โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

รัฐบาลสั่งราชการ-รัฐวิสาหกิจ WFH ทันที พร้อมจ่อปิดปั๊มหลัง 4 ทุ่ม

Thai PBS

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (10 มี.ค.2569) น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ เริ่มดำเนินมาตรการ Work From Home ทันที ในส่วนงานที่ไม่กระทบกับการให้บริการประชาชน พร้อมงดการเดินทางไปศึกษาดูงานหรือฝึกอบรมในต่างประเทศ และให้ปรับรูปแบบดำเนินการเป็นการศึกษาดูงานหรือจัดกิจกรรมภายในประเทศแทน หลังจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ส่งผลต่อวิกฤตพลังงานในประเทศไทย

รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า ภูมิภาคตะวันออกกลางถือเป็นแหล่งพลังงานของโลก สถานการณ์สู้รบที่เกิดขึ้นส่งผลให้ราคาน้ำมันและพลังงานในตลาดโลกมีแนวโน้มผันผวนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นวาระเร่งด่วน

สำหรับการบริหารจัดการพลังงานของไทย กระทรวงพลังงาน จัดตั้งศูนย์ Energy ICS ติดตามสถานการณ์พลังงานและเตรียมมาตรการรองรับ กรณีเกิดผลกระทบในการจัดหาพลังงานของประเทศ ปัจจุบันไทยมีความต้องการการใช้น้ำมันสำเร็จรูปเฉลี่ย 124 ล้านลิตรต่อวัน โดยตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา ไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองรวมทั้งสิ้น 8,055 ล้านลิตร โดยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ เป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะภูมิภาคตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงาน เสนอมาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ โดยเน้นใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นตัวอย่างให้กับภาคส่วนอื่นๆ รวมถึงภาคเอกชน ซึ่งมาตรการสำคัญประกอบด้วย การปรับใช้เครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมโดยตั้งอุณหภูมิ 26-27 องศาฯ พร้อมใส่เสื้อแขนสั้น งดการใส่สูทผูกเน็กไท ยกเว้นมีงานพิธีการ

ส่วนการลดใช้ไฟฟ้าในอาคารสำนักงาน เช่น ปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น, การใช้ระบบ Energy Saver สำหรับคอมพิวเตอร์และปิดเครื่องเมื่อไม่ใช้งาน, การลดใช้ลิฟต์ โดยส่งเสริมให้ใช้บันไดในระยะใกล้, การลดใช้กระดาษและเครื่องถ่ายเอกสาร รวมถึงส่งเสริมการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนเอกสาร, ส่งเสริมการประชุมผ่านระบบออนไลน์และการทำงานแบบ Work from Home ตามความเหมาะสม

ขณะเดียวกันยังมีมาตรการด้านการประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง เช่น การตรวจสอบสภาพรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ, การขับรถด้วยความเร็วที่เหมาะสม, การใช้รถร่วมกัน รวมถึงการวางแผนการเดินทางเพื่อลดใช้พลังงาน

จ่อปิดปั๊มหลัง 4 ทุ่ม หากสู้รบรุนแรงกระทบจัดหาพลังงาน

น.ส.ลลิดา ระบุว่า รัฐบาลมอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ประสานความร่วมมือสถานีโทรทัศน์ วิทยุ รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ รณรงค์ประหยัดพลังงานในทุกภาคส่วนในช่วงสถานการณ์วิกฤต

หากสถานการณ์ยกระดับความรุนแรง จนมีผลกระทบต่อการจัดหาพลังงาน เห็นสมควรเสนอแนวทางมาตรการภาคบังคับเพิ่มเติม เช่น หลีกเลี่ยงการใช้ไฟฟ้าในการโฆษณาป้ายสินค้าหรือบริการ ป้ายชื่อร้าน ป้ายชื่อโรงภาพยนตร์หรือสถานที่ทำธุรกิจ ในช่วงเวลาตั้งแต่ 22.00 น.เป็นต้นไป และกำหนดระยะเวลาเปิดปิดสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่เกินเวลา 22.00 น. โดยมีข้อยกเว้นสถานีบริการบนทางหลวงหลัก

ทั้งนี้ หากสามารถลดใช้น้ำมันลงได้ประมาณร้อยละ 5 จะช่วยลดการใช้น้ำมันได้ประมาณ 3.3 แสนลิตรต่อเดือน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 10.45 ล้านบาทต่อเดือน และหากลดการใช้ไฟฟ้าได้ร้อยละ 5 จะช่วยประหยัดไฟฟ้าได้ประมาณ 31 ล้านหน่วยต่อเดือน

มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของภาครัฐ และสร้างต้นแบบการประหยัดพลังงานให้กับภาคส่วนอื่นๆ พร้อมทั้งช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว

อ่านข่าว

ครม.ชวนประชาชน ร่วมประหยัดพลังงาน งดใส่สูท-ผูกเน็กไท

ปตท. รายงานสถานการณ์ตลาดน้ำมัน 9-13 มี.ค. 69 สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านไม่มีทีท่าสงบ

"ราคาพลังงานพุ่ง" ผลพวงสงครามตะวันออกกลาง-หลายประเทศ เร่งออกมาตรการรับมือ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ภัยร้อน มันร้าย : คนจนเมือง กลุ่มเปราะบางป่วย NCDs ยิ่งเสี่ยง!!

27 นาทีที่แล้ว

“สันติ” ตรวจทองเยาวราช ย้ำฉลากต้องชัดข้อมูลต้องครบ

35 นาทีที่แล้ว

วันที่ 11 ศึกตะวันออกกลาง "ทรัมป์" โวรบใกล้จบ "อิหร่าน"สวนเตรียมยกระดับโจมตี

44 นาทีที่แล้ว

ป่วนนราธิวาสพ่นสีบนถนน 2 จุด - ยะลาปาประทัดปิงปองเจ็บ 2 คน

59 นาทีที่แล้ว

วิดีโอแนะนำ

ข่าว สังคม อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...