โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

รู้หรือไม่! เล่นโทรศัพท์ก่อนนอน ระบบร่างกายรวน เสี่ยงอ้วน โรคเบาหวานถามหา

Khaosod

อัพเดต 18 เม.ย. 2561 เวลา 06.57 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. 2561 เวลา 06.57 น.

เมื่อวันที่  18 เมษายน 2561 พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า การเล่นโทรศัพท์ก่อนนอน กลายเป็นกิจกรรมที่หลายคนชอบทำ ทั้งนี้ หน้าจอโทรศัพท์มีแสงสีฟ้า หรือ blue light ที่ส่งผลกระทบในการผลิตสารเมลาโทนิน (Melatonin) ซึ่งเป็นสารที่ควบคุมการหลับและการตื่น ดังนั้น การเล่นโทรศัพท์ก่อนนอนมากกว่า 2 ชั่วโมงจะส่งผลให้เกิดการนอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิทได้ เนื่องจากการได้รับแสงสีฟ้าในเวลากลางคืนจะทำให้สมองคิดว่าตอนนี้เป็นเวลากลางวัน ทำให้นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อสายตาอีกด้วย

พญ.พรรณพิมล กล่าวต่อว่า สิ่งที่อาจตามมาหลังจากนอนไม่หลับหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ คือ ร่างกายอ่อนล้าในตอนกลางวัน ระบบความจำมีปัญหา ทำให้เรียนหรือทำงานขาดประสิทธิภาพ และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุอันเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและผู้อื่นด้วย เช่น การวูบหลับในขณะใช้รถใช้ถนน หรือใช้เครื่องจักร นอกจากนี้ยังทำให้ระบบเผาผลาญของร่างกายทำงานไม่เต็มที่ อาจเกิดโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือเกิดภาวะอ้วนตามมา รวมถึงเสี่ยงในการใช้สารเสพติดหรือแอลกอฮอล์เพื่อช่วยในการนอนหลับอีกด้วย

ดังนั้น เพื่อสุขภาพที่ดีควรงดเล่นมือถือก่อนเข้านอนอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้ปรับการทำงานของดวงตาเข้าสู่การพักผ่อน หากมีความจำเป็นที่จะต้องใช้งานมือถือควรใช้อุปกรณ์ที่สามารถป้องกันแสงสีฟ้า เช่น แผ่นกรองแสงถนอมสายตาจากแสงสีฟ้า หรือแอพพลิเคชั่น Night Shift ที่ช่วยตัดแสงสีฟ้า เป็นต้น เพื่อถนอมสายตาและทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...