคือเปิดมา 5 วินาทีแรกต้องทำให้คนอยากดูต่อให้ได้ ถ้าสังเกตจะเห็นว่าเราจะพูดเลยว่า ‘เดี๋ยวเอ้จะทำอย่างนี้ครับ’ หรือ ‘วันนี้เอ้จะมาทำเพลง…’ คนดูจะได้รู้ทันทีเลยว่าถ้าดูต่อไปจนจบเขาจะได้เห็นอะไร

“ระหว่างที่คนตั้งตารอผลลัพธ์ เราก็จะสอดแทรกความรู้หรือวิธีการทำไว้กลางคลิป โดยเลือกเฉพาะเรื่องสนุกๆ มาใส่ ตรงไหนที่เรารู้สึกว่าเป็นจุดที่มีความสุขที่สุดขณะทำเราก็จะหยิบมาใส่ ส่วนใหญ่เลยจะเป็นตอนสร้างเสียงเพลงว่าเราทำเสียงนี้ได้ยังไง จากนั้นก็จะเอาเสียงเพลงที่สมบูรณ์มาแปะไว้ตอนท้าย เราทำแพตเทิร์นนี้จนคนดูเขาจำได้ว่าถ้าอดทนดูไปถึงตอนจบ เดี๋ยวก็จะได้ฟังเพลงจริงๆ”

การถ่ายทำก็จะถูกคิดไปพร้อมๆ กันกับการทำเพลงด้วย เพื่อที่ว่าวิธีการทำเพลงที่เขาสอนนั้นจะได้ไม่ยาวหรือยากเกินไปจนไม่สามารถอธิบายได้ 

“ช่วงแรกเราเคยเจอปัญหาว่าเปลี่ยนเสียงหลายเสียงเกินไปจนเล่าไม่ทัน และถ้าตัดกระบวนการทำตรงไหนออกไปจากคลิปคนดูก็จะงงว่า อ้าว แล้วเสียงนี้มาได้ยังไง หลังๆ เลยเรียนรู้ว่าเราต้องลดขั้นตอนการดีไซน์เสียงให้เรียบง่ายมากขึ้น มันคือคำว่ายิ่งน้อยยิ่งดี ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีต่อเรา เพราะไม่ต้องทำงานหนักเท่าเดิมแต่ยังได้สิ่งที่เราต้องการ”

2. ดึงความสนใจด้วยเสียงที่คนคุ้นเคย

เพราะอยากให้ตัวเองทำคลิปลง TikTok ต่อไปได้เรื่อยๆ ไม่มีเบื่อ เขาจึงตั้งมั่นไว้ตั้งแต่แรกว่าจะเอาเสียงอะไรก็ได้มาทำเพลง ซึ่งวิธีเลือกเสียงมาทำคลิป TikTok ของเขามี 2 แบบ 

หนึ่ง–คือเลือกทำเพลงตามสั่งจากความเห็นของคนดู วิธีนี้จะรับประกันได้แน่นอนว่าเสียงที่เขาหยิบมาทำจะมีคนสนใจ และสอง–คือทำเพลงจากความสนใจของตัวเอง ซึ่งทั้งสองแบบมีแนวคิดคล้ายกันคือจะต้องเป็นสิ่งที่เขาทำแล้วสนุก อยากทำ

“เพลงที่เราทำ ต่อให้เอาเสียงอะไรก็ไม่รู้มาใช้ สุดท้ายแล้วมันจะมีอะไรบางอย่างที่ลิงก์ให้คนรู้จักกับเพลงที่เราทำทุกอัน เช่น ถ้าเอาเสียงลิซ่ามาทำเป็นเพลง อย่าแซวผมหน้าม้าหนู แม้เพลงนี้ทั้งเพลงจะทำด้วยจังหวะและดนตรีที่สร้างขึ้นมาใหม่หมดเลยก็จริง แต่ว่าพอมันเป็นเสียงลิซ่าที่พูดประโยคที่มีคนขอเข้ามาเยอะมาก มันเลยลิงก์กับคนดูได้” เอ้อธิบาย

หรืออย่างเสียงที่คนไม่ได้ขออย่างเสียงเรอ เสียงตด เขาก็จะเอามาทำเป็นเพลงที่คนรู้จักกันอยู่แล้ว เช่น เพลงประกอบ Harry Potter หรือเพลงประกอบ Mission: Impossible และหากต้องการทำคอนเทนต์มิกซ์เพลงใหม่ทั้งหมด เขาก็จะเลือกเพลงที่ฮิตและมีคนรู้จักอยู่แล้วอย่างเพลง จีนี่ จ๋า หรือเพลง O.K.นะคะ มาทำในรูปแบบใหม่แทน 

3. เปลี่ยนเวทีแสดงเป็นเวทีหน้าจอ

หลายๆ คอมเมนต์มักบอกว่าเพียงได้ดูคลิปของเอ้ก็มีความสุข นั่นเป็นเพราะทุกครั้งที่เขาอัดคลิป เขาจะใช้หลักการเดียวกับเวลาเล่นคอนเสิร์ต 

เขาคิดเสมอว่า “เราต้องสร้างความสุขให้ตัวเองก่อน คนที่เข้ามาดูจึงจะสัมผัสได้และมีความสุขตาม”

การสร้างและส่งความสุขไปให้ถึงคนดูจึงเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กระบวนการคิดเพลง เพราะถ้าขึ้นเวทีไปแล้วหน้าบูด โมโห อยากกลับบ้าน คนดูก็จะจำภาพของเขาแบบนั้นกลับไป แต่ถ้าเขาขึ้นเวทีอย่างมีความสุข คนดูก็จะได้รับความสุขนั้นกลับไปเช่นกัน 

นั่นเองจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมตลอดคลิปโปรดิวเซอร์คนนี้ถึงไม่เคยหุบยิ้มเลยสักครั้ง

อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจเริ่มมีไฟ อยากจะสมัครแอ็กเคานต์ TikTok ขึ้นมาซะเดี๋ยวนี้ เราจึงถามหาคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์ ว่าถ้าอยากจะลุกขึ้นมาเป็นครีเอเตอร์บ้างควรเริ่มต้นยังไงดี

อย่างแรกที่เอ้บอกคือต้องถามตัวเองว่าอยากทำอะไร เพราะเขาเองก็คงไม่สามารถแนะนำให้ได้ เนื่องจากไม่ได้รู้จักเราอย่างที่เรารู้จักตัวเอง 

“เราว่าตัวเรานี่แหละคือคนเดียวที่จะบอกได้ว่าเราทำอะไรได้และอยากทำอะไร คำแนะนำของเราคือเมื่อหาสิ่งนั้นเจอให้ทำเลย โหลด TikTok มา ถ่ายคลิป โพสต์ ไม่เสียเงินสักบาท ไม่เดือดร้อนใครด้วย ทำได้เลยทันที 

“ลงไปแล้วถ้าคลิปที่หนึ่งไม่มีคนดู ก็ให้ทำคลิปที่สอง ถ้ายังไม่มีคนดูก็ให้ทำคลิปที่สาม ถ้ายังไม่มีคนดูไปจนถึงคลิปที่สิบก็ยังต้องทำต่อไปเรื่อยๆ ถ้าอยากทำ เพราะเราก็เป็นแบบนั้น เพิ่งจะมีคนดูเราตอนคลิปที่เจ็ดที่แปด แต่ที่เราทำมาเรื่อยๆ แม้จะไม่มีคนดูเพราะฟิต มิตร ด้าม (มิตร โมชดารา) เขาเคยสอนเรามาว่าหน้าบ้านสำคัญมาก เมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีคลิปหนึ่งไวรัลขึ้นมา คลิปเก่าๆ ที่ไม่เคยมีคนดูก็จะมีคนย้อนกลับไปดูเองอัตโนมัติ ถ้าเราไม่เตรียมหน้าบ้านเอาไว้รอ ไม่ตั้งใจทำ วันหนึ่งที่คลิปเราไวรัล พอคนมาคลิกดูโปรไฟล์แล้วเห็นว่าเรามีแค่ 2 คลิปเอง คนก็จะยังไม่กดติดตาม แต่ถ้าเข้ามาแล้วเห็นว่าเรามีอย่างนี้อีก 10 คลิปเลย มันก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เขากดติดตามมากกว่า ซึ่งเราพิสูจน์แล้วว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ”

เอ้ย้ำว่ายิ่งในช่วงเริ่มต้น ความสม่ำเสมอยิ่งสำคัญมาก เพราะอย่างน้อยๆ หากไม่มีคนดูเลย แต่ผลงานที่พยายามทำขึ้นมาก็จะช่วยทำให้คนที่เป็นครีเอเตอร์ตอบตัวเองได้ว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้เขาชอบจริงหรือเปล่า และมันยังเป็นเหมือนการโยนหินถามทางกับคนที่เข้ามาดูด้วยว่าคอนเทนต์อันไหนควรทำต่อ อันไหนควรพอ

“หากจะยึดสิ่งนี้เป็นอาชีพก็ต้องมีวินัย และต้องมองว่านี่คืออาชีพ ไม่ใช่งานอดิเรก” เขาทิ้งท้าย 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...