รัฐบาลทรัมป์โละกฎระเบียบเข้มงวด “การปล่อยมลพิษจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน”
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ว่า สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐ (อีพีเอ) ระบุว่า การยกเลิกนโยบายมาตรฐานปรอทและสารพิษในอากาศ (แมตส์) ปี 2567 จะปกป้องสุขภาพของประชาชน โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความเจริญรุ่งเรือง
อย่างไรก็ตาม กลุ่มสิ่งแวดล้อมโต้แย้งว่า การเปลี่ยนแปลงข้างต้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการยกเลิกนโยบายสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง ที่ได้รับการสนับสนุนจากทำเนียบขาว เพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและปอด โรคมะเร็ง และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
อนึ่ง มาตรการที่ประกาศใช้โดยอีพีเอในสมัยไบเดน เมื่อเดือน เม.ย. 2567 มีเป้าหมายเพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชน และบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ โดยกำหนดให้โรงไฟฟ้าถ่านหินควบคุมมลพิษคาร์บอน 90% รวมถึงเรียกร้องให้ลดการปล่อยปรอทและโลหะที่เป็นพิษ ในสัดส่วนมากกว่า 2 ใน 3
แต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อีพีเอชุดปัจจุบันภายใต้การนำของทรัมป์ ระบุในการแถลงข่าวว่า กฎระเบียบยุคไบเดนสร้าง “ต้นทุนมหาศาลและขั้นตอนที่ยุ่งยาก” ให้กับอุตสาหกรรมถ่านหิน
“กฎระเบียบต่อต้านถ่านหินของรัฐบาลไบเดน พยายามกำจัดภาคส่วนเศรษฐกิจพลังงานที่สำคัญอย่างยิ่ง แต่อีพีเอของทรัมป์รู้ว่า เราสามารถพัฒนาเศรษฐกิจ เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าพื้นฐาน และปกป้องสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันได้” นายลี เซลดิน ผู้อำนวยการอีพีเอ กล่าว
กระนั้น สภาป้องกันทรัพยากรธรรมชาติ (เอ็นอาร์ดีซี) ระบุในการแถลงข่าวว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดของอีพีเอ เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันครั้งใหญ่ของรัฐบาลทรัมป์ ในการลดทอนหรือยกเลิกมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนขั้นพื้นฐาน.
เครดิตภาพ : AFP