โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เมอร์เคิล แคปปิตอล” เตือนเสี่ยง “Unwind Yen Carry Trade” หลัง BOJ ประชุมสำคัญ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 19 มี.ค. 2568 เวลา 07.09 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา นักลงทุนทั่วโลกต่างให้ความสนใจการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan: BOJ) ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ท่ามกลางปัจจัยกดดันที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวสูงขึ้น, ผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งขึ้น, ค่าเงินเยนที่ผันผวน และความกังวลเกี่ยวกับภาวะตลาดที่อาจซ้ำรอย “Black Monday” การประชุมครั้งนี้จึงถือเป็นจุดสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลก

โดยเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2568 ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 0.5% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008 การตัดสินใจนี้เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์และสะท้อนถึงความกังวลต่ออัตราเงินเฟ้อที่ยังคงสูงเกินเป้าหมายของ BOJ ที่กำหนดไว้ที่ 2% โดยล่าสุด ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในเดือนมกราคม 2568 เพิ่มขึ้นถึง 4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี และสูงกว่าเป้าหมายของ BOJ ถึงสองเท่า

นอกจากนี้ เศรษฐกิจญี่ปุ่นในไตรมาส 4 ปี 2567 ที่ผ่านมาเติบโตดีกว่าที่คาด โดย GDP ขยายตัว 0.7% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส และเติบโต 2.8% ตลอดทั้งปี ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารสด เพิ่มขึ้น 3.2% สูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ สถานการณ์นี้สะท้อนถึงแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ และมีแนวโน้มว่า BOJ อาจต้องพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง

นอกจากนี้ ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี (10-Year Bond Yield) ได้ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 1.5% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2009 สะท้อนถึงมุมมองของตลาดที่คาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ

นักวิเคราะห์เมอร์เคิล แคปปิตอล ชี้ว่าปัจจัยที่ต้องจับตาคือความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ BOJ ซึ่งอาจเป็นตัวเร่งให้เกิด Unwind Yen Carry Trade ซึ่งเคยเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ Black Monday ในอดีตโดยหลักการของ Yen Carry Trade คือการกู้ยืมเงินเยนจากญี่ปุ่น ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยต่ำใกล้ 0% เพื่อนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ก่อนหน้านี้ เงินทุนส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่สหรัฐฯ เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 4-5% หรือถูกนำไปลงทุนในหุ้นและสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีแนวโน้มให้ผลตอบแทนสูงกว่า

การลงทุนลักษณะนี้มีความเสี่ยงสูงเมื่อ BOJ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ต้นทุนของนักลงทุนที่ทำ Carry Trade จะพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ต้องลดสถานะการลงทุนโดยการขายสินทรัพย์ที่ถืออยู่เพื่อนำเงินเยนไปชำระหนี้ ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงเผชิญแรงเทขายหนัก หากกระแส unwinding นี้รุนแรง อาจสร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดการเงินและกระทบต่อนักลงทุนที่ใช้เงินเยนเป็นแหล่งทุนในการซื้อสินทรัพย์เสี่ยง

อย่างไรก็ตามในช่วงเดือนสิงหาคม 2567 การ unwind Yen Carry Trade ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะคริปโทเคอร์เรนซี ส่งผลให้ Bitcoin (BTC) ร่วงลงมาถึง 52,000 ดอลลาร์ และ Ethereum (ETH) ลดลงเหลือ 2,000 ดอลลาร์ นอกจากนี้ ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ อาจเผชิญแรงกดดันจากกระแสเงินทุนไหลออก หากเกิดการ unwind ครั้งใหญ่ขึ้นอีกครั้ง นักลงทุนอาจต้องเร่งขายสินทรัพย์เพื่อชำระหนี้ที่เป็นเงินเยน ซึ่งอาจกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ว่าสหรัฐฯ อาจพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมเป็นสามครั้ง เพื่อลดแรงกดดันต่อตลาดการเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตามอง โดยเฉพาะการประชุมของ Japan BOJ Policy Rate ในวันที่ 18 มีนาคม ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งอาจเป็นตัวชี้วัดทิศทางของนโยบายการเงินในประเทศญี่ปุ่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...