โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

[รีวิว] A Moment of Romance ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ - ภาพฝันแสนโรแมนติกของหนุ่มสาวยุค 90s

BT Beartai

อัพเดต 30 ก.ย 2563 เวลา 03.02 น. • เผยแพร่ 29 ก.ย 2563 เวลา 20.49 น.
[รีวิว] A Moment of Romance ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ - ภาพฝันแสนโรแมนติกของหนุ่มสาวยุค 90s
WHAT THE FACT รีวิว ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ

ความสมเหตุสมผลของบทภาพยนตร์7คุณภาพงานสร้าง7คุณภาพนักแสดง9ความสนุกตามแนวหนัง9ความคุ้มค่าตั๋ว9คะแนนจากผู้อ่าน0 Votes0จุดเด่นงานภาพนับว่าดีที่สุดแล้วเท่าที่เคยดูมาตัวหนังยังน่าประทับใจเสมอเสน่ห์ของหลิวเต๋อและเคมีกับอู๋เซียนเหลียนคือที่สุดของความโรแมนติกแสนอันตรายอันเป็นอมตะจุดสังเกตข้อจำกัดจากทุนสร้างและการเก็บรักษาอาจทำให้ความคมชัดด้อยไปหน่อย0

ย้อนไป 30 ปีก่อนเมืองไทยได้ต้อนรับหนังจากฮ่องกงที่กลายเป็นปรากฎการณ์อย่างไม่น่าเชื่อทั้งยอดขายตั๋ว การนำมาฉายซ้ำและสถิติคนดูซ้ำมากที่สุดในเวลานั้น โดยนนทนันท์เอ็นเตอร์เทนเมนต์ในขณะนั้นได้ควักเงินหลักแสนในการซื้อสิทธิ์หนังมาฉายในเมืองไทยเพื่อหวังให้เป็นโปรแกรมคั่นกลางรอหนังฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์เข้าฉายแต่กลับสร้างปรากฎการณ์หนังฮ่องกงฟีเวอร์ที่กินเวลาอย่างน้อย 2 ทศวรรษต่อมา

โดยหนังจะเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่าง อาหว่อ (หลิวเต๋อหัว) นักเลงหัวไม้ที่ชีวิตไร้อดีตและมองไปแทบไม่เห็นอนาคต วันดีคืนดีขณะที่เขาขับรถให้อาตงนักเลงบ้าดีเดือดไปปล้นร้านเพชรโชคชะตาได้พาเขาให้ต้องจับ โจโจ้ (อู๋เซียนเหลียน) ลูกสาวเศรษฐีเป็นตัวประกัน แม้จะสามารถปกป้องเธอจากการถูกฆ่าปิดปากและเธอก็เลือกไม่ชี้ตัวคนร้ายให้ตำรวจ แต่อาตงและตำรวจก็ยังตามจองล้างจองผลาญอาหว่อกับโจโจ้อยู่ดีและในโมงยามความเป็นความตายความรักของทั้งคู่ได้ก่อตัวขึ้นแม้อนาคตของพวกเขาจะสิ้นหวังแค่ไหนก็ตาม

เครดิตภาพ : IMDB
เครดิตภาพ : IMDB

โดยส่วนตัวแล้วความทรงจำแรกของหนังเรื่องนี้ผมได้ดูมันผ่านการฉายทางโทรทัศน์นะครับซึ่งก็เลือนลางเต็มทีสำหรับเด็กอายุไม่ถึง 10 ขวบในขณะนั้นจะจำอะไรได้นอกจากภาพหลิวเต๋อหัวกับอู๋เชียนเหลียนขี่มอเตอร์ไซค์บนทางด่วน แล้วถัดมาอีกร่วมทศวรรษก็เริ่มหาหนังดูจากกระบะ VCD ซึ่งคุณภาพก็ตามมีตามเกิดมาก ๆ เน้นฟังเสียงพากย์ใหม่โดยทีมพันธมิตรมากกว่าแต่ประสบการณ์ร่วมของเราก็น้อยลงตามกาลเวลาและประสบการณ์การดูหนัง

จนกระทั่งวันอังคารที่ 29 กันยายนที่ทาง SF Cinema ได้เชิญมาดูรอบสื่อของหนังที่ได้ฉายในวาระครบรอบ 30 ปีจึงเห็นว่าเป็นโอกาสอันดีเลยที่เราจะได้รื้อฟื้นความทรงจำอันเลือนรางและรับประสบการณ์ที่น่าจะใกล้เคียงกับผู้ชมเมื่อ 30 ปีก่อนที่สุดแล้ว และเราก็พบว่ามันให้ประสบการณ์เหมือนเป็นครั้งแรกที่ได้ดูหนังเรื่องนี้เลยทีเดียว

ในเหตุและผลประการแรกเลยคือเราได้ดูหนังในอัตราส่วนที่ถูกต้องเสียทีคือ 1.85:1 ซึ่งเดิมทีในรูปแบบโฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์และทางโทรทัศน์มันจะถูกตัดในอัตราส่วน 4:3 หรือประมาณ 1.33:1 ดังนั้นพื้นที่ที่เสียไปเราจะได้ดูแบบเต็มตาและก็พบว่าตัวผู้กำกับเฉินมู่เซิ่งตั้งใจออกแบบโลกอาชญากรรมและความรักผ่านงานภาพอย่างพินิจพิเคราะห์ต้้งแต่ดงหญ้าที่อาหว่อเผารถอันที่เป็นจุดพลิกผันพาให้โจโจ้เริ่มรู้จักโลกอันตรายนอกรั้วบ้าน ไปจนถึงถนนยามค่ำคืนที่ทอดยาวจนไม่เห็นทางเป็นไปได้ของปลายทางความรักของทั้งคู่ที่ช่วยเสริมสร้างอารมณ์ให้คนดูได้คล้อยตามกับเรื่องราวที่ดูแล้วบอกตรง ๆ ว่ามันก็คือหนังน้ำเน่าเรื่องหนึ่งนี่แหละนะให้ “อิน” ตามได้ไม่ยาก

อีกประการสำคัญคือการได้เห็นเคมีการแสดงระหว่างทั้งหลิวเต๋อหัวและอู๋เซียนเหลียนที่บอกตามตรงว่าเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้หนังยังวิ่งวนอยู่ในใจคอหนังยุค 90s แบบไม่ยอม “มูฟออน” เสียทีและคงไม่ผิดถ้าจะบอกว่าการชม “ซ้ำ” ของผมในรอบนี้ก็อาจกล่าวเทียบได้กับคนดูยุคนั้นที่อาจมีวาระในการไปดูดาราที่ชอบหรือประทับใจเรื่องราวแต่สำหรับผมรอบนี้มันคือการไปเสพความเท่ของเฮียหลิวและได้ของแถมคือโดนอู๋เซียนเหลียน “ตก” ให้เราหลงรักเธอในหนังได้อย่างหัวปักหัวปำจริง ๆ

เครดิตภาพ : IMDB
เครดิตภาพ : IMDB

สำหรับการแสดงของหลิวเต๋อหัวนั้นเราตระหนักมาตั้งแต่ดูรอบแรก ๆ แล้วแต่กับอู๋เซียนเหลียนการได้ดูแอ็กติงน้อย ๆ มินิมอล ๆ บนจอใหญ่ทำให้เราได้เห็นพลังที่ไม่เคยสังเกตมาก่อนทั้งความขัดแย้งในใจที่เธอแสดงออกมาตอนมองเสื้อยีนส์ที่เธอเอามาซักหลังจากอาหว่อส่งเธอที่บ้านครั้งแรก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากเป่าเทียนวันเกิดท่ามกลางสายฝนที่โรแมนติกและเศร้าในคราวเดียวกันไปจนถึงฉากจบชวนใจสลายกับภาพอาโจโจ้เจ้าสาวที่เดินเดียวดายบนถนน

สำหรับด้านเทคนิคแล้วการนำมาฉายครั้งนี้แม้จะคาดหวังกับการรีมาสเตอร์แค่ไหน แต่ในความเป็นจริงเมื่อมองไปที่ฟิล์มต้นฉบับก็ต้องทำใจยอมรับกับข้อจำกัดเรื่องงบประมาณแต่อย่าเข้าใจว่าหนังทำแบบสุกเอาเผากินนะครับตรงกันข้ามเลยคือมันพยายามถ่ายทอดแต่ละช็อตอย่างตั้งใจที่สุดแล้วแต่ด้วยความเป็นฟิล์ม 35 มม.ที่ถ้าจัดแสงไม่ถึงก็ขึ้นเกรนได้เหมือนกันประกอบกับการเก็บรักษาฟิล์มที่อาจไม่ได้เพียบพร้อมเท่าของฝรั่งเราเลยยังเห็นรอยขีดข่วนบนฟิล์มอยู่แต่ก็น้อยมากนะครับ

ส่วนงานภาพต้องบอกว่าปัจจัยหนึ่งที่มีผลสืบเนื่องมาจากงบประมาณอันน้อยนิดคือเวลาในการถ่ายทำที่น้อย ความประณีตบางฉากก็ลดลงไปเราเลยเจอทั้งภาพซอฟต์โฟกัสดูเบลอ ๆ ไปบ้างหรือเกรนฟิล์มในฉากภายในที่จัดแสงไม่พอบ้าง ซึ่งตรงนี้ถือเป็นเสน่ห์ของหนังฮ่องกงยุค 90 อยู่เหมือนกันนะครับเพราะมันคือสุนทรียะของงานภาพที่มีความดิบอยู่ในหนังนิด ๆ ที่รับอิทธิพลมาจากกลุ่ม French New Wave ของฝรั่งเศสมาอีกทีซึ่งก็ให้ความเรียลในงานภาพได้ดีครับ

แต่แม้จะมีปัญหาในการทรานสเฟอร์ที่อาจไม่ได้ใสระดับ 4K เหมิอนหนังฮอลลีวูดที่รีมาสเตอร์ใหม่และลบรอยฟิล์มหมดจด เราก็ปฏิเสธไม่ลงอยู่ดีว่า ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ คือประสบการณ์ดูหนังที่ควรดูในโรงภาพยนตร์ซักครั้งในชีวิตจริง ๆ

สำหรับ ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ ในวาระครบรอบ 30 ปีจะกลับมาสร้างความประทับใจครั้งใหม่โดยมีกำหนดฉายในวันที่ 8 ตุลาคมนี้ในโรงภาพยนตร์เครือ SF เท่านั้น

ภาพโปสเตอร์ฉบับวาดมือจากการออกฉายในปี 2533 (เครดิตภาพ : IMDB)

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

[รีวิว] A Moment of Romance ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ - ภาพฝันแสนโรแมนติกของหนุ่มสาวยุค 90s
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...