โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อัยการสั่งฟ้อง นานา-เวย์ ไทเทเนียม พร้อมพวก คดีฉ้อโกงประชาชน-แชร์ลูกโซ่ หลอกลงทุนสูญกว่า 170 ล้านบาท ค้านประกันตัว

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
อัยการสั่งฟ้อง นานา-เวย์ ไทเทเนียม พร้อมพวก คดีฉ้อโกงประชาชน-แชร์ลูกโซ่ หลอกลงทุนสูญกว่า 170 ล้านบาท ค้านประกันตัว

วันนี้ (23 กุมภาพันธ์) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 ได้นำตัว ไรบีนา อินทชัย (นานา ไรบีนา) อายุ 44 ปี และ ปริญญา อินทชัย (เวย์ ไทเทเนียม) แร็ปเปอร์ พร้อมพวกรวม 4 ราย มายื่นฟ้องต่อศาลอาญา ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน (แชร์ลูกโซ่) ตลอดจนปลอมและใช้เอกสารปลอม

คำฟ้องระบุรายชื่อจำเลยทั้ง 4 ราย

1. ไรบีนา อินทชัย

2. ปริญญา อินทชัย

3. บริษัท ฟลิกค์ออฟ เดอไรท์ โปรดักส์ชั่น จำกัด (โดยไรบีนา)

4. บริษัท ไรบีนา 2016 จำกัด (โดยไรบีนา)

โจทก์ระบุพฤติการณ์ว่า ระหว่างเดือนเมษายน 2564 ถึง ตุลาคม 2568 จำเลยทั้ง 4 ได้ร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายรวม 11 คน ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดความจริง โดยชักชวนให้ร่วมลงทุนในธุรกิจหลากหลายประเภท อาทิ ธุรกิจปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล, ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์, บริษัทกีฬา, กองทุน, ธุรกิจร้านอาหารต่างประเทศ และการซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์

ทั้งนี้ มีการเสนอผลตอบแทนในอัตราที่สูงกว่ากฎหมายกำหนด คือร้อยละ 4 ถึงร้อยละ 7 ต่อเดือน หรือร้อยละ 40 ของเงินลงทุน ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารตามที่จำเลยแจ้ง แต่ในความเป็นจริง จำเลยไม่มีเจตนานำเงินไปลงทุนตามที่กล่าวอ้าง ทว่าใช้วิธีนำเงินจากผู้ลงทุนรายใหม่ไปหมุนเวียนจ่ายเป็นผลตอบแทนให้ผู้ลงทุนรายเก่า ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

อัยการได้ร้องขอให้ศาลสั่งจำเลยชดใช้เงินคืนแก่ผู้เสียหายทั้ง 11 ราย พร้อมดอกเบี้ยอัตราสูงสุดตามกฎหมายนับตั้งแต่วันกู้ยืม โดยมีรายละเอียดความเสียหายดังนี้:

  • ผู้เสียหายที่ 1: 41,683,337 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 2: 46,394,000 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 3: 28,795,000 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 4: 3,550,000 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 5: 3,150,000 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 6: 4,364,500 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 7: 2,970,000 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 8: 1,500,000 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 9: 13,951,000 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 10: 4,000,000 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 11: 23,684,077 บาท

รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นกว่า 170 ล้านบาท

ในชั้นสอบสวน จำเลยทั้ง 4 ให้การปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม อัยการมองว่าคดีนี้มีพฤติการณ์ร้ายแรง เป็นการหลอกลวงประชาชนจนเกิดความเสียหายมูลค่ามหาศาล และส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม จึงขอให้ศาลลงโทษสถานหนัก และ คัดค้านการปล่อยชั่วคราว หากจำเลยยื่นคำร้องขอประกันตัว

ล่าสุด ศาลอาญาได้ประทับรับฟ้องไว้เป็น คดีดำที่ อ.508/2569 โดยขณะนี้จำเลยทั้ง 2 รายได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาสั่งการของศาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...