โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ความเป๊ะของกิจวัตรพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ในวังแวร์ซายส์ "มารยาท" หลังฉาก "สังคมราชสำนัก"

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 28 ต.ค. 2567 เวลา 05.23 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2567 เวลา 17.05 น.
พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 (Anselm van Hulle, via Wikimedia Commons)

ความเป๊ะของกิจวัตรประจำวันของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ในวังแวร์ซายส์ “มารยาท” หลังฉาก “สังคมราชสำนัก”

นโยบายของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่ต้องการให้แวร์ซายส์เป็นเมืองใหม่แห่งการบริหารประเทศที่แสดงออกถึงความสุดยอดของฝรั่งเศส นำมาสู่การสร้างพระราชวังแวร์ซายส์ที่สวยงามอลังการ ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยระเบียบกฎเกณฑ์ ซึ่งนักวิชาการสายสังคมนิยมชื่อดังใช้คำนิยามว่า “สังคมราชสำนัก” ที่ล้วนแล้ววนเวียนอยู่รอบ “พระสุริยราช” ซึ่งมีกิจวัตรประจำวันเป็นตาราง และสะท้อนถึงความเป็นอยู่ที่สูงส่งของชนชั้นสูง

พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ( ค.ศ. 1638-1715; r 1643-1715) มีพระราชประสงค์จะปกครองประเทศด้วยพระองค์เองเมื่อมีพระชนมายุได้ 22 พรรษา พระองค์มีพระประสงค์ให้ผู้ชี้ขาดในกิจการต่างๆ คือพระองค์แต่เพียงผู้เดียวภายหลังจากที่อัครมหาเสนาบดีคนสำคัญแห่งฝรั่งเศสถึงแก่กรรมลง หนึ่งในพระราชดำรัสที่สำคัญในรัชสมัยของพระองค์คือ ทรงเลือกแวร์ซายส์เป็นที่สร้างพระราชวังใหม่ และมุ่งหวังให้เป็นเมืองแห่งใหม่สำหรับการบริหารราชการ

การสร้างพระราชวังแห่งใหม่นี้พระองค์โปรดให้ระดมศิลปินและบุคลากรแถวหน้าของฝรั่งเศสมาผนึกกำลังสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมชั้นยอดที่จะเปรียบเสมือนสิ่งที่สะท้อนถึงความสุดยอดของฝรั่งเศส องค์ประกอบของพระราชวังแวร์ซายส์จะต้องแสดงออกถึงสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุด

คนทั่วโลกต่างรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของพระราชวังแวร์ซายในฝรั่งเศสกันเป็นอย่างดี แต่เบื้องหลังของความอลังการอย่างสูงส่งนี้ใช้งบประมาณมหาศาล บุคลากรในพระราชวังจำนวนมหาศาล มหาดเล็กและทหารรักษาพระองค์รวมกันแล้วมีตัวเลขไม่ต่ำกว่าหมื่นคน เงินเดือนที่ใช้ไปกับบุคลากรในพระราชวังไม่ว่าจะเป็นในห้องเครื่อง หรือด้านการสันทนาการอื่นๆ ใช้งบไป 1 ใน 10 จากรายได้ของแผ่นดิน

ทุกสิ่งในพระราชวังในรายล้อมกับ “พระสุริยราช” หรือ “กษัตริย์ดวงอาทิตย์” อันเป็นสมญานามที่มาจากตราประจำรัชกาลอันเป็นรูปดวงอาทิตย์ นอร์เบิร์ต เอลเลียส นักสังคมนิยมผู้เขียนหนังสือ“สังคมราชสำนัก” (The Court Society) นำเสนอแนวคิดสังคมราชสำนัก ตัวอย่างหนึ่งของ “สังคมราชสำนัก” ก็คือชีวิตชนชั้นนำในพระราชวังแวร์ซายส์สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14

ขณะที่วิทยานิพนธ์ที่ศึกษาเรื่อง “การสร้างระบอบประชาธิปไตยของอังกฤษ เยอรมนี และฝรั่งเศส” โดย สมเกียรติ วันทะนะ บอกเล่า สภาพชนชั้นสูงในสมัยนั้นว่า ต่างตะเกียกตะกายไปสู่สถานภาพ และเกียรติภูมิที่เหนือกว่าเดิมอยู่ตลอดเวลา ใครที่ไม่สามารถยกระดับได้ก็มีแนวโน้มถูกกำจัดหรือล้าหลังกว่าคนอื่น อย่างไรก็ตาม การตะเกียกตะกายนั้นก็ต้องทำโดย “ไม่เกินฐานะ” หรือล้ำเส้น มิฉะนั้นจะเป็นภัยใหญ่หลวงอย่างเช่นกรณีนิโคลัส ฟูเกต์ (Nicolas Fouquet) เสนาบดีการคลังที่สร้างปราสาทแสนอลังการที่โวเลอวิกอม (Vaux-le-Vicomte) ล้ำหน้ากษัตริย์จนนำไปสู่จุดจบของตัวเอง (อ่านเพิ่มเติม “กอลแบรต์” ผู้หาเงินเลี้ยงแวร์ซายส์ให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เริ่มงานตี 5 ครึ่ง-ดู 9 กระทรวง)

สมเกียรติ อธิบายว่า ที่อยู่อาศัยอย่างเช่นปราสาทซึ่งฟูเกต์ สร้างนั้น ไม่ใช่สิ่งเดียวที่จะกำหนดสถานภาพและเกียรติภูมิของคนในสังคมราชสำนัก แต่ยังมีเรื่องของ “มารยาท” (Eliquette) และ พิธีการ (Ceremony) เป็นปัจจัยสำคัญที่กำกับความเคลื่อนไหวของบุคคลในสมัยนั้น

พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ในพระราชวังแวร์ซายส์

ตารางกิจวัตรประจำวันของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือเช้า กลางวัน และเย็น

ช่วงเช้า พระองค์ทรงตื่นบรรทมตอน 8.00 น. โดยมหาดเล็ก (Valet) จะปลุกด้วยประโยคว่า “ฝ่าบาท, ได้เวลาตื่นบรรทมแล้ว” หลังจากแพทย์หลวงเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แล้ว พิธีการแรกเริ่มสำหรับการตื่นบรรทมจะเริ่มต้นขึ้น ขณะเดียวกันมหาดเล็กคนหนึ่งจะไปกราบเรียนกรมวังซึ่งเป็นผู้มีอำนาจดูแลห้องบรรทม อีกคนจะกราบเรียนวิเสทเครื่องต้น (อาหารเช้า) ส่วนอีกคนเฝ้าหน้าห้องบรรทม ดูแลให้เฉพาะผู้มีหน้าที่เข้าไปห้องบรรทมได้เท่านั้น โดยคณะผู้ติดตามอันเป็นผู้มีหน้าที่สำคัญหรือชนชั้นสูงที่มีสิทธิพิเศษร่วมพิธีการสามารถเข้าห้องบรรทมได้

สมเกียรติ เล่าว่า กลุ่มบุคคลที่เข้าร่วม (มีข้อมูลว่าเป็นผู้ชายทั้งหมด) มีประมาณ 100 ราย แบ่งกันเข้าเฝ้าเป็น 6 กลุ่ม เรียงลำดับก่อนหลังตามความโปรดปราน กลุ่มที่โปรดปรานที่สุดจะได้รับโอกาสเข้าถวายความช่วยเหลือพยุงพระองค์จากพระที่นั่ง ทรงเสื้อคลุม ตรงกันข้ามกับกลุ่มที่โปรดปรานน้อยที่สุดจะได้แค่ดูพระองค์ทรงเช็ดพระพักตร์ด้วยผ้าชุบน้ำมัน จากนั้นก็เสวยพระกระยาหารเช้าเป็นซุป

ประมาณ 10.00 พระองค์เสด็จไปมิสซา โดยมีสุภาพสตรีชาววังคุกเข่าตั้งขบวนอย่างพร้อมเพรียงเพื่อรอเฝ้าพระองค์ พิธีการนี้ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จากนั้นประมาณ 11.00 พระองค์จะประชุมร่วมกับสมาชิกสภาในห้องประชุม

ในวันจันทร์ (ทุก 2 สัปดาห์), พุธ, พฤหัสบดี และอาทิตย์ พระองค์จะประชุมร่วมกับสภาสูง ส่วนวันอังคาร และวันเสาร์เป็นการประชุมร่วมสภาการคลัง และวันศุกร์เป็นการประชุมกับฝ่ายกิจการศาสนา อีกฝ่ายคือกิจการภายในที่ดูแลเรื่องบริหารจัดการในประเทศจะเข้าเฝ้าแบบรายปักษ์ในวันจันทร์ เมื่อไม่มีการประชุมกับสภาสูง

ช่วงกลางวัน เวลาประมาณ 1.00 พระองค์เสวยพระกระยาหารกลางวันเพียงลำพังในห้องบรรทม นั่งโต๊ะโดยหันเข้าหาหน้าต่าง อย่างไรก็ตาม พระกระยาหารในมื้อกลางวันจะมีผู้เชิญมาเป็นขบวนโดยเจ้าหน้าที่เชิญเครื่องถือเข้ามา เดินนำโดยผู้นำขบวน 1 คน และบริกร 1 คน ตามมาด้วยองครักษ์ในเครื่องแบบ 3 คน

หลังพระกระยาหารกลางวัน พระองค์จะมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับแผนการในเช้าวันรุ่งขึ้น อาทิ เดินเล่นในสวนกับสุภาพสตรี หรือออกล่าสัตว์ซึ่งเป็นกีฬาโปรดที่มีมาดั้งเดิมในราชวงศ์บูร์บง

ช่วงเย็น แม้จะเป็นเวลาแห่งความบันเทิงในราชสำนัก บางครั้งพระองค์จะเซ็นเอกสารที่เตรียมไว้โดยราชเลขาฯ ขณะที่พระกระยาหารค่ำ พระองค์ทรงเสวยร่วมกับพระราชินี และพระประยูรญาติ มีพิธีการคล้ายกับพระกระยาหารกลางวัน เมื่อพระกระยาหารค่ำสิ้นสุดลง พระองค์จะเสด็จไปทักทายกับสุภาพสตรีในราชสำนัก หลังจากนั้นแล้วถือเป็นเวลาว่างที่พระองค์จะอยู่ร่วมกับพระประยูรญาติและพระสหายใกล้ชิด

เมื่อเสด็จเข้าบรรทมย่อมมีพิธีการเช่นเดียวกับพิธีการตื่นบรรทม แต่เป็นลักษณะย้อนกลับกัน

ในสังคมราชสำนักมีกฎระเบียบหลายประการที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงบัญญัติขึ้น ข้อสำคัญประการหนึ่งคือเรื่องมารยาทในการแสดงความรู้สึก เจ.เอ็ม. ทอมป์สัน ผู้เขียนหนังสือประวัติศาสตร์ยุโรประบุว่า พระองค์บัญญัติกฎว่า“การแสดงความรู้สึกออกมาไม่ว่าเรื่องใดเป็นการเสียมารยาท”

ในหนังสือ “สังคมราชสำนัก” อ้างอิงพระราชบันทึกส่วนพระองค์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ว่าด้วยเรื่องมารยาทว่า พระองค์ทรงเข้าใจดีว่า คนทั่วไปมองว่าพิธีการต่างๆ เป็นเรื่องผิวเผิน ซึ่งในความเห็นของพระองค์นั้นเป็นความคิดที่ผิด หากแต่เป็นเรื่องที่มีนัยยะเบื้องหลัง แต่คนทั่วไปไม่ได้สัมผัสอย่างแท้จริงจึงตัดสินเรื่องต่างๆ จากภายนอก ด้วยเหตุนี้คนทั่วไปจึงเคารพยำเกรงกับยศฐาบันดาศักดิ์ภายนอก

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ทอมป์สัน, เจเอ็ม. ประวัติศาสตร์ยุโรป ค.ศ. 1494-1789. แปลโดย นันทา โชติกะพุกกะณะ และนิออน สนิทวงศ์ ณ อยุธยา. กรุงเทพฯ : โครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย, 2512

สมเกียรติ วันทะนะ. การสร้างระบอบประชาธิปไตยของอังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี. กรุงเทพฯ : สมาคมรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2560

“A day in the life of louis xiv : The daily life of the king”. Chateau De Versailles.

เผยแพร่ครั้ในระบบออนไลน์แรกเมื่อ : 28 ธันวาคม 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ความเป๊ะของกิจวัตรพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ในวังแวร์ซายส์ “มารยาท” หลังฉาก “สังคมราชสำนัก”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...