โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ชาวแม่ฮ่องสอน วอนรัฐทบทวน พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยกเคส 'พยาบาลโรซ่า' สังเวยชีวิตให้คนเมาแล้วขับ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่ศูนย์ไทใหญ่ศึกษา วิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดเวทีสรุปบทเรียนจากความสูญเสียและมอบเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผ่านกองทุนช่วยเหลือเด็ก เยาวชน และครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเมา โดยสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า พร้อมส่งเสียงเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้พิจารณาการแก้ไขกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างถี่ถ้วน รอบคอบ และยึดชีวิตประชาชนเป็นศูนย์กลาง เมื่อเร็วๆ นี้

เวทีดังกล่าวจัดขึ้นภายหลังเกิดอุบัติเหตุเมาแล้วขับใน จ.นครสวรรค์ รถยนต์เก๋งขับฝ่าไฟแดงชนรถจักรยานยนต์ เป็นเหตุให้ น.ส.เมลารินทร์ ชัยโรจน์รัธนันท์ หรือ “น้องโรซ่า” อายุ 24 ปี พยาบาลวิชาชีพ แผนกห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลศรีสวรรค์ จ.นครสวรรค์ เสียชีวิต หลังเลิกเวรเวลา 24.00 น. ระหว่างขับรถจักรยานยนต์กลับที่พัก ในคืนวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ครอบครัวได้นำร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาคริสต์ ที่บ้านเกิด จ.แม่ฮ่องสอน ท่ามกลางความโศกเศร้าและความสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่าได้

โดย นายประเสริฐ ประดิษฐ์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน และแกนนำเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่กรณีแรก และอาจไม่ใช่กรณีสุดท้าย หากรัฐยังไม่ทบทวนนโยบายและกฎหมายอย่างจริงจัง โดยตั้งคำถามว่า สังคมไทยต้องสูญเสียอีกกี่ชีวิตจากอุบัติเหตุที่มีแอลกอฮอล์เป็นปัจจัย จึงจะเกิดการตัดสินใจเชิงนโยบายที่ยึดความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก จากกรณีดังกล่าวเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวของ น.ส.เมลารินทร์จำนวน 10,000 บาท แม้จะเป็นเงินไม่มากแต่อยากให้สังคมได้รับรู้ว่าองค์กรต่างๆ จะต้องตระหนักรู้ดูแลคนที่เป็นเหยื่อน้ำเมา

นายประเสริฐ กล่าวว่า สถานการณ์ความสูญเสียจากอุบัติเหตุและความรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ สะท้อนถึงการคุกคาม สิทธิขั้นพื้นฐานในการมีชีวิตและความปลอดภัย ของประชาชน ซึ่งเป็นหลักการสำคัญตามรัฐธรรมนูญและพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนที่รัฐไทยต้องคุ้มครอง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก เยาวชน กลุ่มชาติพันธุ์ และประชาชนที่อยู่ในภาวะเปราะบาง ด้วยเหตุนี้ เครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดแม่ฮ่องสอนจึงเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งหาเครื่องมือต่างๆ ในการลดความสูญเสีย โดยเฉพาะพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮฮล์ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2568 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อ 8 พฤศจิกายน แต่ต้องออกกฎหมายลำดับรองต่างๆ เช่น มาตรา 29 (2) เรื่องห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับบุคคลที่มีอาการมึนเมา ซึ่งอธิบดีกรมควบคุมโรคต้องออกหลักเกณฑ์และวิธีการในการตรวจสอบอาการมึนเมา หากมีความชัดเจนและบังคับใช้อย่างจริงจังน่าจะช่วยลดความสูญเสียลงได้

“ทุกชีวิตมีคุณค่าเท่าเทียมกัน และไม่ควรมีใครต้องสูญเสียชีวิต เพื่อแลกกับความหละหลวมของกฎหมายหรือนโยบายของรัฐ พร้อมเรียกร้องให้รัฐดำเนินนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างรับผิดชอบ เพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกในสังคมไทยอีกครั้ง” นายประเสริฐ กล่าว

ด้าน นายชอแล และ น.ส.โบแหมะ ชัยโรจน์รัธนันท์ พ่อและแม่ของน้องโรซ่า เปิดเผยว่า น้องโรซ่าเป็นบุตรคนสุดท้องในครอบครัวยากจน ชาติพันธุ์กะเหรี่ยงแดง ชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่น้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจ และฝันจะเป็นพยาบาลอาชีพที่มีเกียรติ แต่ความสูญเสียครั้งนี้ได้พรากความหวังของครอบครัวไปทั้งหมด และยังกังวลว่า จะไม่ได้รับความยุติธรรมอย่างแท้จริง เพราะพวกเราเป็นเพียงครอบครัวชาติพันธุ์ที่ขาดความรู้ทางกฎหมาย และเกรงว่าคดีจะเงียบหายไป

ทั้งนี้ ภายในเวทีรายงานสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนช่วงควบคุมเข้มข้นเทศกาลปีใหม่ 2569 จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568 – 5 มกราคม 2569 พบอุบัติเหตุ 77 ครั้ง บาดเจ็บ 87 ราย เสียชีวิต 1 ราย ลดลงจากปี 2568 แต่กว่าร้อยละ 90 ของอุบัติเหตุยังเกี่ยวข้องกับรถจักรยานยนต์ และมากกว่าครึ่งไม่สวมหมวกนิรภัย ขณะที่ยังพบพฤติกรรมดื่มแล้วขับ จึงจำเป็นต้องเสริมมาตรการเชิงนโยบายและความร่วมมือจากหน่วยงานสาธารณสุข สถานศึกษา และเครือข่ายชุมชน เพื่อสร้างบรรทัดฐาน “ไม่ดื่ม ไม่ขับ” อย่างเป็นรูปธรรม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชาวแม่ฮ่องสอน วอนรัฐทบทวน พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยกเคส ‘พยาบาลโรซ่า’ สังเวยชีวิตให้คนเมาแล้วขับ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...