โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

กทม. ปลดล็อกหนี้รถไฟฟ้าสีเขียว 3.2 หมื่นล้าน ปิดบัญชีก่อนสิ้นเดือนนี้

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 08 ต.ค. 2568 เวลา 08.44 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2568 เวลา 08.38 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 ต.ค.68) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร (สภา กทม.) สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 4 ครั้งที่ 2 ประจำปี 2568 มีวาระสำคัญคือ การพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วงเงินไม่เกิน 32,625,106,200 บาท เพื่อใช้จากเงินสะสมจ่ายขาดของกรุงเทพมหานคร (กทม.) สำหรับชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว วาระที่ 2 และวาระที่ 3

โดย นายนภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญฯ รายงานผลการพิจารณาร่างข้อบัญญัติว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 หลังผ่านวาระแรกเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา

คณะกรรมการวิสามัญฯ ได้พิจารณารายละเอียดครบถ้วน โดยมีสำนักงบประมาณ กรุงเทพมหานคร (กทม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่ได้รับงบประมาณใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ มีข้อสังเกตสำคัญ 2 ประเด็น คือ

  • กทม. ควรกำหนดแนวทางชำระค่าจ้างเดินรถและค่าซ่อมบำรุง (O&M) ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 1 และส่วนต่อขยายที่ 2 นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 จนถึงสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ให้ชัดเจน เพื่อให้ กทม. สามารถชำระค่าจ้างเดินรถและค่าซ่อมบำรุง (O&M) ได้ หากผิดนัดชำระหนี้อีกอาจก่อให้เกิดความเสียหายในส่วนของการต้องชำระค่าดอกเบี้ยในอัตราที่สูง และ
  • หน่วยรับงบประมาณควรเร่งดำเนินการเบิกจ่าย เพื่อประโยชน์ในการลดภาระดอกเบี้ย

ทั้งนี้ ร่างข้อบัญญัติดังกล่าวตั้งวงเงินงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมไม่เกิน 32,625,106,200บาท เพื่อใช้จากเงินสะสมจ่ายขาด สำหรับชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถและค่าซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยคณะกรรมการฯ เห็นชอบให้ผ่านร่างงบประมาณนี้ โดยไม่มีการสงวนความเห็น

ในที่สุดที่ประชุม สภา กทม. ลงมติเอกฉันท์ 48เสียงเห็นชอบ ในวาระที่ 2และวาระที่ 3 ให้ประกาศใช้เป็นข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร พร้อมเห็นชอบตามข้อสังเกตของคณะกรรมการวิสามัญฯ ก่อนส่งต่อให้ฝ่ายบริหารดำเนินการ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยืนยันว่า กทม. พร้อมชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถ ตามคำพิพากษาศาลปกครองกลาง คดีที่ 2 ภายในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ รวมวงเงินประมาณ 32,000 ล้านบาท โดยใช้จากเงินสะสมจ่ายขาด ซึ่งเป็นเงินไม่มีภาระผูกพัน หลังชำระแล้ว จะเหลือเงินสำรองประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท และไม่กระทบต่อการดำเนินงานของ กทม.

นายชัชชาติ ระบุอีกว่า การเร่งชำระหนี้เป็นการปลดภาระ ที่ค้างคามายาวนาน เพราะศาลมีคำพิพากษาชัดเจนว่ากรุงเทพมหานครต้องปฏิบัติตามสัญญา หากยื้อเวลาออกไป จะต้องจ่ายดอกเบี้ยในอัตรา MLR+1% ซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากหลายเท่า ปัจจุบันดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นมีจำนวนหลายล้านบาทต่อวัน

สำหรับภาระค่าใช้จ่ายในส่วนต่อขยาย 1 และ 2 ของรถไฟฟ้าสายสีเขียว ปัจจุบัน กทม. มีค่าจ้างเดินรถปีละประมาณ 8,000 ล้านบาท แต่จัดเก็บรายได้เพียง 2,000 ล้านบาท ทำให้ต้องแบกรับส่วนต่าง 6,000 ล้านบาทต่อปี

รถไฟฟ้าสายสีเขียวมี 2ส่วน ส่วนไข่แดงเป็นสัมปทานของเอกชน เก็บสูงสุดไม่เกิน 45บาท ส่วนต่อขยาย 1–2กทม.เก็บเอง จ้างเอกชนเดินรถ ปีหนึ่งต้องจ่าย 8,000ล้านบาท แต่เก็บรายได้ได้ 2,000ล้าน ต้องจ่ายส่วนต่าง 6,000ล้านต่อปี นายชัชชาติ กล่าว

ผู้ว่าฯ กทม. ระบุเพิ่มเติมว่า จำเป็นต้องปรับโครงสร้างค่าโดยสารเพื่อสะท้อนต้นทุนจริงและความเป็นธรรมต่อประชาชนทุกกลุ่ม โดยใช้สูตร 17บาท + 3X (ตามระยะทาง) คาดว่าจะช่วยลดค่าโดยสารสำหรับผู้เดินทางระยะสั้น เช่น จากจตุจักรไปเซ็นทรัลลาดพร้าว เคยจ่าย 15 บาท อาจจ่ายลดลงเหลือเพียง 3-4 บาท ส่วนผู้เดินทางไกลอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่ยังคงค่าโดยสารตลอดสายไม่เกิน 65 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...