สเปนเร่งไขปริศนาโศกนาฏกรรมรถไฟชนกัน ตัดประเด็นขับเร็ว-ประมาท
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมาดริด ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ว่า ทางการแคว้นอันดาลูเซีย ทางตอนใต้ของสเปน รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากโศกนาฏกรรมรถไฟความเร็วสูงขบวนหนึ่ง ซึ่งวิ่งมาจากเมืองมาลากา ทางตอนใต้มุ่งหน้าสู่กรุงมาดริด ที่อยู่ทางตอนกลาง เกิดตกรางใกล้กับเมืองอาดามุซ ในแคว้นอันดาลูเซีย และไถลข้ามไปยังอีกรางหนึ่ง จนพุ่งชนกับรถไฟความเร็วสูงอีกขบวนที่วิ่งสวนมา เป็นเหตุให้รถไฟความเร็วสูงขบวนที่สองตกรางเช่นกัน เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพิ่มเป็นอย่างน้อย 40 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 120 คน ในจำนวนนี้ 41 คน ยังคงต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล
โศกนาฏกรรมดังกล่าวถือเป็นอุบัติเหตุทางรถไฟในสเปน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 80 ราย จากอุบัติเหตุรถไฟหลุดโค้ง ใกล้กับเมืองซันเตียโกเดกอมโปสเตลา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของสเปน
นายออสการ์ ปวนเต รมว.คมนาคมสเปน กล่าวว่า สาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน ซึ่งยังคงมีปริศนาหลายประการ โดยเฉพาะจุดเกิดเหตุที่เป็น "ทางตรง" และเพิ่งได้รับการปรับปรุงสภาพทางใหม่ทั้งหมด ส่วนรถไฟขบวนที่ตกรางขบวนแรกเป็นรถที่ใหม่มาก และมีการตรวจสภาพครั้งล่าสุด เมื่อวันพฤหัสบดี หรือสองวันก่อนเกิดเหตุ
ด้านบริษัทเออร์โย ซึ่งเป็นขบวนรถไฟที่ตกรางก่อน เปิดเผยว่า หัวรถจักรดังกล่าวเพิ่งสร้างขึ้นเมื่อปี 2565 และตัวรถ "แฉลบไปยังรางข้างเคียงด้วยเหตุผลที่ยังไม่ทราบแน่ชัด" ขณะเกิดเหตุมีผู้โดยสารอยู่บนรถไฟประมาณ 300 คน ส่วนรถไฟอีกขบวนของบริษัทเรนเฟ ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองอูเอลบา มีผู้โดยสาร 184 คน
นายอัลบาโร เฟอร์นันเดซ เฮเรเดีย ประธานบริษัทเรนเฟ กล่าวว่า ตัดประเด็นความผิดพลาดของมนุษย์ และการขับรถเร็วเกินกำหนดออกไป เนื่องจากรถไฟทั้งสองขบวนวิ่งด้วยความเร็วเพียง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งต่ำกว่ากำหนดที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงมุ่งประเด็นไปที่ "ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน".
เครดิตภาพ : REUTERS