โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

แบงก์ชาติจีนคงดอกเบี้ยเงินกู้ LPR แม้เศรษฐกิจชะลอตัว – แรงกดดันเงินฝืดยังสูง

efinanceThai

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แบงก์ชาติจีนคงดอกเบี้ยเงินกู้ LPR แม้เศรษฐกิจชะลอตัว แรงกดดันเงินฝืดยังสูง

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 ม.ค. 69 15:11 น.

ธนาคารกลางจีน (PBOC) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ระยะ 1 ปี ไว้ที่ 3% และระยะ 5 ปี ไว้ที่ 3.5% นับเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 สะท้อนแนวทางของรัฐบาลที่เลือกใช้มาตรการสนับสนุนแบบเฉพาะจุดสำหรับบางภาคส่วน มากกว่าการผ่อนคลายนโยบายการเงินในวงกว้าง เพื่อพยุงเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัว

การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจจีน ซึ่งเป็นชาติเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลก สูญเสียแรงส่งในไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 โดยขยายตัวเพียง 4.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี ถือเป็นอัตราการเติบโตที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่จีนเปิดประเทศ หลังการยกเลิกมาตรการควบคุมโควิด-19 อย่างเข้มงวดในช่วงปลายปี 2022 ด้านนักเศรษฐศาสตร์จากบาร์เคลย์สระบุว่า GDP ตามมูลค่าเงินตรา (Nominal GDP) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความสามารถในการทำกำไรของภาคธุรกิจและระดับรายได้ของครัวเรือน อยู่ต่ำกว่า 4% เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน โดยอยู่ที่ 3.8% ในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปี หากไม่นับรวมปี 2020 ที่จีนได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างหนัก จากการระบาดของโควิด-19

ทั้งนี้ อัตรา LPR ระยะ 1 ปีมีผลต่อเงินกู้ใหม่และเงินกู้คงค้างเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่อัตรา LPR ระยะ 5 ปีเป็นอัตราอ้างอิงสำคัญสำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัย

ขณะเดียวกัน ดัชนี GDP Deflator ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการ ยังคงติดลบต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 11 และธนาคารคาดว่าภาวะเงินฝืดจะดำเนินต่อไปตลอดทั้งปี 2026 นี้

ยอดค้าปลีกในเดือนธ.ค. ขยายตัวเพียง 0.9% ต่ำสุดในรอบ 3 ปี สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังอ่อนแอ จากปัญหาวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อ ตลาดแรงงานที่ซบเซา และภาวะเงินฝืดที่ฝังลึกในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งในการแถลงข่าว หน่วยงานวางแผนเศรษฐกิจของจีนระบุว่า ผู้กำหนดนโยบายจะเดินหน้าดำเนินนโยบายการคลังเชิงรุกมากขึ้น และใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายในระดับเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของระดับราคา

ด้านนักเศรษฐศาสตร์จากโนมูระ ระบุในรายงานว่า รัฐบาลจีนมีความกังวลมากขึ้นต่อภาวะอุปสงค์ภายในประเทศที่ชะลอตัวอย่างรุนแรง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในช่วงที่อ่อนแอที่สุดในรอบศตวรรษนี้ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา PBOC ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเครื่องมือนโยบายการเงินเชิงโครงสร้างลง 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ โดยลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะ 1 ปีสำหรับโครงการรีไฟแนนซ์เพื่อภาคเกษตรและธุรกิจขนาดเล็ก เหลือ 1.25% และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันจันทร์ ซึ่งแทนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายโดยตรง ธนาคารกลางเลือกปรับลดต้นทุนการกู้ยืมของธนาคารพาณิชย์จากแหล่งเงินของธนาคารกลาง เพื่อจูงใจให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อไปยังภาคส่วนเป้าหมายในอัตราที่เอื้ออำนวยมากขึ้น

นอกจากนี้ PBOC ยังมีแผนจัดตั้งโครงการรีไฟแนนซ์เฉพาะสำหรับบริษัทเอกชน เพิ่มโควตาสินเชื่อด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี และสนับสนุนธุรกิจเอกชนขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงการปรับลดสัดส่วนเงินดาวน์ขั้นต่ำสำหรับสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ลงเหลือ 30% เพื่อช่วยระบายสต็อกในตลาดอสังหาริมทรัพย์

ทั้งนี้ ข้อมูลอย่างเป็นทางการที่รวบรวมโดย Wind Information ระบุว่า สินเชื่อใหม่ของธนาคารพาณิชย์ในปี 2025 ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปี อยู่ที่ 16.27 ล้านล้านหยวน หรือราว 2.33 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ตอกย้ำอุปสงค์การกู้ยืมที่ซบเซา และเพิ่มแรงกดดันให้รัฐบาลต้องออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม

ที่มา CNBC

รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...