โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภัยร้อน มันร้าย : คนจนเมือง กลุ่มเปราะบางป่วย NCDs ยิ่งเสี่ยง!!

Thai PBS

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 05.19 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 08.30 น. • Thai PBS

สภาพอากาศที่ร้อนจัดในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร มีแนวโน้มอุณหภูมิสูงขึ้นต่อเนื่อง ดัชนีความร้อนเริ่มมากขึ้น นี่ไม่ใช่อุณภูมิที่เปลี่ยนไป แต่นี่คือ “ภัยคุกคามชีวิต” ที่ความเสี่ยงหนีไม่พ้นกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัด

บ้านสังกะสีที่ดูดซับความร้อน พื้นคอนกรีตที่สะสมอุณหภูมิ และอากาศที่แทบไม่ไหลเวียน กำลังเปลี่ยน ความร้อนของเมือง ให้กลายเป็น ความเสี่ยงต่อชีวิต ทุกวันนี้ชาวชุมชนแออัดต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่บีบคั้น ด้วยชีวิตที่ เลือกไม่ได้ และกำลังรอคอยการออกแบบนโยบาย พร้อมระบบเตือนภัย รับมือที่เข้าถึงระดับเส้นเลือดฝอยของเมือง

The Active ลงพื้นที่ ชุมชนบ่อนไก่ ชุมชนแออัดกลางเมืองหลวง ในวันที่สภาพอากาศร้อนจัดจนดัชนีความร้อนพุ่งสูง คนเมืองหลายคนอาจหลบเข้าไปในห้องแอร์ แต่สำหรับ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ในชุมชนจำนวนไม่น้อยยังต้องใช้ชีวิตร่วมกับความร้อนภัยเงียบบนความเสี่ยงกันต่อไป

เมื่อ ‘บ้าน’ อาจไม่ใช่ที่หลบภัยร้อนเสมอไป แต่ก็เป็นทางเดียวที่ทำได้

ในซอกหลืบของชุมชนเมืองที่เต็มไปด้วยป่าคอนกรีต ความร้อนไม่ได้ระบายออกไปไหน แต่กลับถูกกักเก็บไว้ในที่ที่พวกเขาเรียกว่า บ้าน สี่เหลี่ยมแคบ ๆ ไม่มีแม้แต่หน้าต่าง บุญศรี สระทองอ้อย ชาวชุมชนบ่อนไก่ วัย 67 ปี ด้วยโรค NCDs ที่รุมเร้าทั้งเบาหวาน, ความดัน และไขมันในเลือดสูง ทำให้การใช้ชีวิตหน้าร้อนในบ้านหลังนี้ ไม่ต่างจากการต่อสู้เอาชีวิตรอดในทุก ๆ วัน

บุญศรี สระทองอ้อย
บุญศรี สระทองอ้อย
บุญศรี สระทองอ้อย
บุญศรี สระทองอ้อย

ร่างกายกับความร้อน คือ เรื่องที่ต้องระวัง ขณะที่เธอไปไหนไม่ได้ไกลเพราะปวดขา จึงจำเป็นต้องนั่งหลบแดดอยู่ในบ้าน แต่สภาพบ้านที่มุงด้วยสังกะสี ที่ที่เธอหลบแดดจึงแทบไม่ต่างจากเตาอบ ต้องเผชิญความร้อนอย่างหลีกหนีไม่ได้ไปตั้งแต่ช่วงหลัง 10 โมงเป็นต้นไป มีเพียงพัดลมเก่า ๆ ที่พอช่วยปัดเป่าไอร้อนออกไปได้บ้างเล็กน้อย ด้วยความที่มีโรคประจำตัว เมื่ออากาศร้อนมาก ๆ จึงอ่อนเพลีย มักมีอาการใจหวิว ๆ หน้ามืด คล้ายจะเป็นลม

“พอเข็มนาฬิกาชี้สัก 10 โมง 11 โมง อากาศที่ร้อนจัดมันเหมือนไม่มีแรง ใจมันหวิว หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม คนเป็นเบาหวาน ความดัน อย่างป้าแค่นั่งอยู่ในบ้านตัวเอง ก็เหมือนต้องสู้เพื่อเอาชีวิตรอดแล้ว เราเลือกไม่ได้หรอกนะว่าจะไปอยู่ที่ไหน แต่ถ้าเป็นไปได้ป้าแค่อยากให้มีห้องแอร์ สักห้องในชุมชน ให้คนแก่ คนป่วย ได้มีที่พักพิงหลบไอแดด พอให้ต่อลมหายใจในวันที่อากาศมันร้อน

บุญศรี สระทองอ้อย

ถ้าการหลบอยู่ในบ้านไม่ใช่ทางออก การออกไปทำมาหากินข้างนอก ก็คือทางเลือกที่แม้จะต้องเดินฝ่าเปลวแดด แต่นั่นก็แลกมาด้วยรายได้ไว้เลี้ยงดู จุนเจือปากท้อง ครอบครัว

ร้อนจากเตาไฟ ยังไม่ทรมานเท่าความร้อนจากอากาศ

ด่อน ยาสาไชย แม่ค้าไก่ย่าง วัย 62 ปี ต้องทนรับไอความร้อนถึงสองทาง ทั้งจากเตาไฟตรงหน้า และจากสภาพแวดล้อม บ้านหลังคาสังกะสีที่ไม่มีหน้าต่างระบายลม ทำให้กลางวันร้อนระอุจนอยู่ไม่ได้ แต่ก็จำเป็นต้องอยู่เพราะต้องจัดเตรียมของ เมื่อถึงเวลาเข็นรถออกมาขายของริมถนนก็ต้องเจอกับฝุ่นควันและไอร้อนจากถนน และพื้นคอนกรีต

ด่อน ยาสาไชย
ด่อน ยาสาไชย
ด่อน ยาสาไชย
ด่อน ยาสาไชย
ด่อน ยาสาไชย

อุณหภูมิที่สะสม และสภาพอากาศในเขตเมืองจึงยิ่งซ้ำเติมให้การทำมาหากินของคนหาเช้ากินค่ำ ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งที่พวกเขาทำได้ มีเพียงการพกพัดลมมือถือตัวเล็ก ๆ และความหวังที่จะได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ

“กลางวันในบ้านหลังคาสังกะสีมันร้อนระอุจนอยู่ไม่ได้ หน้าต่างสักบานก็ไม่มี ลมไม่ค่อยพัดเข้าเลย ตึกสูงบัง สุดท้ายก็ต้องออกมาขายไก่ย่างตากแดด ร้อนจากเตาไฟตรงหน้า ยังไม่ทรมานเท่าความร้อนจากอากาศ ชุมชนเราเหมือนถูกลืม ไม่เคยมีใครเข้ามาดูแล อยากให้ผู้ว่าฯ กทม. ลองลงมาดูบ้าง แค่มีเต็นท์กันแดดสักหลังมากางให้หลบ หรือมีเสียงตามสายคอยเตือนภัยแค่นี้ก็ช่วยต่อชีวิตคนหาเช้ากินค่ำก็ได้แล้ว

ด่อน ยาสาไชย

‘ฮีทสโตรก’ จนเกือบทิ้งชีวิตไว้กลางชุมชน

ชีวิตในวันที่ร้อน ๆ คงไม่ต่างกับ พินทิพย์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา อาสาสมัครสาธารณสุขชุมชน ในวัย 61 ปี แม้ดูแข็งแรงและที่ผ่านมา เธอก็คอยช่วยเหลือผู้สูงอายุด้วยกันมาตลอด แต่ถ้าย้อนไปเมื่อ 3 ปีก่อน เธอเคยเป็นฮีทสโตรก จากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ผสมกับฝุ่นควันจากการก่อสร้างและโรงปูนในพื้นที่ ทำให้อุณหภูมิสะสมในร่างกายทะลุขีดจำกัด

พินทิพย์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา
พินทิพย์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา

เธอเล่าว่า อาการในวันนั้นทำให้ถึงขั้นล้มหมดสติกลางชุมชนโดยไม่รู้ตัว ระดับออกซิเจนลดต่ำจนเกือบเสียชีวิต บทเรียนครั้งนั้นทำให้เธอพยายามผลักดันพื้นที่ หลบลมร้อน และจุดนั่งพักในชุมชน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในมุมมองของคนทำงานพื้นที่ คือ ระบบการแจ้งเตือนภัย ที่ต้องดังไปถึงหูชาวบ้านจริง ๆ ไม่ใช่แค่ตัวหนังสือในสมาร์ทโฟน

“ภาพที่ไม่มีวันลืมคือวันที่ร่วงหมดสติไปดื้อ ๆ ออกซิเจนในเลือดตกเหลือแค่ 52 หมอบอกว่าเป็น ฮีทสโตรก ทั้งที่เราก็แข็งแรง แต่ความร้อนที่สะสมในป่าคอนกรีตแห่งนี้ ทุกวันนี้เราเตือนภัยความร้อนผ่านแอปมือถือ แต่เชื่อไหมผู้สูงอายุในชุมชนแออัดยังใช้โทรศัพท์ปุ่มกดกันอยู่เลย ถ้าอยากช่วยชีวิตพวกเขาจริง ๆ กทม.ต้องใช้ เสียงตามสายประกาศเตือนให้ดังก้องไปทั้งชุมชน และอาจมีการแจ้งเตือนให้รู้ล่วงหน้า

พินทิพย์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา

ชุมชนบ่อนไก่ เป็นเพียงภาพสะท้อนมุมหนึ่งของชุมชนเมือง ที่ย้ำถึง ความเหลื่อมล้ำ ในการรับมือกับสภาพภูมิอากาศ จากความเปราะบางของคนหาเช้ากินค่ำ และผู้ป่วย NCDs ที่ไม่มีทางเลือก

ความหวังของพวกเขาอาจเรียบง่ายเพียงแค่มี หอกระจายข่าวแจ้งเตือนภัยความร้อน ห้องหลบลมร้อนระดับชุมชน หรือเต็นท์กันแดดที่ช่วยบรรเทาความร้อนในวันที่อุณหภูมิพุ่งสูง

คำถามสำคัญคือ เมืองอย่างกรุงเทพฯ จะออกแบบระบบรับมืออย่างไร ? เพื่อไม่ให้ความร้อนกลายเป็นภัยที่ผลักคนเปราะบางให้ต้องเผชิญเพียงลำพัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

เอาใจสายลุย อุทยานฯ น้ำตกหงาว เตรียมเปิดเส้นทางเดินป่า "16 ราง" ส.ค.นี้

37 นาทีที่แล้ว

สุนัข K9 ลุยสุวรรณภูมิ ตรวจสัมภาระ 24 ชั่วโมง สกัดยาเสพติดข้ามชาติ

55 นาทีที่แล้ว

“ผบช.ปส.” สั่งขยายผล กรณี ตร.หญิงรับหิ้วกัญชาไปจีน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายกฯ ยังไม่ปรับ ครม.จี้รัฐมนตรีเร่งสร้างผลงาน ปัดพบ "ทักษิณ" มาเลย์

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...