โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

กรดโฟลิก กับ โฟเลต ต่างกันไหม? ทำไมคนท้องต้องกิน

GedGoodLife

อัพเดต 18 ส.ค. 2566 เวลา 13.32 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย 2563 เวลา 04.53 น. • GED good life ชีวิตดีดี

กรดโฟลิกสำหรับคนท้อง เป็นสารอาหาร วิตามินที่คุณแม่ที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์ ต้องทำความรู้จักไว้ให้ดี เพราะนี่คือวิตามินสำคัญที่ต้องเสริมอย่าให้ขาดตลอดช่วงระยะเวลาตั้งครรภ์ แต่คุณแม่อาจจะสับสนว่า กรดโฟลิก กับ โฟเลต คือ วิตามินชนิดเดียวกันไหม? ทำไมคนท้องต้องกิน มาดูคำตอบไปพร้อม ๆ กันเลย

กรดโฟลิก (folic acid) กับ โฟเลต (folate) ต่างกันไหม?

กรดโฟลิก (folic acid) และโฟเลต (Folate) เป็นวิตามินตัวเดียวกัน นั่นคือ วิตามินบี 9 ที่สามารถละลายน้ำได้ แต่ที่เแตกต่างกัน คือ “กรดโฟลิก” เป็นชื่อเรียกของวิตามินบี 9 ที่ได้มาจากการสังเคราะห์ขึ้น ส่วน “โฟเลต” เป็นชื่อเรียกของวิตามินบี 9 ที่ได้รับจากอาหารตามธรรมชาติ

กรดโฟลิก (Folic Acid) คือรูปแบบของวิตามินที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นมา

โฟเลต (Folate) เป็นชื่อสามัญสำหรับกลุ่มของสารเคมีที่มีโครงสร้างพื้นฐานมาจากกรดโฟลิก แต่โฟเลตเกิดขึ้นตามธรรมชาติ มีอยู่ในอาหารต่าง ๆ ได้แก่ เนื้อสัตว์ ผักใบเขียว ยอดผัก ผลไม้ ถั่วและธัญพืช

ทำไมคนท้องต้องกินโฟเลต

ปกติร่างกายมีความต้องการโฟเลตวันละ 200-400 ไมโครกรัม สำหรับคนท้อง หญิงตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร จะต้องการโฟเลตเพิ่มขึ้นสองเท่า

หากแม่ตั้งครรภ์ ได้รับโฟเลตต่ำกว่ามาตรฐาน สารดีเอ็นเอก็จะไม่เพียงพอต่อการสร้างเซลล์เนื้อเยื่ออวัยวะต่าง ๆ ของทารกได้ครบถ้วนสมบูรณ์ เด็กที่เกิดมาก็จะเสี่ยงต่อความพิการ

การขาด กรดโฟลิกสำหรับคนท้อง โดยเฉพาะในไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์จะเพิ่มความเสี่ยงในการเจริญเติบโตผิดปกติโดยเฉพาะของระบบประสาทของทารก และความผิดปกติอื่น ๆ ดังนี้

  • โรคหลอดประสาทไม่ปิด
  • ปากแหว่งเพดานโหว่
  • ภาวะหัวใจพิการแต่กำเนิด
  • แขนขาพิการ
  • กลุ่มอาการดาวน์

5 โรคพิการแต่กำเนิด ถ้าแม่ขาดกรดโฟลิก

1. โรคหลอดประสาทไม่ปิด คือภาวะสมองสร้างไม่สมบูรณ์ ร้อยละ 90 ของทารกมีชีวิตเกิน 1 ปี เพราะได้รับการผ่าตัดแก้ไข และร้อยละ 75 มีชีวิตจนเป็นผู้ใหญ่แต่จะพิการขาทั้งสองข้าง ระบบทางเดินปัสสาวะ และอุจจาระทำงานบกพร่อง และยังมีความพิการทางสมองอีกด้วย

2. โรคปากแหว่งเพดานโหว่ เป็นความพิการของส่วนศีรษะ และใบหน้า ทารกจะมีปัญหาการดูดกลืนอาหาร เจริญเติบโตช้า ระบบทางเดินหายใจ และปัญหาด้านการสื่อสาร หน้าตา และการพูดไม่ปกติ

3. หัวใจพิการแต่กำเนิด เป็นภาวะที่มีความผิดปกติของหัวใจ และหลอดเลือดที่เกิดขึ้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์ โดยเฉพาะใน 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ความผิดปกติที่เกิดขึ้นนี้ทำให้มีเลือดดำปนอยู่ในเลือดแดงที่ไปเลี้ยงร่างกาย

4. แขนขาพิการ เกิดจากความผิดปกติระหว่างตั้งครรภ์ใน 3 เดือนแรก แม่ไม่ได้วิตามินโฟลิก หรือกินอาหารที่มีโฟเลต จึงเกิดความผิดพลาดขึ้นตอนที่มีการปฏิสนธิ แขนขาทารกอาจได้รับการพัฒนาปกติ แต่มือ และเท้าขาดหายไป หรือกระดูกเชิงกรานขาดไป เป็นต้น

5. กลุ่มอาการดาวน์ ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม เด็กจะมีลักษณะของตาที่เฉียงขึ้นบน ดั้งจมูกแบน ตาห่าง มือเท้าสั้น กล้ามเนื้อที่อ่อนแรง และมักจะมีโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดร่วมด้วย และมีพัฒนาการทางสมองล่าช้า

กรดโฟลิกสำหรับคนท้อง

กรดโฟลิกสำหรับคนท้อง ควรเสริมตอนไหน ?

ต้องเตรียมพร้อมตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ควรรับประทานโฟเลต หรือ กรดโฟลิก อย่างน้อย 6 สัปดาห์ก่อนตั้งครรภ์ และสามารถรับประทานได้ต่อเนื่องขณะตั้งครรภ์ เพราะร่างกายคนท้องต้องการกรดโฟลิกมากขึ้น ช่วงหลังคลอด เมื่อให้นมบุตรก็ยังควรเสริมกรดโฟลิกต่อด้วยเช่นกัน

กรดโฟลิกสำหรับคนท้อง หรือ โฟเลต หาได้จากไหน ?

สิ่งสำคัญคือควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรก่อนรับประทานยาทุกชนิด

อาหารที่มีโฟเลตสูง เช่น ไข่แดง ตับ ผักใบเขียวเข้ม คะน้า แครอท แคนตาลูป ฟักทอง ถั่ว ผักบุ้ง ตำลึง ฯลฯ แต่ถึงแม้จะรับประทานอาหารที่มีโฟเลตสูง แต่อาหารที่ผ่านความร้อนมักจะสูญเสียโฟเลต ทำให้เมื่อตั้งครรภ์ได้รับโฟเลตไม่เพียงพอ

วิตามินโฟลิก เป็นวิตามินแบบเม็ดที่มีกรดโฟลิกอย่างเดียว ควรรับประทานก่อนตั้งครรภ์ และกินหลังจากตั้งครรภ์ต่อเนื่อง

วิตามินรวมสำหรับคนท้อง หรือ วิตามินเสริมซึ่งมักจะมีวิตามินหลายชนิดสำหรับคนท้อง เช่น กรดโฟลิกไอโอดีน ธาตุเหล็ก และวิตามินจำเป็นอื่น ๆ ควรรับประทานเมื่อเตรียมตั้งครรภ์ ไปจนถึงหลังคลอด และให้นมบุตร

คนทั่วไปต้องการกรดโฟลิกประมาณ 400 ไมโครกรัมต่อวัน แต่สำหรับคนท้อง ร่างกายจะมีความต้องการกรดโฟลิกอยู่ที่ประมาณ 800 ไมโครกรัมต่อวัน แต่ไม่ควรรับประทานกรดโฟลิกเกิน 1,000 ไมโครกรัมต่อวัน

ดังนั้นหากวางแผนตั้งครรภ์ ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และ ต้องไม่ลืมเสริมวิตามินที่สำคัญสำหรับคนท้องด้วย เพื่อลูกน้อยเติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรง

ที่มา : (1) (2) (3) (4) (5) (6)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...