‘ธรรมนัส’ ลั่นพร้อมเป็นฝ่ายค้านถ้าถูกลอยแพ ยัน ‘กล้าธรรม’ มีศักดิ์ศรี
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 27 ก.พ. ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ได้เดินทางเข้ากระทรวงเกษตรฯ เป็นครั้งแรกภายหลังจากเดินทางกลับจากการพักผ่อน ที่ประเทศฟินแลนด์ โดยสื่อมวลชนได้ทักทายว่า "มารอทุกวันเลย" จากนั้น ร.อ.ธรรมนัสได้ให้สัมภาษณ์ ถึงความชัดเจนในการร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยว่า ยังไม่มี ยังไม่ได้คุยกับใคร ไม่มีใครติดต่อมา
เมื่อถามว่าจนถึงวินาทีนี้ รู้หรือยังว่าพรรคกล้าธรรม จะเข้าร่วมเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ยังไม่ทราบ รอให้รายงานตัว สส.เรียบร้อยก่อน และยังไม่ทราบว่าการประกาศรับรองผล สส.แบบบัญชีรายชื่อจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่ก็ได้ให้สมาชิกรอไปรายงานตัวพร้อมกัน
เมื่อถามถึงกระแสข่าวการดีล 9 สส.งูเขียวเพื่อให้โหวตสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตอนที่ตนอยู่ฟินแลนด์ก็มี สส.พรรคกล้าธรรมติดต่อโทรศัพท์มารายงานว่ามีการติดต่อมาจริง ทุกคนรายงานตนหมด ส่วนใหญ่ก็เป็นไปตามบางบุคคลที่เป็นข่าว
เมื่อถามต่อว่าได้สัญญาอะไรไว้กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่เคยสัญญาอะไรกับใคร เมื่อถามย้ำว่าก่อนหน้านี้ ร.อ.ธรรมนัสเคยระบุว่า นายอนุทินเคยพูดว่าถ้าไม่มีใครจับกับพรรคกล้าธรรม ก็มาจับมือกัน 2 พรรคนั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การเมืองไม่มีสัญญาอะไร มีแต่วันพรุ่งนี้ ไม่มีเมื่อวาน
เมื่อถามว่าวันนี้จุดยืนของ ร.อ.ธรรมนัสจะทำอย่างไรต่อ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การเป็นนักการเมืองต้องมีศักดิ์ศรี ต้องให้ความสนใจกับงานและหน้าที่ของตัวเอง เป็นสส. ก็ต้องสนใจพื้นที่ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม คนอย่างธรรมนัส ก็ช่วยประชาชน
เมื่อถามอีกว่าจะบอกได้เมื่อไหร่ว่าพรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นมารยาททางการเมือง เราต้องให้พรรคอันดับ 1 ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเขาจะเลือกใคร หรือไม่เลือกใครร่วมรัฐบาลก็เป็นสิทธิของเขา ดังนั้นเมื่อหัวหน้าพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เขาบอกแล้วว่ายังดีลไม่จบ ก็ต้องให้เกียรติเขาก่อน ไม่ควรไปออกตัว ไม่ควรจะออกตัวว่าจะไปซ้ายหรือขวา สิ่งสำคัญคือต้องมีศักดิ์ศรี ถ้าไม่มีก็อย่ามาเป็นนักการเมือง
เมื่อถามย้ำว่าส่วนตัวจะไม่ตัดสินใจเอง และจะรอสัญญาณการร่วมเป็นรัฐบาลใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนไม่ได้ตัดสินใจเอง เพราะต้องรอการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ทั้งหมด ว่าท้ายที่สุดจุดยืนของเราจะอยู่ตรงไหน และอยู่ที่พรรคแกนนำว่าเขาจะว่าอย่างไร หากวันหนึ่งได้รับคำตอบชัดเจนว่าเขาพร้อมแล้ว โดยที่ไม่มีพรรคกล้าธรรม เราก็พร้อมทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านคอยตรวจสอบ
เมื่อถามด้วยว่าก่อนหน้านี้ได้ร่วมหัวจมท้ายกับพรรคภูมิใจไทยมา แต่วันนี้ไม่มีความชัดเจนในการร่วมรัฐบาล เหตุใดถึงต้องรอให้พรรคภูมิใจไทยเป็นคนตัดสินใจ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนมีจุดยืนของตน และพรรคกล้าธรรมก็มีจุดยืน เราจะไม่วิ่งเข้าไปหา โดยไม่มีศักดิ์ศรี ไม่ใช่สไตล์ตน ส่วนจะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม เมื่อใด ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า รอให้มีการรับรอง สส.ทั้งหมดก่อนและเมื่อทุกคนไปรายงานตัวแล้ว ก็จะนัดประชุม
เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในฐานะครูใหญ่พรรคภูมิใจไทยแล้วหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ทำไมต้องคุยกับนายเนวิน อย่าดึงท่านมาเกี่ยว อย่างการดีลจัดตั้งรัฐบาลครั้งที่แล้ว ตนก็พูดคุยเพียงกับหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คือนายอนุทิน เพราะฉะนั้นอย่าดึงบุคคลภายนอกมาเกี่ยวข้อง เดี๋ยวจะผิดกฎหมาย ส่วนนายอนุทิน มีสิทธิขาดในการตัดสินใจของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เป็นเรื่องของเขา
เมื่อถามว่าก่อนการเลือกตั้งและภายหลังการเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยเปลี่ยนไปหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ การเมืองก็เป็นแบบนี้ ส่วนหากเป็นฝ่ายค้านจะมีวิธีอย่างไรทำให้ลูกพรรคไม่โหวตแตกแถว หรือเป็นงูเห่า ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สส.ของพรรคกล้าธรรม ถ้าเป็น สส. เก่า เป็นเลือดตน 100 เปอร์เซ็นต์ เราผ่านอะไรกันมาเยอะ ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เราก็อยู่ด้วยกันมาตลอด โดยมีทั้งหมด 18 คน ที่อยู่ตั้งแต่พรรคพลังประชารัฐเดิม จนไปอยู่พรรคเศรษฐกิจไทยด้วยกัน และกลับมาอยู่พรรคพลังประชารัฐก็กลับมาอยู่ด้วยกัน ส่วน สส.กลุ่มเพื่อนต่อ (นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน) นั้น เราคุยกันทุกวัน ซึ่งนายเฉลิมชัยก็ตอบสื่อมวลชนไปแล้วว่า ชัดเจน ไปไหนไปกัน
เมื่อถามย้ำว่า มั่นใจในเสียงของพรรคกล้าธรรมทั้งหมด หรือเพียง 18 เสียงที่อยู่กันมา ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สส.หน้าใหม่ทั้งหมด คือลูกน้องตนเอง เมื่อถามอีกว่า เรื่องงูเห่าสีเขียวได้มีการพูดคุยกันแล้วใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า นายเฉลิมชัย ยืนยันว่าจะอยู่ร่วมหัวจมท้ายด้วยกัน
เมื่อถามย้ำว่าได้คุยโทรศัพท์ส่วนตัวกับนายเฉลิมชัยหรือไม่ หลังจากมีข่าว 9 งูเขียว ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนให้เกียรติที่จะไม่ถามเรื่องนี้ แต่ท่านบอกกับตนว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ เราร่วมหัวจมท้ายกัน ซึ่งตนได้พูดคุยหลังจากที่กลับถึงประเทศไทยแล้ว
เมื่อถามอีกว่าได้มีการพูดคุยกับนายอนุทินหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ได้คุย ทั้งก่อนและหลังที่จะเดินทางไปประเทศฟินแลนด์ ตั้งแต่ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา รวมถึงไม่มีสัญญาณใดๆ ต้องเรียนว่าสาเหตุที่ไม่ได้พูดคุยกัน เพราะตนไม่ได้โทรศัพท์ไปหาใคร รวมถึงคนในพรรคภูมิใจไทยคนอื่นๆ ก็ไม่ได้โทรศัพท์มาด้วย
เมื่อถามด้วยว่า ข้อเสนอที่ให้โหวตนายกฯ ก่อน แล้วค่อยมาเกลี่ยกระทรวงกันทีหลัง มีความคิดเห็นอย่างไร ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนไม่ตัดสินใจตอนนี้ ต้องขอคุยกับพี่น้องของตนก่อน เมื่อถามย้ำว่า รู้สึกอย่างไรเมื่อโผ ครม. ล่าสุด ไม่มีชื่อของพรรคกล้าธรรม ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนก็เพิ่งทราบจากพี่น้องสื่อมวลชน ส่วนจะยกมือโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ต้องรอถามคณะกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม ตนตัดสินใจแทนไม่ได้
เมื่อถามต่อว่า มองอย่างไรหากพรรคเพื่อไทยมาบริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่มีความเห็น ตนยังห่วงงานในกระทรวงเกษตรฯ ตั้งแต่รัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน ก็มีหลายเรื่องที่ตนอยากจะทำ แต่ปรากฏว่าเปลี่ยนรัฐบาลและเปลี่ยนนายกฯบ่อย ทำให้นโยบายของรัฐบาลไม่ต่อเนื่อง จนมาถึงรัฐบาลนายอนุทินก็สั้นเกินไป ทำให้ไม่สามารถทำอะไรที่เป็นรูปธรรมได้ ได้แต่วางโครงสร้าง ตนก็เป็นห่วงอนาคตของเกษตรกร เพราะสมมุติว่าหากคนที่ไม่เข้าใจภาคการเกษตรจริงๆ แล้วมานั่งตรงนี้ ก็จะเหนื่อย
เมื่อถามต่อว่าเงื่อนไขในการร่วมรัฐบาลคืออะไร ร.อ.ธรรมนัส หัวเราะในลำคอ ก่อนจะเดินออกจากวงสัมภาษณ์ไม่ตอบคำถามดังกล่าว ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ถ้ามีข้อเสนอว่าพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล แต่ ร.อ.ธรรมนัสไม่รับตำแหน่ง สูตรนี้เป็นไปได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว และเดินขึ้นห้องทำงานทันที.