โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทยก้าวขึ้นแท่นผู้นำระดับภูมิภาคด้านความโปร่งใส-ความรับผิดชอบของภาคธุรกิจ ในการประเมินระบบไข่ไก่ปลอดกรงของเอเชีย

ไทยโพสต์

อัพเดต 21 มกราคม 2569 เวลา 0.33 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำของเอเชียด้านความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจในประเด็นสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์ม จากการที่บริษัทไทยเข้าร่วมการประเมินระบบไข่ไก่ปลอดกรงในเอเชียในสัดส่วนสูงที่สุด สะท้อนถึงการตื่นตัวของภาคธุรกิจต่อมาตรฐานระบบอาหารที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น

20 ม.ค. 2569 - ความก้าวหน้าดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้การทำงานของ ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล (Sinergia Animal) องค์กรพิทักษ์สัตว์ระดับนานาชาติ ซึ่งดำเนินงานเชิงรณรงค์อย่างต่อเนื่องในประเทศไทยและทั่วภูมิภาคเอเชีย ส่งผลให้ภาคธุรกิจเริ่มขยับทั้งในด้านการกำหนดนโยบายจัดหาไข่ไก่ปลอดกรง การเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ และการมีส่วนร่วมที่เพิ่มขึ้นจากทั้งบริษัทเอกชนและภาคการเงิน

จากรายงานประจำปี 2025 ของซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ระบุว่า องค์กรสามารถผลักดันให้เกิด คำมั่นสัญญาใหม่จากภาคธุรกิจรวม 23 แห่งทั่วโลก เพื่อช่วยลดความทุกข์ของสัตว์ โดยในจำนวนนี้เป็นคำมั่นสัญญาเกี่ยวกับการใช้ไข่ไก่ปลอดกรงถึง 16 แห่ง ครอบคลุมภาคอาหาร บริการ และค้าปลีก คำมั่นสัญญาเหล่านี้เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ละตินอเมริกา และยุโรป สะท้อนให้เห็นว่ามาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของกรอบความรับผิดชอบของภาคธุรกิจในระดับสากล

ประเทศไทยกับบทบาทศูนย์กลางความก้าวหน้าในภูมิภาค

ในปี 2025 ประเทศไทยมีบทบาทโดดเด่นในการขับเคลื่อนประเด็นความรับผิดชอบของภาคธุรกิจ โดยซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ได้เผยแพร่ รายงานจัดอันดับนโยบายไข่ไก่ปลอดกรงของผู้ค้าปลีกไทยฉบับแรก ซึ่งประเมินบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ อาทิ 7-Eleven, Lotus’s และ Big C รายงานฉบับนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความโปร่งใสของภาคค้าปลีก ซึ่งมีบทบาทโดยตรงต่อการเข้าถึงสินค้าที่มีมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ของผู้บริโภค และส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานโดยรวม

ประเทศไทยยังมีบทบาทสำคัญใน Asia’s Cage-Free Tracker ฉบับที่ 6 ซึ่งประเมินบริษัทจำนวน 56 แห่ง ในภาคธุรกิจโรงแรม บริการอาหาร การผลิต ค้าปลีก และการท่องเที่ยว โดยประเทศไทยเป็นประเทศที่มีระดับการเข้าร่วมของภาคธุรกิจสูงที่สุดในภูมิภาค สะท้อนถึงการยอมรับว่าคำมั่นสัญญาไข่ไก่ปลอดกรงไม่ใช่เพียงประเด็นด้านจริยธรรม แต่เป็นประเด็นทางธุรกิจที่ไม่อาจมองข้ามได้

ความคืบหน้าในภาคการเงินและการรณรงค์สาธารณะ

ความเปลี่ยนแปลงยังขยายไปสู่ภาคการเงินของประเทศไทย โดยธนาคารพาณิชย์ชั้นนำหลายแห่ง ซึ่งเคยได้รับคะแนนประเมินเป็นศูนย์จากการขาดการเปิดเผยข้อมูลด้านสวัสดิภาพสัตว์ ได้เริ่มเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะผ่านโครงการ Banks for Animals ส่งผลให้คะแนนประเมินของธนาคารกสิกรไทยปรับเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 12% หรืออันดับ 2 ของเอเชีย หลังการรณรงค์ในพื้นที่สาธารณะ

ในปีเดียวกัน ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ต่อสาธารณะ 30 ครั้ง และแคมเปญป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ 4 แห่ง ในพื้นที่ที่มีผู้สัญจรหนาแน่น เช่น หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยมุ่งสื่อสารกับกลุ่มบริษัทชั้นนำในภาคธุรกิจอาหารและการบริการ อาทิ เครือโรงแรม Marriott, Wyndham และ Inspire Brands (ดังกิ้น โดนัท) เพื่อผลักดันประเด็นสวัสดิภาพสัตว์เข้าสู่พื้นที่สาธารณะอย่างเป็นรูปธรรม

การทำงานในประเทศไทยยังเชื่อมโยงประเด็นสวัสดิภาพสัตว์เข้ากับความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการเข้าร่วม Bangkok Climate Action Week เป็นครั้งแรก และการเสวนาเรื่อง Just Transition ขององค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย และองค์กรภาคประชาสังคมอื่น ๆ

“ในระดับประเทศ แรงขับเคลื่อนยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีความก้าวหน้าที่สำคัญเกิดขึ้นแล้ว แต่ยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องผลักดันต่อไป – เราจะยังคงทำงานอย่างใกล้ชิดกับบริษัทที่ให้คำมั่นสัญญาไว้ พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้าของบริษัทที่ยังไม่แสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะ” ศนีกานต์ รศมนตรี ผู้อำนวยการซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ประเทศไทย กล่าว

ความท้าทายและโอกาสของระบบอาหารไทย

แม้จะมีพัฒนาการเชิงบวก แต่การเปลี่ยนผ่านของระบบอาหารไทยยังคงขับเคลื่อนโดยความสมัครใจของภาคธุรกิจเป็นหลัก ควบคู่กับกรอบนโยบายของภาครัฐ โดยในปี 2020 ประเทศไทยได้ประกาศแผนเพิ่มการผลิตไข่ไก่ปลอดกรงปีละ 10 ล้านฟอง และมีกฎหมายเปิดโอกาสให้องค์กรด้านสวัสดิภาพสัตว์มีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจระดับนโยบาย ขณะที่การกำกับดูแลการใช้กรงตับยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

ด้วยบริบทดังกล่าว คำมั่นสัญญาจากภาคธุรกิจยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง แม้ไข่จะเป็นอาหารหลักในชีวิตประจำวันของคนไทย แต่กระบวนการผลิตเบื้องหลังยังไม่เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง งานรณรงค์ในปี 2025 จึงมุ่งเพิ่มการรับรู้ของสาธารณชนต่อประเด็นสวัสดิภาพสัตว์ และความเชื่อมโยงกับความปลอดภัยทางอาหาร สุขภาพของประชาชน และความยั่งยืนของระบบอาหาร

ในฐานะผู้ส่งออกไข่รายใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งผลิตไข่ประมาณ 480 ล้านฟองในปี 2025 (มกราคม–พฤศจิกายน) ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคและระดับโลก มาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ที่สูงขึ้นจึงเริ่มกลายเป็น ข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน ที่สอดคล้องกับความคาดหวังของตลาดโลกและความต้องการด้านความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้นภายในประเทศ

แรงขับเคลื่อนระดับภูมิภาคและทิศทางปี 2026

ในระดับภูมิภาคAsia’s Cage-Free Tracker ได้ประเมินบริษัท 95 แห่งทั่วเอเชีย ตอกย้ำบทบาทของความโปร่งใสในการติดตามคำมั่นสัญญา และกระตุ้นการเปิดเผยข้อมูลของภาคธุรกิจ การมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก่อให้เกิดความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม เช่น ONYX Hospitality Group ให้คำมั่นเปลี่ยนมาใช้ไข่ไก่ปลอดกรงในเครือโรงแรมทั่ว ไทย ลาว มาเลเซีย และศรีลังกา

ด้านการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริโภค: โครงการ Nourishing Tomorrow มีสถาบันเข้าร่วม 24 แห่ง ให้คำมั่นลดการจัดซื้อผลิตภัณฑ์จากสัตว์ 20% และจัดเมนูอาหารจากพืชอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง คำมั่นดังกล่าวคาดว่าจะช่วยทดแทนการใช้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ได้เกือบ 2.6 ล้านมื้อต่อปี สะท้อนบทบาทของภาคสถาบันในการขับเคลื่อนระบบอาหารที่ยั่งยืนมากขึ้น

ในปี 2026 ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล จะยังคงเดินหน้าลดความทุกข์ของสัตว์ในระบบอาหาร พร้อมเสริมสร้างการรณรงค์ที่ครอบคลุมในประเทศกลุ่ม Global South โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบัน สนับสนุนภาคธุรกิจในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบปลอดกรง และทำงานร่วมกับผู้กำหนดนโยบายบนฐานข้อมูลที่ชัดเจน

“เราภูมิใจในความคืบหน้าที่เกิดขึ้นในปี 2025 ซึ่งเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่ง แม้ความท้าทายข้างหน้ายังคงมีอยู่ แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า การทำงานอย่างต่อเนื่องสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของภาคธุรกิจ สนับสนุนการกำหนดนโยบาย และช่วยลดความทุกข์ของสัตว์ได้ในวงกว้างอย่างเป็นรูปธรรม” แคโรลินา กาลวานี ผู้อำนวยการบริหาร ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...