BOJ เผย “คนญี่ปุ่น” ถือเงินสดลดลง หันกระจายสู่ดการลงทุน-ฝากธนาคาร
BOJ เผย "คนญี่ปุ่น" ถือเงินสดลดลงในอัตราที่เร็วสุดเป็นประวัติการณ์ หันกระจายสู่ดการลงทุน-ฝากธนาคาร รับแรงกดดันจากเงินเฟ้อและค่าครองชีพ
วันที่ 21 มีนาคม 2568 เวลา 10.03 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยข้อมูลล่าสุดว่าครัวเรือนญี่ปุ่นลดการถือครองเงินสดลงในอัตราที่เร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2566 โดยมีปัจจัยหลักจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น และแนวโน้มการใช้จ่ายแบบไร้เงินสดที่เพิ่มขึ้น
รายงาน Flow of Funds ประจำไตรมาสของ BOJ ระบุว่า ยอดเงินสดที่ประชาชนถือครองอยู่ ลดลงเหลือ 105.3 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 707,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2566 ซึ่งลดลง 3.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และถือเป็นการลดลงที่มากที่สุดนับตั้งแต่ BOJ เริ่มเก็บข้อมูลในปี 1998
BOJ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การลดลงของเงินสดในมือประชาชนสะท้อนถึงแนวโน้มการใช้จ่ายแบบไร้เงินสดที่เพิ่มขึ้น และการใช้จ่ายตามอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีมุมมองว่าผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรม“เก็บเงินใต้หมอน” หลังเศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืด (deflation) เนื่องจากการถือเงินสดโดยไม่นำไปลงทุนหรือฝากธนาคาร อาจทำให้มูลค่าของเงินลดลงในเชิงมูลค่าที่แท้จริง (real value) เมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อ
ในรายงานฉบับเดียวกัน BOJ ระบุว่าการถือครองหน่วยลงทุน (investment trusts) ของครัวเรือนญี่ปุ่นพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่การถือพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGBs) โดยภาคครัวเรือนก็เพิ่มขึ้นในอัตราเร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2550
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกันรัฐบาลญี่ปุ่นได้เผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ปรับสูงกว่าคาดการณ์ และยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ BOJ อย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันยอดการใช้จ่ายผู้บริโภค (ยังไม่ปรับตามเงินเฟ้อ) ไตรมาสล่าสุดพุ่งแตะ 332.9 ล้านล้านเยน ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
อ้างอิง : bloomberg.com