โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“บล.ฟินันเซีย ไซรัส” ชี้ PSC ใหม่ดัน AOT เทกออฟ! ลุ้นกำไรไตรมาส 4 พุ่ง เป้า 63.50 บาท

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 16 ก.พ. เวลา 10.50 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. เวลา 10.48 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)หรือ FSS ระบุว่า ช่วงเวลาการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการให้บริการผู้โดยสาร (Passenger Service Charge: PSC) มีความชัดเจนมากขึ้น หลัง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม ได้ลงนามอนุมัติการปรับขึ้นค่า PSC ผู้โดยสารระหว่างประเทศเป็น 1,120 บาท จากเดิม 730 บาทเรียบร้อยแล้ว

ขั้นตอนถัดไปอยู่ระหว่างรอหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการจาก สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) โดยคาดว่าอัตรา PSC ใหม่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ราว 4 เดือนหลังจากนั้น หรือประมาณเดือนกรกฎาคม ซึ่งล่าช้าจากสมมติฐานเดิมที่คาดไว้ในเดือนเมษายน ทั้งนี้ FSS ประเมินว่าปัจจัยดังกล่าวจะสนับสนุนให้กำไรไตรมาส 4 ปี 2569 แข็งแกร่ง และมีแนวโน้มเป็นไตรมาสที่มีกำไรสูงสุดของปี

นอกจากนี้ AOT อยู่ระหว่างศึกษาการปรับขึ้นค่าบริการสนามบินในส่วนของค่าธรรมเนียมการขึ้น-ลงอากาศยาน (Landing Charges) และค่าจอดอากาศยาน (Parking Charges) ซึ่งคาดว่ากระบวนการจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยฝ่ายวิจัยมองว่าเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการในระยะยาว

สำหรับตารางการบินฤดูร้อน (ปลายมีนาคม–ตุลาคม 2569) AOT พบว่ามีการยกเลิกสล็อตเพิ่มขึ้น และคาดว่าการจองสล็อตในช่วงดังกล่าวอาจลดลงประมาณ 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน บริษัทจึงมีแผนทำการตลาดเชิงรุกและออกมาตรการจูงใจระยะสั้น เพื่อดึงสายการบินเข้ามาเติมเต็มปริมาณเที่ยวบิน และรักษาอัตราการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารปีงบประมาณ 2569 ให้อยู่ในกรอบเป้าหมาย 3–6% ทั้งนี้ หากไม่มีมาตรการดังกล่าว AOT ประเมินว่าปริมาณผู้โดยสารอาจทรงตัว

อย่างไรก็ตาม FSS คาดว่าสถานการณ์จะทยอยผ่อนคลายในตารางการบินฤดูหนาว ส่งผลให้ครึ่งหลังของปี 2569 แข็งแกร่งขึ้น และปีงบประมาณ 2570 จะเร่งตัวชัดเจน

ฝ่ายวิจัยได้ปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2569 ลง 15% เพื่อสะท้อนการปรับขึ้น PSC ที่เลื่อนออกไปราว 1 ไตรมาสจากสมมติฐานเดิม รวมถึงความเสี่ยงจากทราฟฟิกที่อาจชะลอตัวระยะสั้นจากการยกเลิกสล็อตตารางบิน โดยการวิเคราะห์ความอ่อนไหวพบว่า ปริมาณเที่ยวบินปี 2569 ที่เปลี่ยนแปลงทุก 1% จะส่งผลกระทบต่อกำไรปกติประมาณ 0.3%

ทั้งนี้ คาดว่ากำไรปกติปี 2569 จะเติบโต 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ภายใต้สมมติฐานปริมาณเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 3% และจำนวนผู้โดยสารรวมเพิ่มขึ้น 6% โดยกำไรครึ่งหลังปีจะสูงกว่าครึ่งปีแรก ขณะที่กำไรปกติไตรมาส 2–3 ปี 2569 ยังมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน จากรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ที่ลดลงภายหลังการปรับปรุงสัญญาสัมปทานดิวตี้ฟรีกับคิงเพาเวอร์

สำหรับปี 2570 คาดว่ากำไรปกติจะเติบโตโดดเด่น 57% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน จากการรับรู้ PSC อัตราใหม่เต็มปี โดยฝ่ายวิจัยปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2570 ตามวิธีคิดลดกระแสเงินสด (DCF) ที่ 63.50 บาท จากเดิม 53.75 บาท เทียบเท่า 30 เท่าของกำไรต่อหุ้น (P/E) ปี 2570 หรือประมาณ -0.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของค่าเฉลี่ยการซื้อขายย้อนหลัง 10 ปี พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ”

FSS เห็นว่า ความชัดเจนของการประกาศใช้ PSC อัตราใหม่จะเป็นปัจจัยบวกในระยะถัดไป แม้แนวโน้มกำไรช่วงไตรมาส 2–3 ปี 2569 จะชะลอตัว แต่ถือเป็นจังหวะทยอยสะสม ก่อนที่ผลประกอบการ 2570 จะทำสถิติสูงสุดใหม่จากการรับรู้ PSC เต็มปี และมีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ขยายตัวสู่ระดับประมาณ 20% สูงกว่าระดับก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...