โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์ระบุใช้การทูตเจรจาอิหร่าน "ไม่เป็นที่พึงพอใจ" ยอมรับกำลังตัดสินใจในขั้นต่อไป

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่ระดับสูงสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ อาจโจมตีอิหร่านกลางเดือนมีนาคม เพราะการจัดวางกำลังทหารจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์พอดี ขณะที่ทรัมป์เผยใช้การทูตเจรจาอิหร่านแล้วไม่เป็นที่พึงพอใจ ยอมรับกำลังตัดสินใจดำเนินการขั้นต่อไป

เจ้าหน้าที่ระดับสูงสหรัฐฯ สหรัฐฯ อาจโจมตีอิหร่านในช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่กำลังทหารที่สหรัฐฯ ได้ส่งไปยังตะวันออกกลางนั้นจะมีการจัดวางอย่างเสร็จ สมบูรณ์พอดี ซึ่งสอดคล้องกับแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับการวางแผนระบุว่า รัฐบาลอิสราเอลเชื่อว่าอิหร่านและสหรัฐฯ กำลังอยู่ในภาวะชะงักงัน และกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ในการปฏิบัติการทางทหารร่วมกับสหรัฐ แม้ยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะดำเนินการหรือไม่

ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง นี่จะเป็นครั้งที่สองในรอบไม่ถึงหนึ่งปีที่สหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ต่อจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายทางทหารและนิวเคลียร์เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาโโย เจ้าหน้าที่อิสราเอล 2 รายให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า พวกเขาเชื่อว่าช่องว่างระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านไม่อาจประสานได้ และความเสี่ยงของการยกระดับทางทหารในระยะใกล้มีสูง

ในขณะที่ เจ้าหน้าที่บางคนจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางมองว่า อิหร่านกำลังคำนวณผิดพลาดอย่างอันตรายด้วยการยืนกรานรอข้อยอมรับบางประการ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากการเสริมกำลังทหารของตนเอง โดยไม่สามารถถอยได้โดยไม่เสียหน้า หากอิหร่านไม่ให้คำมั่นชัดเจนว่าจะยุติความทะเยอทะยานด้านอาวุธนิวเคลียร์

ด้าน อลัน แอร์ อดีตนักการทูตสหรัฐและผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่าน กล่าวว่า “ทั้งสองฝ่ายต่างยืนกรานจุดยืนของตน” พร้อมเสริมว่า จะไม่มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ “เว้นแต่สหรัฐและอิหร่านจะยอมถอยจากเส้นแดงของตน ซึ่งเขาไม่คิดว่าพวกเขาจะทำ” เขากล่าวเพิ่มเติมว่า ทรัมป์ไม่สามารถระดมกำลังทหารจำนวนมากแล้วกลับมาพร้อมข้อตกลงที่ไม่ชัดเจนและถอนกำลังออกได้ เพราะอาจถูกมองว่าเสียหน้า และหากมีการโจมตี “สถานการณ์จะเลวร้ายอย่างรวดเร็ว”

อย่างไรก็ตาม การเจรจาอิหร่าน–สหรัฐฯ 2 รอบหยุดชะงักในประเด็นหลักที่สร้างความกังวลมากที่สุดซึ่งประกอบด้วย ประเด็นการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียม, ขีปนาวุธ ไปจนถึงการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร ที่สหรัฐฯ ยืนกรานว่าอิหร่านจะต้องยกเลิกการพัฒนาโครงการเหล่านั้น ในขณะที่อิหร่านย้ำจุดยืนของตนว่าประเด็นดังกล่าวจะต้องไม่ขึ้นมาอยู่บนโต๊ะเจรจา

แหล่งข่าวระบุว่า เมื่อผู้ไกล่เกลี่ยจากโอมานส่งซองเอกสารข้อเสนอเกี่ยวกับขีปนาวุธจากฝ่ายสหรัฐฯ ให้พิจารณา แต่ทางอับบาส อารัคชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน “ปฏิเสธแม้แต่จะเปิดอ่านและส่งคืนทันที” หลังการเจรจาที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา อารัคชีกล่าวว่าทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องใน “หลักการชี้นำ” แต่ทำเนียบขาวระบุว่ายังมีความเห็นต่างกันอยู่มาก

นอกจากนี้ ช่วงเวลาที่อาจเกิดการโจมตียังไม่ชัดเจน “มาร์โก รูบิโอ” รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ มีกำหนดพบกับเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เพื่อหารือเรื่องอิหร่าน ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯระดับสูงรายหนึ่งระบุว่า จะต้องถึงกลางเดือนมีนาคมจึงจะจัดวางกำลังทหารสหรัฐได้ครบถ้วน

ทั้งนี้ ทางฝั่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวานนี้ (27 กุมภาพันธ์) ว่าเขาไม่มีความสุขกับอิหร่าน และต้องการทำข้อตกลงกับอิหร่าน แต่เตือนว่า “บางครั้งก็จำเป็นต้อง” ใช้กำลังทหาร อีกทั้งทรัมป์ยังยอมรับว่าการทูตผ่านการเจรจากับอิหร่านไม่เป็นที่พึงพอใจและเขายอมรับว่ากำลังตัดสินใจสำหรับดำเนินการขั้นต่อไป

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวขณะออกจากทำเนียบขาวเพื่อเดินทางไปยังรัฐเท็กซัส โดยกล่าวว่าอิหร่านยังคงไม่ยอมละทิ้งอาวุธนิวเคลียร์ตามที่สหรัฐฯ เรียกร้อง ซึ่งเขากล่าวเรื่องนี้หนึ่งวันหลังจากการเจรจาระหว่างผู้แทนสหรัฐฯ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ กับเจ้าหน้าที่อิหร่านที่นครเจนีวา สิ้นสุดลงโดยไม่มีข้อตกลง ขณะเดียวกัน กองกำลังทหารสหรัฐฯ จำนวนมากได้ประจำการอยู่ในภูมิภาคดังกล่าวเพื่อรอคำสั่งจากทรัมป์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...