โรครากเน่า-โคนเน่า ทุเรียน
โรคโคนเน่า-รากเน่า ทุเรียน จัดเป็นโรคสำคัญที่สร้างความเสียหายให้กับทุเรียนเป็นอย่างมาก พบแพร่ระบาดเป็นวงกว้างในทุกพื้นที่การปลูก เกิดจากเชื้อราไฟทอปเทอร่า (Phytopthora palmivora Butler) ที่สามารถพักตัวอยู่ในดินได้นานหลายปี เมื่อมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมจะเกิดการแพร่ระบาด กระจายไปตามดิน น้ำ ลม ได้ไกล และยังแพร่กระจายไปพร้อมกับวัสดุปลูก อุปกรณ์ รวมถึง กิ่งพันธุ์พืชได้ด้วย นอกจากนี้ เชื้อราชนิดนี้ยังก่อให้เกิดโรครากเน่าในพืชอื่น เช่น มะม่วง อะโวคาโด้ และ กล้วยไม้ได้ด้วย
อาการของโรครากเน่า-โคนเน่า : ต้นทุเรียนที่เป็นโรครากเน่า-โคนเน่าในระยะเริ่มแรกจะสังเกตได้ค่อนข้างยาก เพราะต้นที่เป็นโรคจะมีใบมันใสเป็นปกติ ดูไม่ออกว่าเป็นโรคหรือปกติดี ก่อนจะแสดงอาการใบด้านไม่เป็นมันสดใส แล้วเกิดจุดประเหลือง ก่อนจะค่อยๆ ร่วงหล่นจนหมดต้น จากนั้นปลายยอดจะเริ่มแห้งลงมาถึงกิ่งใหญ่ด้านล่างและแห้งทั้งต้นไปในที่สุด โดยทุเรียนที่เป็นโรครากเน่าโคนเน่าอาจจะแสดงอาการของโรคนาน 1-2 ปีกว่าจะยืนต้นตาย
อาการที่สังเกตได้ทางใบ : แต่สิ่งที่บ่งชี้ชัดว่า ทุเรียนต้นนี้เป็นโรคก็คือ อาการ ?ใบสลด? ลงในช่วงเวลากลางวันที่มีแดดจัด แต่กลับมาเป็นปกติดีในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าทุเรียนต้นนี้มีปัญหาเรื่องโรครากเน่า-โคนเน่าในระยะเริ่มแรก หากไม่เร่งแก้ไขและละเลยไม่ใส่ใจ ต้นจะเริ่มมีอาการ ใบล่างเป็นจุดประเหลืองด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งต้น ขึ้นอยู่กับว่า อาการของโรคนั้นเป็นหนักที่ราก ลำต้น หรือ กิ่งก้าน หากรากและโคนต้นมีอาการเน่ารุนแรงหรือประมาณ 50% ขึ้นไป อาจพบว่ามีใบจุดประเหลืองร่วงหล่นทั้งต้น และทุเรียนจะยืนต้นตายไปในที่สุด
อาการที่สังเกตได้ทางต้น(โคนต้น) : อาการเริ่มแรกจะเห็นผิวเปลือกของลำต้นหรือกิ่งคล้ายมีคราบน้ำเกาะติดแบบเห็นได้ชัด ในสภาพต้นทุเรียนแห้ง จะพบรอยแตกเล็กๆ เป็นช่องให้น้ำยางสีน้ำตาลแดงไหลออกมา จากบาดแผลในช่วงเช้ามืดของวันที่มีความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศสูง แล้วน้ำยางนั้นจะแห้งหายไปเมื่อมีแดดจัด และจะมองเห็นเป็นคราบน้ำจับบนเปลือกของต้นที่เป็นโรค ในช่วงฤดูแล้งจะสังเกตเห็นได้ง่ายเพราะต้นทุเรียนแห้ง จึงเห็นความแตกต่างที่เกิดขึ้นบนผิวเปลือกของต้นทุเรียนได้ชัดเจนขึ้น อาการของโรคเกษตรกรจะสังเกตได้ชัดในช่วงปลายฤดูฝน ส่วนโรคนั้นพบว่ามีการระบาดในช่วงต้นฤดูฝน ดังนั้น โรคนี้จึงรักษาให้หายได้ยาก เพราะกว่าจะพบว่าทุเรียนเป็นโรคก็กลายเป็นว่าเชื้อโรคได้เข้าทำลายทุเรียนมานานแล้ว จาจนเกิดแผลเน่าขนาดใหญ่ใต้เปลือก เมื่อเปิดเปลือกของต้นที่มีคราบน้ำยางออกบางๆ ด้วยมีด จะมองเห็นผิวเนื้อเยื่อของจต้นทุเรียนมีสีน้ำตาลแดงหรือน้ำตาลเข้ม ขยายขนาดไปตามความกว้างหรือความสูงของลำต้น หากเชื้อโรคเข้าทำลายมานานเนื้อเยื่อจะเป็นสีเข้มจนเกือบดำ บริเวณกลางแผลจะมีสีเข้มกว่าแผลรอบนอก ในทุเรียน พันธุ์หมอนทอง กระดุม และ กบ มีความอ่อนแอต่อโรคนี้ ต้นที่เป็นโรคจะเกิดแผลลุกลามไปตามแนวขวางลำต้น ส่งผลให้ท่อน้ำท่ออาหารถูกตัดขาด
อาการที่สังเกตได้ทางราก : อาการจะคล้ายกับอาการเน่าของโคนต้น หรือ ลำต้น ส่วนอาการที่เกิดกับรากฝอยนั้นมักพบในทุเรียนที่ปลูกแบบยกร่อง เช่น ทุเรียนที่ปลูกในเขตจังหวัดนนทบุรี โดยรากฝอยหรือรากเล็กๆ ที่โผล่ออกมากจากดินข้างท้องร่องนั้นถูกแช่น้ำเป็นเวลานาน จึงมีโอกาสเกิดโรครากเน่าได้ หากพืชได้รับเชื้อทางรากฝอยจะมีอาการ รากเน่าเป็นสีดำ เนื้อเยื่อรากเน่าเปื่อยยุ่ย เมื่อดึงเบาๆ จะขาดออกจากกันได้ง่าย
อาการอื่นๆ ที่สังเกตได้ : ปัจจุบันนี้พบว่าต้นทุเรียนที่มีอาการของโรครากเน่า โคนเน่า มีอาการใบไหม้แห้งติดคาต้น อย่างรวดเร็ว คล้ายอาการของหนอนเจาะกิ่งทุเรียน(ทำให้เกิดอาการใบไหม้เป็นหย่อมๆ บริเวณลำต้นและเปลือก) ไม่มีอาการของแผลเน่าให้เห็น ต้นทุเรียนมักตายอย่างรวดเร็ว เมื่อขุดรากฝอยหรือรากแขนงขึ้นมาดูจะพบว่าปกติ แต่ถ้าตรวจดูโคนต้นที่อยู่ต่ำกว่าระดับดิน โดยการเฉือนเปลือกออกดู จะพบว่ามีอาการเน่าเสียลุกลามกัดกินรอบต้น และแผ่ขยายไปที่โคนรากใหญ่ ซึ่งบ่งชี้ว่าโคนต้นนั้นถูกทำลายมานาน จนถึงขั้นที่พืชไม่อาจทนได้ จึงแสดงอาการเหี่ยวแห้งอย่างรวดเร็วและตายในเวลาต่อมา อาการทางใบของต้นที่เป็นโรครากเน่า โคนเน่าลักษณะนี้ จะเห็นเป็นจุดฉ่ำน้ำเล็กๆ และขยายใหญ่ขึ้นเป็นแผลสีน้ำตาลคล้ำ แผลมีขนาดเล็ก-ใหญ่ รูปร่างค่อนข้างกลม เชื้อรามักเข้าทำลายช่วงใบอ่อนไปจนถึงเพสลาด
การแพร่ระบาดของโรค : พบไม่มากในภาคตะวันออก เนื่องจากดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทราย มีการระบายน้ำดี แต่ถ้าต้นทุเรียนผ่านสภาพน้ำท่วมขังหรือฝนตกชุก และไม่มีการเตรียมการเรื่องการระบายน้ำออกจากแปลงที่ดีพอ เชื้อโรคสามารถอยู่ข้ามปีได้นานใต้ดิน แพร่ระบาดไปกับ ดิน น้ำ ฝน ลม วัสดุอุปกรณ์การเกษตร ฯลฯ มักระบาดได้ดีช่วงต้นฤดูฝน หรือ ช่วงที่มีฝนตกชุก ในพื้นที่ที่มีดินดานหรือดินระบายน้ำไม่ดีมักพบการระบาดมาก
การป้องกันกำจัด :
1. ใช้ต้นพันธุ์ปลอดโรคหรือเสียบยอดบนต้นตอพันธุ์ที่มีความต้านทานโรค
2. ป้องกันกำจัดโรครากเน่า-โคนเน่าทุเรียนด้วยวิธีการขูดโคนและฝังเข็ม**วิธีนี้อาจทำให้ต้นโทรมเร็ว
3. ใช้สารฟอสฟอรัสแอซิด(Phosphorous Acid) ฉีดเข้าลำต้น โดยการผสมสารเคมีในอัตราสารเคมี 1 ส่วน ต่อ น้ำ 1 ส่วน(สารเคมี 10 ซีซี ต่อน้ำสะอาด 10 ซีซี) ใส่ในกระบอกฉีดขนาดความจุ 50 ซีซี จากนั้นเจาะเปลือกลำต้นให้สูงจากพื้นดินประมาณ 1 - 2 ฟุต ลึก 1.5 ? 2 ซม. ด้วยสว่านให้เฉียงลงเล็กน้อย ความกว้างของรูที่เจาะต้องพอดีกับปลายกระบอกฉีดยา อัดฉีดยาเข้าไปในต้นจนหมด แล้วอุดรูด้วยปูนแดง ปริมาณของน้ำยาที่ใช้ขึ้นอยู่กับขนาดหรืออายุของต้น เช่น ต้นทุเรียนอายุ 7-8 ปี ใช้น้ำยาประมาณ 50 ซีซี หลังฉีดสารประมาณ 1-2 เดือน การเน่าของเปลือกจะค่อยๆ แห้งไป ในต้นที่เป็นรุนแรงจะใช้ทั้งการฉีดยาเจ้าต้นและทาแผลที่ต้นควบคู่กันไป
4. จัดการด้วยเชื้อราปฏิปักษ์ ได้แก่ เชื้อไตรโคเดอร์มา (Trichoderma harzianum),เชื้อราคีโตเมี่ยม (Chaetomium globosum) และ เชื้อแบคทีเรียบาซิลลัส(Bacillus subtilis) โดยใช้เชื้อรา 2 ชนิดแรกใส่ในดิน เพื่อควบคุมเชื้อราไฟทอปเทอรา โดยต้องผสมกับวัสดุที่เป็นอาหารเลี้ยงเชื้อราปฏิปักษ์เช่นปุ๋ยหมัก เพื่อให้เชื้อสามารถเติบโตเพิ่มปรมาณในดินได้ ส่วนเชื้อแบคทีเรียนั้นใช้ทาแผลเน่าที่โคนต้น วิธีนี้เห็นผลการรักษาได้ไม่ทันใจเท่าสารเคมีแต่จะสร้างความสมดุลย์ตามธรรมชาติให้เกิดขึ้นได้ในระยะยาว
5. ใช้สารเคมีป้องกันกำจัด เช่น
- ขูดเปลือกที่เน่าเสียออกบางๆ แล้วทาด้วยสารเคมี เช่น เมตาแลกซิล (25% WP หรือ 35% SD) อัตรา 50-60 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร หรือ ใช้ฟอสเอทธิลอลูมินั่ม 80% WP อัตรา 100 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร
- ใช้เมตาแลคซิล (25% WP หรือ 35% SD) อัตรา 200 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ราดให้ทั่วผิวดินใต้บริเวณทรงพุ่ม แก้อาการรากเน่า พร้อมกับกระตุ้นให้รากงอกและเร่งพัฒนาการทางราก ด้วยการรดดินรอบทรงพุ่มด้วยปุ๋ยเกล็ดที่มีธาตุหลัก (NPK) และ ธาตุรอง อัตรา 60 กรัม + กรดฮวมิคชนิดน้ำ อัตรา 100 ? 200 ซีซี ต่อ น้ำ 20 ลิตรหรือใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ อัตรา 2 ? 3 กก./ต้น + กรดฮวมิคชนิดเม็ด อัตรา 200 ? 300 กรัม ต่อ ต้น หว่านใต้ทรงพุ่มให้ทั่ว
- ใช้เมตาแลคซิล 25 WP หรือ เมตาแลคซิล + แมนโคเซบ หรือ ฟอสเอทธิล อลูมินั่ม ผสมน้ำฉีดพ่นให้ทั่ว เพื่อรักษาอาการของโรคที่เกิดบนใบ
- ใช้ฟอสเอทธิล อลูมินั่ม 80% WP อัตรา 30 ? 50 กรัม ต่อ น้ำ 20 ลิตรฉีดพ่นโรคที่เกิดบนผลก่อนเก็บเกี่ยว 1 เดือน