Sustainable Finance: สินเชื่อเพื่อความยั่งยืน ต้องกู้ยังไง?
‘ความยั่งยืนจะกลายเป็น New Normal ของการขอสินเชื่อในอนาคต?’
หนึ่งในความท้าทายของธุรกิจ SMEs ในปัจจุบันคือการปรับตัวให้เข้าสู่กฎระเบียบโลกใหม่ที่การคำนึงเรื่องสังคม และสิ่งแวดล้อมไม่ใช่ทางเลือก กฎระเบียบใหม่ผลักให้ทุกกิจการต้องคำนึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในฐานะ “มาตรฐาน” ไม่ใช่แค่ความสมัครใจ
แต่ต้นทุนในการเปลี่ยนผ่านนั้นสูงลิ่วจึงเป็นสาเหตุที่สถาบันการเงินถูกดันสู่แนวหน้า ในฐานะผู้ออกแบบเครื่องมือทางการเงิน และหนึ่งในผู้กำหนดบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสำหรับภาคธุรกิจ SMEs
ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เล็งเห็นความท้าทายนี้ จึงเร่งผลักดัน “สินเชื่อยั่งยืน” (Sustainable Finance) เพื่อเป็นพันธมิตรทางการเงินช่วยให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนในการ ‘เปลี่ยนผ่าน’ ได้ง่ายขึ้น พร้อมค่อย ๆ ปรับรูปแบบธุรกิจให้สอดรับกับโลกใหม่อย่างเป็นรูปธรรม
The Secret Sauce จึงอยากจะฉายภาพให้เห็นถึงเงื่อนไขการเข้าถึงสินเชื่อยั่งยืน 2 ประเภท เพื่อให้คุณเห็นภาพชัดเจนว่าสินเชื่อแบบไหนที่เหมาะกับธุรกิจของคุณมากที่สุด
1. Sustainable Loan: สินเชื่อเพื่อโครงการด้านความยั่งยืน
สินเชื่อสำหรับ SMEs ที่มี แผนลงทุนชัดเจน ในโครงการหรือกิจกรรมที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเงินกู้จะถูกกำหนดวัตถุประสงค์การใช้เงินอย่างชัดเจน(Use of Proceeds) ภายใต้3 กรอบหลัก:
Mitigation (ลดผลกระทบ): เงินกู้สำหรับกิจกรรมที่สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน โดยมุ่งเน้นการจำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส เช่น การลงทุนในพลังงานหมุนเวียน (Solar cell), การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร, เปลี่ยนเครื่องจักรให้ใช้พลังงานน้อยลงและปล่อยคาร์บอนต่ำลง
Transition (เปลี่ยนผ่าน): เงินกู้สำหรับธุรกิจที่ยังไม่ “เขียวเต็มตัว” แต่มีการลงทุนที่ช่วยลดผลกระทบจากรูปแบบเดิม และเป็นก้าวสำคัญไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต เช่น เทคโนโลยีการผลิตที่ใช้พลังงานมีประสิทธิภาพขึ้น แม้ยังใช้ฟอสซิลบางส่วน
Adaptation (ปรับตัว): เงินกู้สำหรับกิจกรรมที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถรับมือความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของภาคธุรกิจ เช่น การลงทุนในระบบป้องกันน้ำท่วมของโรงงาน, การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้ทนทานต่อภัยธรรมชาติ
ธนาคารพิจารณาอะไรบ้าง?
โครงการต้อง “กู้แล้วไปต่อได้จริง”เป็นโครงการที่มีความเป็นไปได้ทางธุรกิจ มีกระแสเงินสดเพียงพอชำระหนี้ ไม่ใช่โครงการเพื่อภาพลักษณ์อย่างเดียว
สอดคล้องเกณฑ์Thailand Taxonomyโครงการจะต้องได้รับการประเมินว่าสอดคล้องกับเกณฑ์ความยั่งยืนของธุรกิจในแต่ละอุตสาหกรรมตามที่ Thailand Taxonomyกำหนด หรือ มาตรฐานสากลอื่น
อยู่ภายใต้กรอบSCB Sustainable Finance Frameworkในกรณีที่กิจกรรมยังไม่อยู่ในTaxonomy โดยตรง ธนาคารใช้กรอบที่อ้างอิงมาตรฐานสากล และมีการตรวจทวนโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระ เพื่อให้มั่นใจว่าเงินทุน “สร้างผลกระทบได้จริง”
นอกเหนือจากการเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนโลกที่ยั่งยืน ยังมีสิทธิพิเศษทางด้านอัตราดอกเบี้ยพิเศษที่จูงใจสำหรับโครงการที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าสามารถจำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียสได้จริง ช่วยลดต้นทุนทางการเงิน และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกิจของคุณ
สินเชื่อเพื่อโครงการความยั่งยืนเหมาะกับใคร?
เหมาะกับธุรกิจที่ “ลงทุนในสิ่งที่ยั่งยืนโดยตรง” เช่น
พลังงานหมุนเวียน
อสังหาริมทรัพย์ / อาคารสำนักงาน
ยานยนต์ไฟฟ้า & ระบบนิเวศ
อุตสาหกรรมปิโตรเลียมและเคมีภัณฑ์
การผลิต / อุตสาหกรรม
เกษตรและอาหาร
โลจิสติกส์ / ขนส่ง
โครงสร้างพื้นฐาน / บริหารทรัพยากรน้ำ / การจัดการของเสีย
2. Sustainability Linked Loan: สินเชื่อที่ “ผูกดอกเบี้ยกับผลงานด้านความยั่งยืน”
สินเชื่อประเภทนี้มีความยืดหยุ่นสูงกว่า Sustainable Loan เนื่องจาก ไม่ได้ล็อกวัตถุประสงค์การใช้เงิน โดยสามารถใช้เพื่อการดำเนินงานทั่วไปขององค์กร (Working Capital) หรือขยายธุรกิจในด้านใดก็ได้ แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ ธุรกิจของคุณต้องตั้งเป้าหมายความยั่งยืน(SPT) ที่ชัด ท้าทาย วัดผลได้ และมีความหมายต่อธุรกิจจริง
หลักเกณฑ์ในการพิจารณาการให้สินเชื่อ:
Sustainability Performance Target (SPT) ที่ชัดเจนและท้าทาย: องค์กรต้องมีการตั้งเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่วัดผลได้ชัดเจน มีความท้าทาย (Ambitious) และมีความสำคัญต่อธุรกิจ เช่น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก, การเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน, การลดปริมาณขยะ และ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำเป็นต้น
อิงมาตรฐานสากล ติดตามและรายงานผลได้จริง :โครงสร้างของสินเชื่อSustainability Linked Loan อ้างอิงกรอบมาตรฐานสากลของLoan Market Association (LMA) และInternational Capital Market Association (ICMA) ซึ่งกำหนดหลักการตั้งเป้าหมาย(SPT) การติดตาม วัดผล และการรายงานผลอย่างสม่ำเสมอตลอดอายุสัญญาเงินกู้ ช่วยให้สินเชื่อผูกกับผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนที่ตรวจสอบได้จริง ไม่ใช่แค่คำประกาศเชิงนโยบาย
หลักการวัดผล:
ธนาคารจะประเมินจากผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนขององค์กรโดยรวมว่าสามารถบรรลุเป้าหมาย (SPT) ที่ตั้งไว้ได้หรือไม่ หากบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ สามารถได้รับเงื่อนไขดอกเบี้ยเงินกู้ถูกปรับลดลง
ตัวอย่างการใช้เงิน: ภายในเวลา 2 ปี ธุรกิจร้านอาหารตั้งเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอน50% ในกระบวนการทำอาหาร สามารถกู้สินเชื่อ Sustainability Linked เพื่อนำไปจ่ายเงินเดือนพนักงานเสิร์ฟ, เชฟ, ซื้อระบบ POS หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการดำเนินงานได้ หากบรรลุเป้าหมายการลดคาร์บอน ดอกเบี้ยก็จะลดลง
ผู้ประกอบการต้องเตรียมตัวอย่างไร ก่อนยื่นขอสินเชื่อยั่งยืน?
ไม่ว่าคุณจะสนใจสินเชื่อประเภทใด การเตรียมตัวที่ดีคือหัวใจสำคัญ:
ทำความเข้าใจธุรกิจตัวเอง:ประเมินว่าธุรกิจของคุณมีศักยภาพหรือแผนการลงทุนด้านความยั่งยืนแบบไหน หากมีโครงการชัดเจน เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์ ก็อาจเหมาะกับ Sustainable Loan แต่หากต้องการปรับปรุงภาพรวมองค์กรและลดผลกระทบเชิงระบบ ก็อาจเหมาะกับ Sustainability Linked Loan
เตรียมข้อมูลให้พร้อม:รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (GHG accounting) สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ของธุรกิจคุณ รวมถึงแผนการดำเนินงานและตัวชี้วัดที่ชัดเจน
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ:ติดต่อธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เพื่อปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อยั่งยืน พวกเขาจะช่วยแนะนำและประเมินว่าสินเชื่อประเภทใดที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณที่สุด และให้คำแนะนำในการเตรียมเอกสารหรือข้อมูลเพิ่มเติม
สินเชื่อยั่งยืนถือเป็นโอกาสทองสำหรับ ที่ต้องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนไปพร้อมกัน การทำความเข้าใจความแตกต่างของสินเชื่อแต่ละประเภท จะช่วยนำพาธุรกิจของคุณก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนในระยะยาว