โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฟอเรสต์ 0-1 ลิเวอร์พูล: แนวรุกเงียบสนิท, แม็คอัลลิสเตอร์ ฮีโร่! ตัดเกรดแข้งหงส์บุกชนะเจ้าป่า

SIAMSPORT

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ลิเวอร์พูล ต้องเจอดราม่าซ้อนดราม่าจากวีเออาร์ แต่สุดท้ายทัพ

ตัวจริง

อลีสซง เบ็คเกอร์ : 6

เซฟสำคัญตั้งแต่ต้นเกมจากการหลุดเข้าไปยิงของ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย แต่จังหวะที่ต้องตำหนิดก็คือการเปิดบอลด้วยเท้าที่ทำได้ไม่ดีในเกมนี้ ขณะที่ครึ่งหลังดันปัดบอลไม่ดีจนทำให้ มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวท์ ได้ลุ้นยิงประตูแต่ติดบล็อกแนวรับ

โดมินิค โซโบซไล : 7.5

ลงเล่นในตำแหน่งแบ็กขวาช่วงต้นเกม ก่อนจะขยับขึ้นไปเล่นแดนกลาง ผ่านบอลเฉียบคมให้ ซาลาห์ การได้ยืนในตำแหน่งถนัดทำให้งัดฟอร์มเก่งออกมา และเป็นคนเปิดบอลในช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้ายนำไปสู่ประตูชัย

อิบราฮิม่า โกนาเต้ : 8

สภาพร่างกายและจิตใจแข็งแกร่งมากๆ จังหวะดวลตัวต่อตัวรับมือได้หมด ครึ่งหลังมีจังหวะเด็ดลากบอลจากแดนตัวเองทะลุไปเกือบถึงแดนคู่แข่ง พยายามช่วยทีมทุกจังหวะโดยเฉพาะการดันเกมสูงเพื่อลุ้นทำประตู

เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ : 7

คุมเกมรับได้ดี โดยเฉพาะจังหวะที่สกัดบอลเร็วก่อนที่ อีกอร์ เชซุสจะได้ยิงประตู พยายามช่วยทีมในจังหวะเล่นลูกกลางอากาศ และเป็นคนที่โหม่งแอสซิสต์ให้ แม็ค อัลลิสเตอร์ ยิงประตูชัย

มิลอส เคอร์เคซ : 6

เจองานหนักในการรับมือ โอมารี ฮัทชินสัน การเล่นเกมรับถือว่าใช้ได้ แต่เกมรุกแทบไม่มีส่วนร่วมอะไรมากนัก สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดก็คือการกล้าที่จะเข้าบอลในทุกจังหวะ

เคอร์ติส โจนส์ : 4

ได้โอกาสลงสนามเพราะ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ เจ็บช่วงซ้อม เล่นพลาดหลายครั้งโดยหนึ่งในนั้นคือจังหวะที่โดนแย่งบอลจนทำให้ ฮัดสัน-โอดอย ได้ลุ้นทำประตูช่วงต้นเกม และมีปัญหาเรื่องสภาพร่างกาย เสียบอลง่ายเกินไปหลายครั้ง ครึ่งหลังเล่นดีขึ้นมีโอกาสยิงประตูแต่ติดเซฟ สเตฟาน ออร์เตก้า

อเล็กซิส แม็คอัลลิสเตอร์ : 6.5

แพ้การดวลตัวต่อตัวแทบตลอด และถูกมิดฟิลด์ของฟอเรสต์เลี้ยงผ่านไปอย่างง่ายดาย การครองบอลทำได้ไม่ค่อยดี อย่างไรก็ตาม เขากลายเป็นฮีโร่ทำประตูชัยให้ลิเวอร์พูลในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ หลังเพิ่งถูกปฏิเสธโอกาสทำประตูไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านั้น

ไรอัน กราเฟนแบร์ก : 4

เล่นพลาดบ่อยครั้ง และประสบปัญหาอย่างหนักในการต่อสู้แย่งพื้นที่แดนกลาง เป็นผลงานที่น่าผิดหวังอย่างมากจากแข้งชาวดัตช์รายนี้

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : 4

แทบไม่มีบทบาทในการเล่นเกมรุกเลย ส่วนเกมรับก็ไม่ได้ช่วยอะไรทีม เกือบมีชื่อทำแอสซิสต์ หากจังหวะของ โจนส์ ไม่ถูกปฏิเสธไปเสียก่อน แต่โดยภาพรวมแทบทำอะไร เนโก วิลเลี่ยมส์ ไม่ได้เลย

โกดี้ คักโป : 4

ช่วงต้นเกมดูเหมือนจะฟอร์มหวือหวา แต่หลังจากนั้นก็แทบหายไปจากเกม ไม่มีอะไรโดดเด่นให้น่าจดจำ

อูโก้ เอกิติเก้ : 4

แทบไม่มีบทบาทในครึ่งแรก แถมยังทิ้งโอกาสทองในการขึ้นเกมรุก ครึ่งหลังฟอร์มยังคงเงียบเช่นเดิม จนกระทั่งช่วงท้ายเกมที่เขาควรเป็นคนทำประตูชัยให้ลิเวอร์พูล แต่ดาวเตะชาวฝรั่งเศสกลับโหม่งตรงตัวผู้รักษาประตูจากระยะเผาขน

ตัวสำรองที่ได้ลงสนาม

เฟเดรีโก้ เคียซ่า (โกดี้ คักโป น. 77) : 5

ฟอร์มไม่ได้แตกต่างจาก คักโป ไม่มีส่วนร่วมกับเกมมากนัก แต่สิ่งที่ยังน่าประทับใจก็คือความขยันเท่านั้น

ริโอ เอ็นกูโมฮา (โมฮาเหม็ด ซาลาห์ น. 77) : 7

สร้างความหวือหวาจากการใช้ความเร็วและความคล่องตัวเล่นงานเกมรับฟอเรสต์ เปิดบอลอย่างงามให้ เอกิติเก้ โหม่งระยะเผาขนแต่ดันติดเซฟโกล ผลงานดูดีมีอนาคตและควรได้โอกาสลงสนามมากกว่านี้

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (มิลอส เคอร์เคซ น. 83) : 6

ทำหน้าที่คุมเกมรับได้เหนียวแน่น และเป็นคนบล็อกจังหวะสำคัญจากการยิงของ กิ๊บบ์ส-ไวท์ ทำให้ทีมรอดพ้นจากการเสียประตู

โจ โกเมซ (เคอร์ติส โจนส์ น. 83) : 6

หลังจากลงสนามเกมรับทางฝั่งขวาดูดีขึ้น แถมทีมยังได้อาวุธเด็ดนั่นก็คือการทุ่มไกล ที่สำคัญจังหวะหลอกทุ่มในช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย เป็นจุดเริ่มต้นของประตูชัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...