“บลจ.เอ็กซ์สปริง” ลั่น ปั้น AUM ปีนี้ แตะ 1.7 หมื่นลบ. +47.56%... พร้อมชูธีม “AI” ยังไปต่อ “ไม่ฟองสบู่” ส่วน “คริปโต-โลหะมีค่า” สินทรัพย์ทางเลือกที่โดดเด่น !!!
Fun of Funds: สำหรับ “บลจ.เอ็กซ์สปริง” ลูกของ “บมจ.เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล” แม้จะเป็นบลจ.ขนาดเล็ก แต่มีการเติบโตที่โดดเด่นมากในช่วง 2 ปีผ่านมา ทั้งในแง่ของสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) และผลการดำเนินงาน
สิ้นปี2025 มี AUM รวม 11,517 ล้านบาท แบ่งเป็น “กองทุนรวม” 2,321 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +376.09% ครอง“แชมป์โตสุด” ของอุตสาหกรรมเป็นปีที่2 ติดต่อกัน รั้งส่วนแบ่ง “อันดับ20” จาก 23 บลจ. ในธุรกิจกองทุนรวม
มี AUM “กองทุนส่วนบุคคล” 9,196 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +52.73% ครองส่วนแบ่ง“อันดับ19” จาก 25 บลจ. ในธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล
“ปีม้าไฟ-2026” เอง ทาง“บลจ.เอ็กซ์สปริง” ยังตั้งเป้าการเติบโตสูงต่อเนื่อง คาดมี AUM รวมเพิ่มเป็น 1.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น +47.56% และทะยานแตะ 5.0 หมื่นล้านบาท ภายใน 3 ปี
เรียกว่า…“เล็กพริกขี้หนู” อย่างแท้จริง จนเพื่อนร่วมอุตสาหกรรมคงละเลยสายตาไม่ได้เลยทีเดียว
ทิศทางธุรกิจและมุมมองการลงทุนของ “บลจ.เอ็กซ์สปริง” ในปีนี้จะเป็นยังไงบ้างนั้น ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัปเดตมุมมองจาก “ผู้บริหารสูงสุด” ขององค์กรพร้อมๆ กันได้เลย
ตั้งเป้า AUM ปีนี้ แตะ 1.7 หมื่นลบ. +47.56% “ปลดล็อก” สู่การเติบโตครั้งใหม่…ส่วน “รายได้” เพิ่มเป็น 247 ล้านบาท +40.24%
โดย “ยศกร ฟอลเล็ต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.เอ็กซ์สปริง บอกว่า ทิศทางการเติบโตของบริษัทพลิกฟื้นขึ้นจากปี23 ชัดเจน ตอนนั้นยัง “ขาดทุน” -15.07 ล้านบาท รายได้จากธุรกิจหลักประมาณ 115 ล้านบาท แต่ช่วงปี24 -25 ธุรกิจหลักมีการเติบโตค่อนข้างดี ทำให้ผลประกอบการพลิกกลับมามี “กำไร” ต่อเนื่องในปี24และ 25 ตามลำดับ ในส่วนของ “กองทุนรวม” ก็จะเน้นที่เป็น Thematic Fund ที่ตลาดยังไม่มีแต่เรามองเห็นโอกาสในการลงทุนในสินทรัพย์ที่เป็น“Megatrend” ของโลก ทั้ง Nuclear, Data Centerและ AI & Robotics เป็นต้น ก็ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนค่อนข้างดี จนหลังๆ ก็มีบลจ.อื่นเอาไปตั้งตามก็มี ประกอบกับ “ทีมขาย” ก็เก่งด้วยทั้งทีมภายในและตัวแทนขายอิสระภายนอก ที่สำคัญเราก็ดูแลในเรื่องผลตอบแทนกับทีมงานอย่างเป็นธรรมด้วย
(ยศกร ฟอลเล็ต)
ในส่วนของ “กองทุนส่วนบุคคล” ก็มีโอกาสได้เข้าไปบริหารให้นักลงทุนสถาบันมากขึ้น เช่น สหกรณ์ เป็นต้น รวมถึงการแนะนำกันปากต่อปากมา เพราะจริงๆ ลงทุนที่นี่เริ่มต้นเพียง 3 ล้านบาทก็ลงทุนได้แล้ว ตรงนี้ก็ช่วยหนุนการเติบโตในช่วงที่ผ่านมา
“ปี26 ตั้งเป้าหมาย AUM รวมเพิ่มเป็น 1.7 หมื่นลบ. เติบโต 47.56% และ AUM ‘กองทุนรวม’เติบโต 115.51% และ ‘กองทุนส่วนบุคคล’ โต 30.43%ส่วน ‘รายได้รวม’ จากทุกธุรกิจคาดเติบโตเป็น 247 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.24% โดยมาจากงานบริหารจัดการกองทุนที่โตขึ้น 15.17% ขณะที่รายได้จากการเป็นตัวแทนจำหน่ายกองทุนเพิ่มขึ้น 160% โดยตั้งเป้า AUM ทะยานแตะ 5 หมื่นลบ. ภายใน 3 ปี”
หากเราทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ในปีนี้ จะ “ปลดล็อก” พร้อมเปิดประตูให้ทาง “Private Bank” สามารถพิจารณานำกองทุนเราไปแนะนำให้กับลูกค้าของเขาได้เช่นกัน นั่นก็จะเป็นปัจจัยที่จะสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในช่วงต่อปี
ปีนี้มีแผนออกกองทุนใหม่ 10 – 11 กอง…แย้มเตรียมออก “กองทุนคริปโต” & “กองทุนโลหะมีค่า” เพิ่มเติม
ปีนี้ บริษัทมีแผนจะออกกองทุนใหม่ 10 – 11 กอง โดยมีเป้าหมายว่าจะเปิดตัวกองทุนใหม่อย่างน้อยไตรมาสละ 1 กอง โดย “กองทุนคริปโต” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “ทองคำ+ตราสารหนี้” ประมาณ 80% และ “คริปโต” (Cryptocurrency) ในเหรียญที่มี Economic Value ได้แก่ Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) ซึ่งกองทุนนี้จะขายเฉพาะกลุ่มนักลงทุนที่เป็น UI เท่านั้น จากการทดลองทำ Backtest ในช่วงที่ผ่านมา สามารถทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย 20% ต่อปี
อีกกองที่จะออก คือ “กองทุนโลหะมีค่า” ประกอบด้วย 1) ทองคำ 2) เงิน และ 3) ทองแดง โดยจะเป็นการเข้าไปลงทุนในกองทุนที่ลงทุนในโลหะมีค่าเหล่านี้โดยตรงเลย ซึ่งน่าจะได้เห็นในไตรมาสที่1/26 นี้ ส่วนจะออกมาในรูปแบบไหนคงต้องคอยติดตามกันต่อไป
มองบวกการลงทุน “ปีม้าไฟ” ชูธีม “AI” ยังไปต่อ “ไม่ฟองสบู่”…ส่วน “คริปโต-โลหะมีค่า” สินทรัพย์ทางเลือกที่โดดเด่น
ด้านมุมมองการลงทุนนั้น ทาง “วิศรุต กิตติอาภรณ์พล” Investment Strategist บลจ.เอ็กซ์สปริง บอกว่า ปี26 นี้ภาพรวมการลงทุนยังคงมองเป็น “บวกต่อเนื่อง” ทั้ง “หุ้น” และ “ตราสารหนี้” ทิศทางการลงทุนของทั่วโลกจะยังขับเคลื่อนจากกระแสพัฒนาเทคโนโลยีด้าน AI ในทุกภูมิภาคของโลก ทั้งฝั่งสหรัฐฯ ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ซึ่งทำให้ธีม AI ยังน่าสนใจไปต่อได้และเป็น Megatrend ของโลกต่อเนื่อง โดยตลาดทุนเริ่มให้ความสนใจต่อพลังงานนิวเคลียร์เพิ่มขึ้นสูงมาก หลังจากทุกภาคส่วนตระหนักได้ว่าพลังงานนิวเคลียร์อาจเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญสำหรับศูนย์ข้อมูลต่างๆ ทั่วโลก แม้ในช่วงปลายปี ตลาดหุ้นสหรัฐได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนของการหยุดทำงานของรัฐบาล ส่งผลให้หุ้นกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบ
(วิศรุต กิตติอาภรณ์พล)
แต่ในภาพระยะยาว ความต้องการในพลังงานนิวเคลียร์ควบคู่ไปกับการพัฒนาของเทคโนโลยี AI ยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มุมมองต่ออุตสาหกรรมนี้อยู่ในเชิงบวก แม้ว่าจะเผชิญความเสี่ยงกับความไม่แน่นอนของนโยบายภาครัฐ และความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ก็ตาม
“ภาพการลงทุนในปี26 ยังมองเป็น ‘บวก’ ทั้ง ‘หุ้น’และ ‘ตราสารหนี้’ ในส่วนของหุ้นนั้น กลุ่ม ‘เทคโนโลยี’ ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ของโลกยังคงโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากประเมินว่าการลงทุนทั่วโลกยังคงได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากกระแสการพัฒนาเทคโนโลยีด้าน AI ในขณะที่ ‘ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่’ มีความน่าสนใจมากกว่ากลุ่มตลาดพัฒนาแล้ว เพราะมองว่าทิศทางดอกเบี้ยอาจไม่ได้ลงมากแล้ว โอกาสจะได้กำไรจากราคาที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างจำกัด แต่อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ยังสูงน่าสนใจ”
กลุ่มสินทรัพย์ทางเลือกอย่าง “คริปโต” และ “โลหะมีค่า” ก็น่าสนใจเช่นกัน โดยมองว่า BTC และ ETH น่าจะได้กลับไปเห็นราคาระดับ High เดิมได้อีกครั้ง ส่วนกลุ่มโลหะมีค่ายังไปได้อีก ซึ่งแต่ละตัวก็มีปัจจัยสนับสนุนที่แตกต่างกันออกไป โดยรวมยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น
“ทั้งนี้มองว่า ปีนี้โอกาสการลงทุนยังอยู่ใน ‘ต่างประเทศ’ มากกว่า ส่วนหุ้นไทยมองกรอบการเคลื่อนไหว 1,200 – 1,300 จุด เท่านั้น”
ทั้งหมดนี้ คือ ย่างก้าวของ “บลจ.เอ็กซ์สปริง” บลจ.ไซส์เล็กที่คิดการณ์ใหญ่ พร้อมเปิดมุมมองการลงทุนใน “ปีม้าไฟ” แม้จะผันผวนแต่ก็ยังไปได้ โดยเฉพาะธีมหุ้น AI ไม่ใช่ฟองสบู่แน่นอน