โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

นวัตกรรมทางการเงินเพื่อสร้างความมั่นคงในวัยเกษียณสำหรับคนไทยทุกคน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 เม.ย. 2568 เวลา 12.40 น. • เผยแพร่ 13 เม.ย. 2568 เวลา 05.00 น.

ไทยกำลังเผชิญความท้าทายด้านการเกษียณ โดยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยสมบูรณ์ในปี 2568 ขณะที่ระบบบำนาญปัจจุบันครอบคลุมเพียง 40% ของกำลังแรงงาน จึงแนะนำนวัตกรรมทางการเงินเพื่อสร้างความมั่นคงใน "วัยเกษียณ" Retirement Security Bonds (RSB) พันธบัตรที่ออกแบบเฉพาะเพื่อสร้างรายได้ในวัยเกษียณ เน้นความมั่นคงของรายได้มากกว่ามูลค่าทรัพย์สิน จ่ายผลตอบแทนเท่ากันทุกปี นาน 20-25 ปี เหมาะกับผู้ลงทุนทุกระดับโดยเฉพาะแรงงาน

ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายทางประชากรศาสตร์ครั้งใหญ่ ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระบุว่า ในปี 2568 ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) โดยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด และจะเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 30% ในปี 2583 การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ส่งผลกระทบต่อระบบการเงินเพื่อวัยเกษียณของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

ในขณะเดียวกัน ระบบบำนาญของประเทศไทยยังมีข้อจำกัดที่สำคัญ กองทุนประกันสังคมซึ่งเป็นเสาหลักของระบบบำนาญภาครัฐ มีความเสี่ยงที่จะประสบปัญหาความยั่งยืนทางการเงินในระยะยาว โดยคาดการณ์ว่า กองทุนจะเริ่มประสบปัญหาเงินไม่เพียงพอจ่ายสิทธิประโยชน์ภายในปี 2577 หากไม่มีการปฏิรูปที่มีประสิทธิภาพ

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ซึ่งดูแลบำนาญข้าราชการ และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพซึ่ง เป็นระบบบำนาญภาคเอกชน ครอบคลุมประชากรเพียงส่วนน้อย ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาการออมส่วน บุคคลเพื่อวัยเกษียณเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม การศึกษาของศูนย์วิจัยด้านเศรษฐกิจและธุรกิจ (CEBR) พบว่าคนไทย กว่า 60% ไม่มีการวางแผนทางการเงินเพื่อวัยเกษียณอย่างเป็นระบบ

เมื่อพิจารณาภาพรวมของระบบการเงินเพื่อวัยเกษียณในปัจจุบัน พบว่ามีความท้าทายหลักใน 3 ด้าน

  • ความครอบคลุมที่ไม่เพียงพอ : ระบบบำนาญภาครัฐและเอกชนครอบคลุมแรงงานเพียงประมาณ 40% ของกำลังแรงงานทั้งหมด
  • อัตราทดแทนรายได้ต่ำ : บำนาญที่ได้รับจากระบบปัจจุบันทดแทนรายได้เพียง 30-40% ของรายได้ก่อนเกษียณโดยเฉลี่ย ซึ่งต่ำกว่าระดับที่แนะนำ โดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศที่ 50-70%
  • ความรู้ทางการเงินและการลงทุนที่จำกัด : ประชาชนทั่วไปมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนที่จำกัด ทำให้การตัดสินใจลงทุนเพื่อวัยเกษียณไม่มีประสิทธิภาพ

จากความท้าทายดังกล่าว จึงมีแนวคิดในการนำเสนอนวัตกรรมทางการเงินที่จะช่วยแก้ไขปัญหา โดยการนำเสนอ "Retirement Security Bonds" หรือ RSB ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อตอบ โจทย์การสร้างรายได้ในวัยเกษียณอย่างยั่งยืน ซึ่งมีหลายประเทศเริ่มน ามาใช้ เช่น บราซิล เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และ อินเดีย เป็นต้น

Retirement Security Bonds (RSB) คืออะไร

Retirement Security Bonds (RSB) คือพันธบัตรที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อตอบโจทย์การสร้าง รายได้ในวัยเกษียณ ซึ่งแตกต่างจากพันธบัตรทั่วไปในแง่ของโครงสร้างกระแสเงินสดที่ได้รับ แนวคิดหลักของ RSB คือการเน้นความมั่นคงของรายได้ (Income Security) มากกว่าการเน้นมูลค่าทรัพย์สิน (Asset Value)

ศาสตราจารย์ Robert C. Merton ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์และผู้คิดค้นแนวคิด RSB กล่าวไว้ว่า "เป้าหมายของการวางแผนเกษียณไม่ใช่การมีเงินก้อนใหญ่ที่สุดเมื่อเกษียณ แต่เป็นการมีรายได้ที่ เพียงพอและสม่ าเสมอตลอดช่วงเวลาหลังเกษียณ"

แนวคิดนี้สะท้อนให้เห็นว่า RSB เน้นการแก้ไขปัญหาพื้นฐานของการวางแผนเกษียณ คือ การสร้าง รายได้ที่มั่นคงและคาดการณ์ได้ แทนที่จะเน้นการเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินซึ่งอาจไม่สัมพันธ์กับความต้องการรายได้ ในวัยเกษียณ

RSB มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากพันธบัตรทั่วไปหรือการลงทุนอื่นๆ ดังนี้ :

  • การเริ่มจ่ายแบบล่าช้า (Forward-Starting) : RSB จะไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนใดๆ จนกว่า จะถึงวันเกษียณหรือวันที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ซึ่งเป็นวันที่ผู้ลงทุนคาดว่าจะเกษียณ
  • การจ่ายแบบสม่ำเสมอ (Level Payments) : หลังจากถึงวันเริ่มจ่าย RSB จะจ่ายผลตอบแทนในจำนวนที่ เท่ากันทุกปีเป็นระยะเวลา 20-25 ปี โดยไม่มีการคืนเงินต้นแบบก้อนใหญ่ในวันครบกำหนด
  • การปรับตามดัชนี (Indexation) : ผลตอบแทนของ RSB จะปรับตามดัชนีที่สะท้อนค่าครองชีพ เช่น ดัชนี ราคาผู้บริโภค (CPI) และการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อหัว (GDP per capita) เพื่อรักษาอำนาจซื้อที่แท้จริง
  • มูลค่าเริ่มต้นต่ำ (Small Denominations) : RSB จะมีมูลค่าเริ่มต้นที่ต่ำ (เช่น 1,000 บาท) เพื่อให้ผู้ลงทุน ทุกระดับสามารถเข้าถึงได้
  • ความเรียบง่ายในการคำนวณ (Simplicity) : การคำนวณจำนวน RSB ที่ต้องการซื้อเพื่อให้ได้รายได้ ตามเป้าหมายทำได้โดยง่าย โดยการหารรายได้ที่ต้องการด้วยผลตอบแทนต่อหน่วยของ RSB

ประโยชน์ของ RSB ต่อระบบการเงินเพื่อวัยเกษียณในประเทศไทย

การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบ : RSB มีศักยภาพในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบการเงินเพื่อ วัยเกษียณ ในประเทศไทย ดังนี้

  • เพิ่มความครอบคลุมและการเข้าถึง: ด้วยมูลค่าเริ่มต้นที่ต่ำและความเรียบง่ายในการเข้าใจ RSB สามารถ เข้าถึงกลุ่มคนที่ปัจจุบันไม่ได้อยู่ในระบบบำนาญใดๆ โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบและผู้ประกอบอาชีพ อิสระซึ่งมีประมาณ 21 ล้านคนในประเทศไทย หรือคิดเป็นประมาณ 50% ของกำลังแรงงานทั้งหมด การเพิ่มความครอบคลุมนี้จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการวางแผนเกษียณที่มีคุณภาพ

  • ลดความซับซ้อนในการวางแผนเกษียณ: การศึกษาของธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า หนึ่งในอุปสรรคสำคัญของการวางแผนเกษียณคือความซับซ้อนของเครื่องมือทางการเงินที่มีอยู่ RSB สามารถช่วยลดความซับซ้อนนี้ โดยการออกแบบที่ตรงไปตรงมาและเข้าใจง่าย การคำนวณที่ไม่ซับซ้อนทำให้ผู้ลงทุน สามารถเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างการลงทุนและรายได้ที่จะได้รับในอนาคตได้อย่างชัดเจน

  • ปรับปรุงการจัดการความเสี่ยง: RSB ช่วยจัดการความเสี่ยงสำคัญในการวางแผนเกษียณได้แก่

  • ความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ: ด้วยการปรับตามดัชนีราคาผู้บริโภคและการเติบโตของ GDP ต่อหัวทำให้รายได้ที่ได้รับสามารถรักษาอำนาจซื้อที่แท้จริงได้

  • ความเสี่ยงจากการลงทุนต่อ: ไม่มีความเสี่ยงจากการลงทุนซ้ำ (Reinvestment Risk) ซึ่งเกิดจาก การที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดเปลี่ยนแปลงไป

  • ความเสี่ยงจากการมีอายุยืน: แม้ RSB จะไม่ได้ครอบคลุมความเสี่ยงด้านอายุยืนโดยตรง แต่สามารถออกแบบให้มีระยะเวลาการจ่ายที่ยาวนานพอ (เช่น 25 ปี) เพื่อครอบคลุมอายุขัยเฉลี่ย และสามารถบูรณาการกับผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบบำนาญได้

ประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย: RSB สร้างประโยชน์ให้กับทุกฝ่ายในระบบการเงินเพื่อวัยเกษียณ

นอกจากประโยชน์โดยตรงต่อระบบการเงินเพื่อวัยเกษียณ RSB ยัง สามารถสนับสนุนเป้าหมายเชิงนโยบายอื่นๆ ของประเทศไทย ได้แก่

  • การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน: เงินที่ระดมได้จาก RSB สามารถนำไปลงทุนในโครงการโครงสร้าง พื้นฐานระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบการจ่ายของ RSB ที่มีลักษณะเป็นการจ่ายในระยะยาว เช่นกัน ความสอดคล้องนี้ช่วยลดความเสี่ยงด้านการจับคู่กระแสเงินสด (Cash Flow Matching) ของรัฐบาล
  • การพัฒนาตลาดทุน: RSB จะช่วยเพิ่มความลึกและสภาพคล่องของตลาดพันธบัตรในประเทศไทย โดยเฉพาะในส่วนของพันธบัตรระยะยาว ซึ่งปัจจุบันยังมีจำกัด การมีตราสารหนี้ระยะยาวที่มี คุณภาพจะช่วยพัฒนาเส้นอัตราผลตอบแทน (Yield Curve) ที่สมบูรณ์มากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อ การพัฒนาตลาดทุนโดยรวม
  • การส่งเสริมความรู้ทางการเงิน: การออกแบบของ RSB ที่เรียบง่ายและตรงไปตรงมาจะช่วยส่งเสริม ความรู้ทางการเงินของประชาชน โดยเฉพาะในด้านการวางแผนเกษียณ เมื่อประชาชนเข้าใจ ความสัมพันธ์ระหว่างการลงทุนและรายได้ในอนาคตได้ชัดเจนขึ้น จะช่วยพัฒนาทักษะทางการเงิน โดยรวม

ปัจจัยความสำเร็จหลัก (Key Success Factors) ของการนำ RSB มาใช้ใน ประเทศไทย

  • การสนับสนุนและความน่าเชื่อถือจากภาครัฐ : รัฐบาลต้องมีเสถียรภาพทางการเงินที่มั่นคงและแสดง ความมุ่งมั่นในการรับประกันการจ่ายเงินระยะยาว
  • การให้ความรู้และการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ : การให้ความรู้ประชาชนอย่างทั่วถึงเกี่ยวกับประโยชน์ของ RSB และออกแบบให้คนทุกระดับรายได้สามารถลงทุนได้
  • การบูรณาการกับระบบบำนาญที่มีอยู่และสิทธิประโยชน์ทางภาษี : สามารถเชื่อมโยงกับระบบ ประกันสังคมและกองทุนบำเหน็จบ านาญต่างๆ พร้อมมาตรการจูงใจทางภาษีที่เหมาะสม
  • การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและความยืดหยุ่นของผลิตภัณฑ์ : มีกลไกปรับอัตรา ผลตอบแทนตามเงินเฟ้อที่เหมาะสม และมีความหลากหลายในรูปแบบการลงทุนที่ตอบโจทย์ความ ต้องการที่แตกต่าง
  • แพลตฟอร์มดิจิทัลและความโปร่งใส : พัฒนาระบบดิจิทัลที่เข้าถึงง่ายสำหรับการซื้อขายและติดตาม ผลตอบแทน พร้อมสร้างความโปร่งใสในการกำหนดอัตราผลตอบแทนและการบริหารกองทุน

กรณีศึกษาของ RSB ในต่างประเทศ ภาครัฐในบางประเทศได้เริ่มนำ RSB มาใช้ในวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป ดังจะเห็นได้ว่าใน ประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งมีระบบการออมเพื่อการเกษียณที่มั่นคงอยู่แล้ว RSB จะถูกนำมาใช้เพื่อเป็นส่วนเสริมจาก ระบบการออมปกติ

ในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาที่มีระบบการออมเพื่อการเกษียณที่ยังไม่ครอบคลุมและเพียงพอ RSB จะถูกนำมาใช้เพื่อเติมเต็มความพร้อมในการเกษียณของประชาชน การนำ RSB มาใช้ในประเทศไทยสามารถ เรียนรู้จากประสบการณ์ของประเทศอื่นๆ ได้

ในบริบทของสังคมผู้สูงอายุและความท้าทายด้านการเกษียณในประเทศไทย RSB ไม่เพียงแต่เป็น นวัตกรรมทางการเงิน แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเสมอภาคและความมั่นคงทางการเงินให้กับ ประชาชนทุกคน

การนำ RSB มาใช้ในประเทศไทยจะเป็นก้าวสำคัญในการปฏิรูประบบการเงินเพื่อวัยเกษียณ และ สามารถเป็นแบบอย่างให้กับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ด้วยการวางแผนที่รอบคอบและการดำเนินการที่มี ประสิทธิภาพ RSB จะช่วยสร้างอนาคตที่มั่นคงทางการเงินให้กับผู้สูงอายุไทย และช่วยให้ประเทศไทยสามารถ รับมือกับความท้าทายของสังคมผู้สูงอายุได้อย่างยั่งยืน

ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...