โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เวทีดีเบตเนชั่นเดือดแก้รธน.! หวั่น ‘ตีเช็คเปล่า’ ล้างผิดนักการเมือง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บนเวทีเนชั่นดีเบต จุดเด่นประเทศไทย ประเด็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กลายเป็นสมรภูมิทางความคิดที่ดุเดือดระหว่างตัวแทนพรรคการเมือง โดยมีปมสำคัญอยู่ที่ว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 สมควรถูก “เขียนใหม่ทั้งฉบับ” หรือเพียงแค่ “แก้ไขรายมาตรา” ท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์ถึงผลกระทบต่อสิทธิประชาชนและโครงสร้างอำนาจรัฐ

นายทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติกล่าวว่า เห็นชอบในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งรัฐธรรมนูญเป็นเสมือน "แผ่นดิน" ที่ต้องให้ความยุติธรรมและคุ้มครองคนทุกคน แต่รัฐธรรมนูญปี 2560 ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน

โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญนี้ในการทำประชามติ โดยจังหวัดปัตตานีไม่รับถึง 64% ตามด้วยนราธิวาสและยะลา ซึ่งเป็นภาพสะท้อนว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ “ไม่เห็นหัวประชาชน”

นอกจากนั้น รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ยังมีจุดอ่อนในเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม โดยเขียนเรื่องเศรษฐกิจไว้แย่มาก บังคับให้เกษตรกรต้องขายสินค้าในราคาตลาด ซึ่งเอื้อต่อกลุ่มทุน แทนที่จะเป็นราคาที่สูงที่สุดเพื่อช่วยเกษตรกร

รวมถึงเรื่องการศึกษาที่ปรับลดสิทธิจาก “ไม่ต่ำกว่า 12 ปี” เป็น “ไม่เกิน 12 ปี” ซึ่งเป็นการจำกัดการพัฒนาคุณภาพมนุษย์ ดังนั้นรัฐธรรมนูญใหม่จึงต้องเน้นการแบ่งปันทรัพยากร อำนาจ และสร้างความสมดุลใหม่ให้เกิดขึ้น

ด้านนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โต้แย้งในประเด็นดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยระบุว่า พรรคมีจุดยืนว่า “รัฐธรรมนูญแก้ได้ แต่ฉีกทิ้งไม่ได้” พร้อมตั้งคำถามถึงตรรกะของหลายพรรคการเมืองที่พยายามเสนอให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า เป็นการขอ “เช็คเปล่า” จากประชาชน เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าหน้าตาของรัฐธรรมนูญใหม่จะเป็นอย่างไร

ทั้งนี้ การที่พรรครัฐบาลที่ประกาศว่า จะปกป้องหมวด 1 (รูปแบบรัฐ) และหมวด 2 (สถาบันพระมหากษัตริย์) แต่กลับเสนอคำถามประชามติในลักษณะที่เปิดทางให้มีการจัดทำใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งดูขัดแย้งในตัวเอง เพราะประเด็นที่เคยเป็นข้อได้เปรียบอย่างเรื่อง ส.ว. แต่งตั้งร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีนั้นได้จบสิ้นลงแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง แต่ควรใช้วิธีการแก้ไขในจุดที่เหมาะสมแทน

ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (เท้ง) ผู้นำพรรคประชาชน ยืนยันว่า พรรคไม่เคยมีแนวความคิดที่จะแก้กฎหมายเพื่อยกเว้นบทบัญญัติเรื่องการตัดสิทธิ์ทางการเมือง และในร่างแก้ไขที่เคยนำเสนอได้มีการปิดช่องโหว่เหล่านี้ไว้หมดแล้ว แต่มองว่า ประชาชนเจ้าของอธิปไตยมีสิทธิ์ทำรัฐธรรมนูญใหม่ได้ โดยต้องไปเพิ่มหมวด 15/1 เพื่อวางโครงสร้างการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ให้ชัดเจน

นายอรรถวิชช์กล่าวต่อว่า หากต้องการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับตามแนวทางศาลรัฐธรรมนูญ จะต้องทำประชามติถึง 3 ครั้ง ซึ่งต้องใช้งบประมาณครั้งละประมาณ 3,000 ล้านบาท รวมเกือบ 10,000 ล้านบาท ซึ่งเงินที่มากขนาดนี้ไปใช้ดูแลประชาชนที่ยากจนไม่ดีกว่าเหรอ

“นักการเมืองไม่กล้าบอกให้ชัดว่า จะแก้อะไรจึงเลือกวิธีที่ยุ่งยากและสิ้นเปลือง ยืนยันว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ “ฉีกไม่ได้ แต่แก้ได้” ผ่านมาตรา 256 ซึ่งทำได้ทุกอย่างแต่ต้องผ่านกระบวนการที่ถูกต้อง”นายอรรถวิชช์กล่าว

ขณะที่พรรคประชาชนมองว่าประชาชนเจ้าของอธิปไตยมีสิทธิ์ทำรัฐธรรมนูญใหม่ได้ โดยต้องไปเพิ่มหมวด 15/1 เพื่อวางโครงสร้างการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ให้ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการขอให้ยกมือเพื่อยืนยันว่า จะไม่เห็นด้วยกับการแก้หมวด 1 และหมวด 2 พบว่า มีเพียงนายณัฐพงษ์ (เท้ง) เพียงคนเดียวที่ไม่ยกมือ โดยนายณัฐพงษ์ให้เหตุผลว่า กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีตัวล็อคในตัวเองอยู่แล้วว่า ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้ จึงไม่ควรไปล็อคการตั้งคำถามประชามติให้เสียหลักการที่ว่ารัฐธรรมนูญต้องมาจากประชาชนทั้งฉบับ

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จากพรรคไทยสร้างไทย ยืนยันชัดเจนว่า พรรคมีจุดยืน ไม่แก้หมวด 1 และหมวด 2 มาตั้งแต่การเลือกตั้ง ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะมุ่งเน้น การแก้เพื่อเพิ่มอำนาจการตรวจสอบให้นักการเมือง และทำให้การปราบโกงเกิดขึ้นได้จริง

ด้านนายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เสนอทางออกเพื่อให้ประชาชนสบายใจที่จะลงมติเห็นชอบในการทำประชามติ โดยให้ทุกพรรคการเมืองยืนยันร่วมกันว่าจะไม่แก้ไขหมวด 1 (บททั่วไป) และหมวด 2 (พระมหากษัตริย์ ) และให้เขียนข้อกำหนดนี้ไว้ในมาตรา 256 เพื่อให้มั่นใจว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือที่ทำให้นักการเมืองหลุดพ้นจากการถูกตรวจสอบ

“หากทุกพรรคให้คำมั่นสัญญาหรือยืนยันในจุดยืนนี้อย่างชัดเจน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประชาชนไว้วางใจและยอมรับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้อย่างสบายใจ ไม่ควรเอามารวมและซุกซ่อนในการแก้รัฐธรรมนูญใหม่”นายอภิสิทธิ์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...