โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาชี้ ‘ภูมิธรรม–ทวี’ รอด! ส่งผลสะเทือน สว.ที่เล่นบทเหยื่อกระอัก

ไทยโพสต์

อัพเดต 22 มกราคม 2569 เวลา 13.47 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

22 ม.ค.2569 - นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ยกคำร้อง” แต่ไม่ได้ “ยกความสงสัย”: นัยทางการเมือง-รัฐธรรมนูญ วิเคราะห์คดี “ภูมิธรรม–ทวี” กับคดีเงาฮั้วเลือก สว. มีเนื้อหาว่า
เมื่อวันพุธที่ 21 มกราคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกนั่งพิจารณาคดีสำคัญ (เรื่องพิจารณาที่ 8/2568) กรณีประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ นายภูมิธรรม เวชยชัย และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ว่าสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

1. ผลคำวินิจฉัย: “รอด” บนบรรทัดฐานทางจริยธรรม

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากว่า ความเป็นรัฐมนตรีของทั้งสองไม่สิ้นสุดลง เนื่องจากไม่ปรากฏพฤติการณ์ตามข้อกล่าวหา แม้ในทางปฏิบัติรัฐมนตรีทั้งสองจะพ้นจากตำแหน่งไปก่อนหน้า (ตามการพ้นตำแหน่งของนายกฯ แพทองธาร ในคำวินิจฉัยที่ 17/2568) แต่ศาลยังคงวินิจฉัยต่อเพื่อวางบรรทัดฐานทางจริยธรรม

2.ประเด็นข้อกล่าวหาและการหักล้างของศาล

กลุ่ม สว. ผู้ร้องอ้างว่า รัฐมนตรีทั้งสองใช้อำนาจแทรกแซง กกต. โดยใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตรวจสอบคดี "ฮั้วเลือก สว. ปี 2567" ซึ่งมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งฝ่ายนิติบัญญัติ อย่างไรก็ตาม ศาลมีเหตุผลหักล้างสำคัญ 3 ประการ:

(1) เป็นการทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ: การตรวจสอบของ DSI เกิดจากคำร้องเรียนของประชาชนเรื่องความไม่โปร่งใส ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญระดับประเทศ

(2) ปฏิบัติทางกฎหมายอย่างถูกต้อง: การรับเป็นคดีพิเศษเป็นมติของคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และเป็นการช่วยอุดช่องว่างที่ กกต. ไม่สามารถสอบสวนคดีอาญาบางลักษณะได้

(3) ไร้หลักฐานการสั่งการส่วนตัว: ไม่พบว่ารัฐมนตรีใช้อำนาจกดดันหรือแทรกแซงนอกเหนือขอบเขตคดีอาญา

3.นัยทางการเมือง: เมื่อผู้ร้อง “เสียมากกว่าได้”

แม้ในทางคดีฝ่ายรัฐมนตรีจะเป็นผู้ชนะ แต่ในทางยุทธศาสตร์ทางการเมือง คำวินิจฉัยนี้กลับสร้างผลกระทบย้อนกลับ (Backfire) ต่อกลุ่ม สว. เสียงข้างมากอย่างรุนแรง:

(1) ข้ออ้าง "เหยื่อ" อ่อนแรงลง: การที่ศาลชี้ว่าการตรวจสอบของรัฐบาล "ไม่ผิด" ทำให้ข้ออ้างที่ว่ากลุ่ม สว. ถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองสูญเสียน้ำหนัก

(2) คดีฮั้วยังเดินหน้าต่อ: คำวินิจฉัยนี้ไม่ได้เป็นการรับรองว่าการเลือก สว. สะอาดบริสุทธิ์ เพียงแต่บอกว่ารัฐมนตรี "ไม่ได้ทำผิดขั้นตอน" ดังนั้น กระบวนการตรวจสอบคดีฮั้วเลือก สว. จึงยังสามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่มีข้อติดขัดทางรัฐธรรมนูญ

"ศาลไม่ได้ถูกถามว่ามีการฮั้วหรือไม่ แต่ถามว่ารัฐมนตรีทำเกินหน้าที่หรือไม่ เมื่อศาลบอกว่าไม่เกินหน้าที่ ประตูแห่งความสงสัยเรื่องการฮั้วจึงยังเปิดกว้างอยู่"

4.จุดอ่อนของระบบ: เสียงข้างน้อยที่ไร้ที่ยืน

คดีนี้ยังสะท้อนความเหลื่อมล้ำในกลไกตรวจสอบ:

(1) สว. เสียงข้างน้อย: พยายามตรวจสอบในประเด็นเดียวกันแต่กลับถูกสกัดตั้งแต่ต้นเพราะรวบรวมรายชื่อไม่ครบตามเกณฑ์

(2) สว. เสียงข้างมาก: สามารถใช้กลไกสภาส่งเรื่องถึงศาลได้ง่ายกว่า สิ่งนี้ตอกย้ำปัญหาเชิงโครงสร้างว่า "ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เนื้อหา แต่อยู่ที่ว่าใครถือครองอำนาจในการส่งเรื่องถึงศาล" ซึ่งเป็นคำถามใหญ่ต่อความชอบธรรมของระบบตรวจสอบในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

5.บทสรุป: ยกคำร้อง แต่ไม่ยกข้อสงสัย

ในสังคมประชาธิปไตย คำวินิจฉัยที่ “ไม่ปิดคำถาม” อาจสำคัญกว่าคำวินิจฉัยที่ “ให้คำตอบเด็ดขาด” ชัยชนะของนายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่จุดสิ้นสุดของข้อครหาเรื่องที่มาของวุฒิสภา แต่มันคือการยืนยันว่ากลไกการตรวจสอบอาญายังคงทำงานได้ และสังคมไทยยังคงรอคำตอบที่เป็น "ขาว" หรือ "ดำ" มากกว่าสถานะ "เทา" ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...