โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เศร้า เปิดยอดผู้เสียชีวิต รถไฟความเร็วสูงชนกันในสเปน

มุมข่าว

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ทีมข่าวสยามนิวส์
เศร้า เปิดยอดผู้เสียชีวิต รถไฟความเร็วสูงชนกันในสเปน

วันที่ 19 มกราคม 2569 ทางการสเปนรายงานความคืบหน้าเหตุรถไฟความเร็วสูงชนกันสองขบวน ในเมืองอาดามุซ ประเทศสเปน โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 19.45 น. ของวันที่ 18 มกราคม 69 ตามเวลาท้องถิ่น ขณะนั้นมีผู้โดยสารอยู่บนรถไฟทั้งสองขบวนรวมประมาณ 400 คน

รายงานระบุว่า รถไฟขบวนหนึ่งซึ่งเดินทางจากเมืองมาลากามุ่งหน้าสู่กรุงมาดริด เกิดตกรางก่อนพุ่งชนรถไฟอีกขบวนที่แล่นสวนมาในรางข้างเคียง ซึ่งกำลังเดินทางจากกรุงมาดริดไปยังเมืองอูเอลบา ส่งผลให้รถไฟทั้งสองขบวนตกรางพร้อมกัน และเกิดเสียงดังสนั่นในบริเวณจุดเกิดเหตุ

อุบัติเหตุดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 39 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บ 112 ราย โดยผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บส่วนใหญ่อยู่บริเวณด้านหน้าของขบวนรถไฟทั้งสองขบวน เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยฉุกเฉินได้เร่งเข้าช่วยเหลือและนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง

ด้านบริษัทรถไฟ Iryo เปิดเผยว่า รถไฟที่ประสบเหตุเป็นขบวนที่สร้างขึ้นเมื่อปี 2022 และเพิ่งผ่านการตรวจสภาพมาได้เพียง 4 วันก่อนเกิดเหตุ ถือเป็นรถไฟที่ยังอยู่ในสภาพใหม่และผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัย

ขณะที่ นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ของสเปน ได้ออกมาแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัว พร้อมระบุว่ารัฐบาลสเปนกำลังประสานงานกับหน่วยฉุกเฉินอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างเต็มที่

สำหรับสาเหตุของอุบัติเหตุยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัด และอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ โดยผลการตรวจสอบเบื้องต้นได้ตัดประเด็นการใช้ความเร็วเกินกำหนดและความผิดพลาดของมนุษย์ออกไป เนื่องจากหากเกิดความผิดพลาด ระบบของรถไฟจะสามารถแก้ไขได้ อีกทั้งในช่วงเกิดเหตุ รถไฟทั้งสองขบวนวิ่งด้วยความเร็วต่ำกว่า 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งต่ำกว่าความเร็วสูงสุดตามกฎหมายกำหนด และจุดเกิดเหตุเป็นทางตรงของราง ไม่ใช่ช่วงทางโค้ง

เรียบเรียงโดย มุมข่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...