บวรศักดิ์ ยกพจนานุกรม แจง ‘ลับ’ ชี้เหตุจำเป็นต้องมีบาร์โค้ด ยัน ลับทั้งโลกไม่มีจริง
บวรศักดิ์ ยกพจนานุกรม แจงคำว่า ‘ลับ’ ชี้เหตุจำเป็นต้องมีบาร์โค้ด ยัน ลับทั้งโลกไม่มีอยู่จริง ย้ำ กกต. มีหน้าที่จัดเลือกตั้งสุจริต
วันที่ 21 ก.พ. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า บ.จ.ตอนที่ 2 การเลือกตั้ง "โดยลับ" กับ QR Code หรือบาร์โค้ด โดยระบุว่า พจนานุกรมฉบับราชบัญฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ให้ความหมายคำว่า ลับ ซึ่งเป็นคำวิเศษณ์ว่า
- ที่อยู่ในที่พ้นตา, ที่อยู่ในที่ซึ่งแลไม่เห็น, เช่นที่ลับ ประตูลับ หรือหายลับ
- ที่ปกปิดหรือควรปกปิด เช่น ความลับ หนังสือลับ
Secret พจนานุกรม Cambridge dictionary ให้ความหมายว่า a piece of information that is only known by one person or few people and should not be told to others
ลับที่ไม่มีใครรู้เลยทั้งโลก ไม่มีอยู่จริง ความหมายที่แท้จริง คือปกปิดไม่ให้ผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ ได้ล่วงรู้เหมือนที่ปรากฏในพจนานุกรม Cambridge และเหมือนที่ปรากฏในระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544
และระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ.2552 ข้อ 9 ที่บัญญัติว่า บุคคลที่จะเข้าถึงสิ่งที่เป็นความลับของราชการในชั้นใด ต้องเป็นบุคคลที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายความไว้วางใจ และให้เข้าถึงสิ่งที่เป็นความรักของทางราชการได้เฉพาะเรื่องที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น คือมีผู้รู้เรื่องลับ กับผู้ที่ถูกปกปิดไม่ให้รู้
แปลว่า ลับ มีผู้ที่รู้เรื่องนั้นได้ซึ่งก็คือ 1.ผู้ทำ พูดหรือ เขียนความลับนั้นเอง 2.ผู้ซึ่งมีอำนาจหน้าที่เข้าถึงความลับนั้น
ย้ำ กกต. มีหน้าที่จัดเลือกตั้งสุจริต
นายบวรศักดิ์ ระบุว่า เรื่องบัตรเลือกตั้ง มาตรา 93 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสส.2561 บัญญัติว่า ภายใต้บังคับมาตรา 92 เมื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทำเครื่องหมายกากบาทลงในบัตรเลือกตั้งแล้วให้พับบัตรเลือกตั้ง เพื่อมิให้ผู้อื่นทราบว่าลงคะแนนอย่างไร แล้วนำบัตรเลือกตั้งนั้นใส่ลงในหีบบัตรเลือกตั้งด้วยตนเองต่อหน้ากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง
และ มาตรา 99 ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนำบัตรเลือกตั้งที่ออกเสียงลงคะแนนแล้วแสดงต่อผู้อื่น เพื่อให้ผู้อื่นทราบว่าตนได้ลงคะแนนอย่างไร
ทั้งสองมาตรานี้ กฎหมายไม่ได้เขียนไว้ลอยๆ แต่เขาต้องการบอกว่า
1.ความลับของการเลือกตั้งว่าเลือกใคร ไม่ใช่เพียงสิทธิ์และความคุ้มครองต่อผู้เลือกตั้งเท่านั้น แต่ยังเป็นหน้าที่ของผู้เลือกตั้งด้วยที่จะต้องรักษาความลับ นอกจากนั้นมาตรา 97 ก็ห้ามไม่ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้เครื่องมืออุปกรณ์ใดถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ตนได้ลงคะแนนเลือกตั้งแล้วด้วย มิเช่นนั้นจะมีความผิดทางอาญา
2.ผู้อื่น (ที่กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจไว้) จะรู้ก็ไม่ได้ เพราะถ้าผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือพรรคการเมืองรู้ ว่าใครลงคะแนนให้ใคร จะเป็นการส่งเสริมการซื้อเสียง การขู่เข็ญ คุกคามต่อผู้ลงคะแนนและครอบครัวได้
3.แต่กกต.ทั้ง 7 คน (เน้นว่าทั้ง 7 ซึ่งรวมเป็นกกต.) มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการจัด และควบคุมการเลือกตั้งให้ สุจริตและเที่ยงธรรม และเป็นไปตามกฎหมาย เมื่อมีปัญหาก็มีหน้าที่เข้าไปตรวจสอบดูได้ เช่น นักศึกษา 100 คนในหน่วยเลือกตั้งหนึ่งไปต่างประเทศ แต่มีคนไปใช้สิทธิ์แทน ถ้าในเขตเลือกตั้งนั้น ผู้สมัครคนหนึ่งชนะคู่แข่งแค่ 30 คะแนน
ชี้เหตุจำเป็นต้องมีบาร์โค้ด
กกต. มีทางเลือกสองทาง คือ อาจสั่งให้นับคะแนนใหม่ หรือ สั่งให้เลือกตั้งใหม่ ถ้าเห็นว่ามีการทุจริตที่ทำให้ผลเลือกตั้งเปลี่ยนไป ในกรณีนี้การเข้าไปดูว่า 100 เสียงลงคะแนนให้ใครก็จำเป็น เพราะถ้าไปลงให้คนที่แพ้เลือกตั้งหลุดลุ่ย ผลเลือกตั้งไม่เปลี่ยนก็ไม่ต้องเลือกตั้งใหม่ แต่ต้องสืบสวน ไต่สวนเอาคนที่ปลอมเป็น 100 คนนั้นมาลงโทษ
การจะรู้ว่า 100 บัตรโกงนี้ โกงให้ใคร ถ้าไม่มีบาร์โค้ด หรือ QR Code จะทำได้ได้อย่างไร แต่ถ้า 100 เสียงนี้ไปลงคะแนนให้ผู้สมัครที่ชนะแค่ 30 เสียง กกต.ต้องสั่งเลือกตั้งใหม่ เพราะ 100 เสียงทำให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนไป
นอกจาก กกต.แล้ว ศาลซึ่งมีอำนาจพิจารณาคดีเลือกตั้ง ก็มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบได้ ส่วนเลขาฯกกต.หรือเจ้าหน้าที่อื่นที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ถ้าบังอาจเข้าไปดูว่าคนคนนี้ลงคะแนนให้ใคร ก็จะติดคุกหัวโต มาตรา 23 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสส. ประกอบมาตรา 24 และมาตรา 149 ซึ่งมีโทษจำคุก 1 ปีถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาทและศาลต้องเพิกถอนสิทธิ์ 20 ปี
ยืนยันลับทั้งโลกไม่มีอยู่จริง
นายบวรศักดิ์ ระบุว่า คำว่า “เพื่อมิให้ผู้อื่นทราบว่าลงคะแนนอย่างไร” ศาลหรือกกต.ทั้งคณะไม่อยู่ในคำว่า“ผู้อื่น” เพราะเป็นผู้มีหน้าที่ตรวจสอบให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ส่วนเลขาฯกกต.และเจ้าหน้าที่อื่นการเลือกตั้ง ก็อยู่ในคำว่า ผู้อื่น เข้าไปดูไม่ได้เช่นเดียวกับคนอื่นๆ
ซึ่งกฎหมายยกเว้นให้กรณีเดียวตามมาตรา 92 ที่ยอมให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) หรือคนอื่นทำเครื่องหมายในบัตรเลือกตั้งได้ ตามเจตนาของผู้พิการหรือผู้ทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ
กรณีนี้ การลงคะแนนไม่เป็นความลับแน่ แต่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้พิการทุพพลภาพ หรือสูงอายุ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยที่ 3/2561 ว่า มาตรา 92 ที่ให้ กปน.หรือผู้อื่นช่วยทำเครื่องหมายกากบาทตามที่ผู้พิการ ทุพพลภาพ หรือสูงอายุบอก ไม่ขัดรัฐธรรมนูญเรื่องความลับการเลือกตั้ง
ชัดเจนที่ว่าลับจนกระทั่งไม่มีใครรู้เลยทั้งโลกนั้นจึงไม่มีอยู่จริง
แนะแยกผู้จัดเลือกตั้งกับคนวางเกณฑ์
ส่วนการที่สแกนบาร์โค้ดหรือ QR Code เพื่อเข้าถึงต้นขั้ว และจากต้นขั้วต้องไปยังชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กกต.ชี้แจงว่า ทั้ง 3 สิ่งนี้เก็บคนละที่ ไม่มีทางติดตามดูได้ ตนไม่ทราบข้อเท็จจริงเพราะเป็นเรื่องทางเทคนิค ต้องไปเชิญผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีสารสนเทศมาสอบ
อย่างไรก็ตาม เราต้องไปตรวจสอบกับข้อเท็จจริงที่ กกต.ปฏิบัติอีกที ถ้าไม่เป็นจริงตามที่ กกต.ชี้แจง ก็ต้องเล่นงานผู้รับผิดชอบว่าให้ข้อมูลเท็จ
เรื่องนี้ให้บทเรียนเรา 2 เรื่อง 1.ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจผู้จัดเลือกตั้ง เป็นหัวใจของเรื่องนี้ ถ้าตนเป็นกกต ตนจะต้องหาทางประชุมสัมมนาว่าจะปฏิบัติอย่างไรให้คนเชื่อและไว้ใจ
2.วันนี้เมื่อคนไม่ไว้ใจ QR Code บาร์โค้ด ต้องหาวิธีใหม่ที่จะพิสูจน์บัตรปลอมโดยระบุตัวไม่ได้มาใช้แทน จะพิมพ์ลายน้ำหรือมีเทคนิคอะไรก็ต้องคิดกัน จะต้องใช้เงินมากขึ้นอีกเท่าไหร่ ก็อาจต้องยอม
“คงถึงเวลาแล้วที่ต้องแยกผู้จัดเลือกตั้ง ออกจาก regulator ผู้วางกฎเกณฑ์สำหรับการเลือกตั้ง และผู้จับผู้กระทำผิดในการเลือกตั้ง ทั้งที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้โกงเลือกตั้ง เหมือนในร่างรัฐธรรมนูญปี 2557, 2558 ที่ผมยกร่างและสปช.คว่ำ
ซึ่งร่างนั้น ผมให้ที่ประชุมปลัดกระทรวงจัดเลือกตั้ง ส่วนกกต.วางกฎเกณฑ์และตรวจสอบการเลือกตั้งให้สุจริตและเที่ยงธรรม ท้ายที่สุดให้ศาลเป็นผู้พิจารณาลงโทษผู้โกงเลือกตั้ง ท้ายที่สุดต้องขอขอบคุณทัวร์ทั้งหลายที่มาอุดหนุน” นายบวรศักดิ์ ระบุ
ที่มา Borwornsak Uwanno เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์ วันที่ 21 ก.พ. 2569
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บวรศักดิ์ ยกพจนานุกรม แจง ‘ลับ’ ชี้เหตุจำเป็นต้องมีบาร์โค้ด ยัน ลับทั้งโลกไม่มีจริง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th