'เป็นพระโสดาบันเมื่อไหร่รวยเมื่อนั้น' : คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ
"ลูกหลานเอ๋ย"…..คำนี้พระเดชพระคุณหลวงพ่อฤาษี (พระราชพรหมยาน) วัดท่าซุง ท่านพูดไว้เมื่อนานมาแล้ว และบรรดาลูกหลานของท่านก็พิสูจน์ให้เห็นจริงในคำพูดนี้มากต่อมากเหลือเกิน
พระโสดาบันในคราบของฆราวาสนั้นยังมีสภาพเป็นชาวบ้าน ๆ เหมือนกับคนทั่ว ๆ ไป ทำมาหากินเป็นปกติ อยู่กับครอบครัวเป็นปกติ แต่ใจของท่านนั้นมีความเคารพในพระรัตนตรัยมาก ไม่ยอมละเมิดศีลสักข้อเดียว และจะทำบุญทำทานอะไรนิด ๆ หน่อย ก็จะปรารภแต่พระนิพพาน
พระโสดาบันเขารวยอย่างไรหรือ พระโสดาบันเขารวยกันที่ใจ ใจที่มีความรู้สึกว่าพอ มีเท่าไหร่ก็พอ
เคยเห็นแม่ค้าขายกล้วยทอดที่มีอารมณ์นี้ เขาขายกล้วยทอดแค่ช่วงเช้า ขายด้วยรถเข็นข้างทาง มีแต่อารมณ์ยิ้มแย้มแจ่มใส ชอบทำทานเป็นประจำ ไม่ทันเท่าไหร่ของหมดแกก็เลิกขาย กลับบ้านไปภาวนาฟังเทศน์ฟังธรรมของแกไป ปรากฏว่าเงินทองทรัพย์สินของแกไม่เคยเดือดร้อนวุ่นวายกับใครเลย วันไหนมีงานบุญที่ไหนที่แกต้องการจะไปร่วม แกก็หยุดขาย
ที่ยกตัวอย่างนี้ ไม่ได้บอกว่าต้องทำแค่นี้ บุญอานิสงส์ที่เคยทำมาเป็นอย่างไร ก็จะมีเท่านั้น อาจจะเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี ก็ได้
ลูกหลานเอ๋ย….เรามาเชื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากันเถิดว่า ถ้าเรามีความเคารพในพระองค์ท่านจริง ๆ และมุ่งที่จะปฏิบัติตนในความเป็นพระโสดาบันแล้วล่ะก็จะมีพรหมเทวดานางฟ้า ที่มีความเคารพในพระพุทธเจ้าคอยคุ้มครองสนับสนุนให้เรามีความคล่องตัวชนิดที่นับจำนวนไม่ได้เลย
เพราะว่าพระโสดาบันท่านละความชั่วและทำความดีในเบื้องต้นได้ จิตใจก็จะผ่องใสเบิกบานอยู่เป็นประจำ และเทวดานั้น ท่านจะดูที่จิตใจของเราเป็นหลักว่ามีความผ่องใสไหม ถ้าผ่องใสพอสมควรท่านถึงจะยอมอยู่ใกล้ ๆ อุทิศบุญใดให้ท่าน ๆ ถึงจะรับ และคุ้มครองรักษา ถ้ามัวหมองดำมืดขึ้นมาล่ะก็ ท่านจะไม่เข้าใกล้เราเลย
ลำพังตัวเราถ้าไม่มีบารมีพระ ไม่มีบารมีท่านช่วย….จะไปได้สักกี่น้ำหรือ
………………………
ขออนุโมทนาบุญและขอบคุณเพจ "คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ (พระราชพรหมยาน) วัดท่าซุง (ต้นฉบับ)